
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Phyllocnistis citrella Stainton
ลักษณะการเข้าทำลาย
ตัวหนอนจะเจาะผิวใบ แล้วค่อยๆสอดตัวคืบคลานเข้ากัดกินเนื้อเยื่อใบ 7-10 วัน จนใบกลายเป็นลายเส้นสีขาวคดเคี้ยวไปมาตามทางที่หนอนเดิน ใบบิดเบี้ยวผิดรูป หงิกงอ ขอบใบม้วนเข้า ทำให้ต้นแคระแกร็น ไม่ติดผล


นอกจากนี้บริเวณรอยแผลจะเป็นช่องทางให้โรคทำลายซ้ำ เช่น โรคแคงเกอร์ที่มักเกิดในพืชตระกูลส้ม หากระบาดมากหนอนจะเข้าทำลายกิ่งอ่อนและผลอ่อนด้วย ทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโต สร้างความเสียหายมากโดยเฉพาะช่วงแตกใบอ่อน

รอยทำลายใต้ใบ

โรคแคงเกอร์เข้าทำลายซ้ำทางแผล

ใบบิดเบี้ยว แคระแกร็น
การแพร่ระบาด
สามารถเข้าทำลายได้ตลอดปี ในฤดูฝนทำได้ได้สูงถึง 90-100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ทำลายได้ 20 เปอร์เซ็นต์

ทำลายผลอ่อน (ที่มาภาพ:กรมวิชาการเกษตร)
การป้องกันกำจัด
- สำรวจแปลงสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
- เก็บยอดหรือใบที่ถูกทำลาย ไปทิ้งนอกแปลง
- หากหนอนทำลายมากกว่า 3 ใบ หรือเกิน 50% ของยอด ใช้สารเคมีป้องกันกำจัด แนะนำ
– เริ่มพบตัวเต็มวัย: วอเดอร์ 300 กรัม ต่อน้ำ 200 ลิตร เพื่อคุมไข่ ลดการวางไข่ของตัวเต็มวัย
– เริ่มพบหนอนเข้าทำลาย: วอเดอร์ 300 กรัม + (เคาท์ดาว 200 ซีซี หรือ ไอมิด้า 20 กรัม หรือ ฟิพเปอร์ 200 ซีซี หรือ ดีฟีส50 300 ซีซี หรือ เวนเวิร์ธ 200 ซีซี) ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นสลับกันทุก 7-14 วัน เพื่อตัดวงจรชีวิตแมลง คุมไข่ ยับยั้งการลอกคราบ กำจัดหนอน ลดการแพร่ระบาด

- ควรใช้สารป้องกันกำจัดโรคร่วมด้วย เพื่อป้องกันโรคแคงเกอร์เข้าทำลายซ้ำทางบาดแผล แนะนำ ไมโครบลูคอป 200 กรัม หรือ มิลล่า 300 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร

หมายเหตุ
– เพื่อป้องกันการดื้อยา ไม่ควรใช้สารกลุ่มเดิมติดต่อกันเกิน 2-3 ครั้ง
– เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสาร ควรผสมคัพเวอร์กรีน 100 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร ก่อนผสมสารทุกครั้ง
สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่ สำนักงานยูนิไลฟ์ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ยูนิไลฟ์ สำนักงานใหญ่ โทรศัพท์ 02-399-5555 หรือ ไอดีไลน์ @unilife