
- เลื่อนเวลาปลูกให้ช้ากว่าปกติ ไปเป็นช่วง กลางเดือน ก.ค. – ส.ค. ที่ช่วยลดจำนวนข้าววัชพืชได้
- เลือกใช้เมล็ดพันธุ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้ มีคุณภาพเทียบเท่าเมล็ดพันธุ์ข้าวจากกรมการข้าว ซึ่งจะช่วยให้มั่นใจได้ว่าเมล็ดพันธุ์มีมาตรฐาน ไม่มีพันธุ์ปน ความงอกสูง แข็งแรงสามารถแข่งขันกับวัชพืชได้
- ล่อให้งอกแล้วไถกลบ โดยการเตรียมดิน – ปล่อยให้งอก แล้วไถกลบ 1–3 ครั้ง จะสามารถลดข้าววัชพืชได้มากกว่า 50% นอกจากนี้ให้ปลูกปอเทืองร่วมด้วย จะช่วยปรับดินและกำจัดวัชพืชไปพร้อมกัน
- เตรียมดินให้ดี โดยการไถ พรวน ตีดิน 1 รอบ แล้วคราดทำเทือกให้เรียบ เพื่อเตรียมพร้อมก่อนปลูก
- ใช้อัตราเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสม โดยการ ปักดำให้ใช้ปริมาณเมล็ดพันธุ์ 7 – 10 กก./ไร่ ส่วนนาหว่านให้ใช้ปริมาณเมล็ดพันธุ์ 18 – 24 กก./ไร่ ซึ่งการใช้อัตราที่เหมาะสมจะช่วยให้ข้าวโตเร็ว แข่งกับวัชพืชได้
- เปลี่ยนวิธีปลูก จาก “นาหว่าน” ให้เปลี่ยนเป็น “ปักดำ” หรือ “โยนกล้า”
- ใช้สารกำจัดวัชพืชให้ถูกวิธี
** นาหว่านแห้ง ควรใช้วิธีล่อให้งอกแล้วไถกลบแทน
** นาหว่านน้ำตม ให้คุมเลนด้วย บิวทราคลอร์ 2 ลิตร + ซีวิว 200 ซีซี ต่อพื้นที่ 4 ไร่ พ่นหลังหว่าน 0-1 วัน และหากพบวัชพืชงอก คุม-ฆ่าด้วย พีโพนา70 1 ลิตร + เอนเก้ 100 ซีซี ต่อพื้นที่ 4 ไร่ พ่นเมื่อข้าวอายุ 7-10 วันหลังหว่าน
** นาปักดำ กำจัดข้าววัชพืชและพันธุ์ปนตอนลูบเทือกด้วย ซีโต้ 1 ลิตร ต่อพื้นที่ 3 ไร่
- ลูบรวงข้าววัชพืชด้วยสารเคมีเฉพาะจุด โดยใช้ คัพเวอร์กรีน 500 ซีซี + ฟายเดอร์ 1 ลิตร น้ำ 1.5 ลิตร ลูบช่วงข้าววัชพืชเริ่มออกรวง และตากเกสรไม่เกิน 3 วัน
- ถอนหรือตัดข้าววัชพืชเป็นระยะ โดยถอนหรือใช้เครื่องตัดหญ้า 3 ครั้ง ในระยะต้นกล้า แตกกอ และตั้งท้องที่จะช่วยเพิ่มผลผลิตข้าวได้มากกว่า 80%
- จัดการน้ำในนาอย่างเหมาะสม โดยหากขังน้ำในนาไว้ประมาณ 1 เดือน จะช่วยลดเมล็ดข้าววัชพืชในดินได้ราว 30%

ข้าวหาง

ข้าวแดง

ข้าวดีด
สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่ สำนักงานยูนิไลฟ์ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ยูนิไลฟ์ สำนักงานใหญ่ โทรศัพท์ 02-399-5555 หรือ ไอดีไลน์ @unilife