homescontents gaziantep escort gaziantep escort istanbul escort gaziosmanpaşa escort bodrum escort deneme bonusu deneme bonusu veren siteler deneme bonusu veren siteler deneme bonusu veren siteler deneme bonusu veren siteler Antalya Escort Bayan https://www.palagama.com/ deneme bonusu deneme bonusu deneme bonusu deneme bonusu deneme bonusu deneme bonusu deneme bonusu deneme bonusu deneme bonusu bodrum escort İzmit Escort Bayan Deneme Bonusu Veren Siteler Bergama Escort Antalya Escort Bayan
homescontents
pendik escort maltepe escort anadolu escort bostancı escort kadıköy escort ataşehir escort ümraniye escort
เพิ่มสินค้าสำเร็จ!
ไม่สามารถเพิ่มสินค้าได้!
สาระน่ารู้ข่าวสาร

โรคหัวเน่าในมันสำปะหลัง

   โรคหัวเน่าในมันสำปะหลัง เกิดจากเชื้อราหลายชนิด เช่น Phytophthora spp., Fusarium spp., Diplodia spp., Pyhthim spp. และ Sclerotium rolfsii สามารถเข้าทำลายได้ในทุกระยะของการเจริญเติบโต มักเกิดในดินที่มีการระบายน้ำยาก เนื่องจากอยู่ใกล้แหล่งน้ำหรือมีชั้นดินดานอยู่ใต้ดิน หรือปลูกบนพื้นราบโดยไม่ยกร่องปลูก นอกจากนี้ ดินมีอินทรียวัตถุมากเกินไปอย่างเช่นป่าเปิดใหม่และอยู่ในสภาพที่มีฝนตกชุกมากเกินไป โรคนี้ทำให้ผลผลิตลดลง 80%

   การแพร่กระจายของเชื้อสาเหตุ จะอาศัยน้ำเป็นตัวพา หากเกิดในต้นที่ยังเล็กอยู่จะทำให้รากเป็นรอยช้ำสีน้ำตาล โดย ระบบรากเสียหาย การดูดน้ำดูดอาหารมีปัญหา ใบเหี่ยว เหลือง และร่วง ถ้าเกิดอย่างรุนแรงต้นจะแห้งตายได้ หากเกิดในช่วงเป็นหัวจะทำให้หัวเน่าอย่างรวดเร็วและมีกลิ่นเหม็น บางครั้งพบเส้นใยเชื้อราสีขาวขึ้นปกคลุม โรคหัวเน่าที่พบในประเทศไทยมี 3 ประเภท คือ โรคหัวเน่าเละ โรคหัวเน่าแห้ง และโรคหัวเน่าคอดิน

การป้องกันและกำจัด

1. ก่อนปลูก ควรเก็บเศษเหง้าหรือเศษซากมันสำปะหลังเผาทำลายทิ้ง

2. ควรมีการไถตากดินกำจัดเชื้อโรคอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และควรยกร่องปลูกเพื่อช่วยระบายน้ำในช่วงฤดูฝน ป้องกันน้ำขังรากในพื้นที่ปลูก

3. ใช้ท่อนพันธุ์ที่ปราศจากเชื้อ และแช่ท่อนพันธุ์เพื่อป้องกันกำจัดเชื้อโรค เพลี้ยแป้งเพลี้ยหอยที่มักติดมากับท่อนพันธุ์ พร้อมกระตุ้นการแตกราก แนะนำ คัพเวอร์กรีน 50 ซีซี + เมทาแลกซิล 300 กรัม + เท็นสตาร์ 100 ซีซี (หรือ ไอมิด้า 16 กรัม) + ซีวิว 300 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร

4. เมื่อเกิดการระบาดในระหว่างการปลูก แนะนำให้ป้องกันกำจัดโรค พร้อมกระตุ้นให้พืชทนโรคด้วย ซับลา 300 กรัม หรือ ชีคไบท์ 300 ซีซี หรือ เมทาแลกซิล 300 กรัม โดยใช้ร่วมกับ นีโอ-ไฟต์ 300 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร

5. ในพื้นที่ดินที่มีระบาดของโรคนี้มาก่อน ควรปลูกพืชหมุนเวียนประเภทธัญพืชอย่างเช่น ข้าวและอ้อย เพื่อตัดวงจรของเชื้อโรคนี้อย่างน้อย 1 ปี

 

สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่ สำนักงานยูนิไลฟ์ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ยูนิไลฟ์ สำนักงานใหญ่ โทรศัพท์ 02-399-5555 หรือ ไอดีไลน์ @unilife

ที่มา : กลุ่มพยากรณ์และเตือนการระบาดศัตรูพืช กรมส่งเสริมการเกษตร, สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร



bakerdepolama.com
วิธีสั่งของออนไลน์
นโยบาย คุกกี้

บริษัท ยูนิไลฟ์ ฯ ใช้คุกกี้ เพื่อบันทึกการเข้าเยี่ยมชมและสมัครเข้าใช้งานเว็บไซต์ของท่าน โดยทำให้ บริษัทฯ สามารถจดจำการใช้งานเว็บไซต์ของท่านได้ง่ายขึ้น และข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปเพื่อปรับปรุงเว็บไซต์ของ ยูนิไลฟ์ ให้ตรงกับความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้เกิดความรวดเร็วในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน และในบางกรณี ยูนิไลฟ์ จำเป็นต้องให้บุคคลที่สามช่วยดำเนินการดังกล่าว ซึ่งอาจจะต้องใช้ อินเตอร์เน็ตโปรโตคอลแอดเดรส (IP Address) และคุกกี้เพื่อวิเคราะห์ทางสถิติ ตลอดจนเชื่อมโยงข้อมูล และประมวลผลตามวัตถุประสงค์ทางการตลาด

Designed By: josen