
เชื้อสาเหตุ: เชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides Penz.
ลักษณะอาการ
โรคแอนแทรคโนสเข้าทำลายมะม่วงได้ทุกระยะการเจริญเติบโต ทั้งระยะต้นกล้า ต้นโต ระยะแทงช่อดอกและระยะติดผล โรคจะแสดงอาการเมื่อมีความชื้นสูง ใบเป็นจุดแผลสีน้ำตาลรูปร่างไม่แน่นอน ใบแห้งบิดเบี้ยวเสียรูปทรง ช่อดอกไหม้ดำ ดอกหลุดร่วง มักแสดงอาการเด่นชัดในระยะหลังเก็บเกี่ยว เชื้อจะแฝงตัวบนพืชตั้งแต่ระยะดอกบาน ดอกตูม ระยะผลอ่อน จนกระทั่งผลเริ่มสุกจึงเข้าทำลาย ทำให้ผลเกิดแผลเป็นจุดดำ แผลจะขยายใหญ่ขึ้นและเนื้อเยื่อผลจะยุบตัวลง สร้างกลุ่มสปอร์สีส้มหรือสีส้มปนชมพูบริเวณกลางแผล
เกิดโรครุนแรงกับมะม่วงหลายสายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์น้ำดอกไม้ พันธุ์แรด และพันธุ์อกร่อง ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อการผลิตมะม่วงเพื่อการส่งออก
การแพร่ระบาด
สปอร์เชื้อราสามารถแพร่ระบาดโดยลมและฝน โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่ชื้นสลับกับอุณหภูมิสูงและมีความแห้งแล้ง รวมทั้งแปลงที่แน่นทึบความชื้นสูง

อาการที่ผลและใบ

อาการที่ช่อดอก
การป้องกันรักษา
- ตัดแต่งกิ่งและทรงพุ่มให้โปร่ง เพื่อให้แสงแดดส่องถึง ลดความชื้น ลดการสะสมของเชื้อ
- ตัดส่วนที่เป็นโรคทำลายทิ้งนอกแปลง
- ใช้สารเคมีป้องกันกำจัด (ควรป้องกันตั้งแต่แตกใบอ่อน ออกช่ออ่อน ผลอ่อน ก่อนผลสุก)
ป้องกัน: บิซโทร 400 กรัม หรือ เบนเอฟ 200 ซีซี หรือ รัสโซล 200 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร

รักษาหรือในช่วงมีดอกมีผลอ่อน: แซสซี่ 100 ซีซี หรือ อินดีฟ 100 ซีซี หรือ คลอโรทาโลนิล+อะซอกซีสโตรบิน เอสซี 200ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร

หมายเหตุ
– เพื่อป้องกันการดื้อยา ไม่ควรใช้สารกลุ่มเดิมติดต่อกันเกิน 2-3 ครั้ง
– เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพสาร ควรผสมคัพเวอร์กรีน 100 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร ก่อนผสมสารทุกครั้ง
สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่ สำนักงานยูนิไลฟ์ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ยูนิไลฟ์ สำนักงานใหญ่ โทรศัพท์ 02-399-5555 หรือ ไอดีไลน์ @unilife