homescontents gaziantep escort gaziantep escort istanbul escort gaziosmanpaşa escort bodrum escort deneme bonusu deneme bonusu veren siteler deneme bonusu veren siteler deneme bonusu veren siteler deneme bonusu veren siteler Antalya Escort Bayan https://www.palagama.com/ deneme bonusu deneme bonusu deneme bonusu deneme bonusu deneme bonusu deneme bonusu deneme bonusu deneme bonusu deneme bonusu bodrum escort İzmit Escort Bayan Deneme Bonusu Veren Siteler Bergama Escort Antalya Escort Bayan
homescontents
pendik escort maltepe escort anadolu escort bostancı escort kadıköy escort ataşehir escort ümraniye escort
เพิ่มสินค้าสำเร็จ!
ไม่สามารถเพิ่มสินค้าได้!
สาระน่ารู้ข่าวสาร

โรคแอนแทรคโนสในมะม่วง

ลักษณะอาการ

     โรคนี้ เกิดจากเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides Penz. ปัญหาหลังการเก็บเกี่ยวที่สำคัญของมะม่วงคือโรคแอนแทรคโนส ซึ่งเข้าทำลายได้ทุกระยะการเจริญเติบโต ได้แก่ ระยะต้นกล้า ต้นโต ระยะแทงช่อดอกและระยะติดผล จะแสดงอาการเมื่อสภาพอากาศมีความชื้นสูง โดยเชื้อราจะเจริญและเข้าทำลายส่วนอ่อนของพืช ทำให้ใบเป็นจุดแผลสีน้ำตาลรูปร่างไม่แน่นอน ใบแห้งบิดเบี้ยวเสียรูปทรง ช่อดอกไหม้ดำ ดอกหลุดร่วง

     ส่วนที่เสียหายเป็นประจำและแสดงอาการเด่นชัด มักจะพบในระยะหลังเก็บเกี่ยว โดยเชื้อจะเข้าไปอาศัยแฝงตัวตั้งแต่ระยะดอกบาน ดอกตูม ระยะผลอ่อน โดยเฉพาะในระยะที่ผลสุกงอม เส้นใยเชื้อราจะเจริญอยู่บริเวณช่องว่างระหว่างเซลล์ลึกลงไป 2-3 ชั้นของเซลล์ผิวและพักตัวอยู่แบบแฝง จนกระทั่งผลเริ่มสุกจึงเข้าทำลาย  เกิดแผลจุดดำบนผล เมื่อจุดดำขยายตัวใหญ่ขึ้นเนื้อเยื่อผลจะยุบตัวลง สร้างกลุ่มสปอร์สีส้มหรือสีส้มปนชมพูบริเวณกลางแผล โรคนี้เกิดโรครุนแรงกับมะม่วงหลายสายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์น้ำดอกไม้ พันธุ์แรด และพันธุ์อกร่อง เกิดความเสียหายอย่างมากต่อการผลิตมะม่วงเพื่อการส่งออก

การแพร่ระบาด

    สปอร์เชื้อราสามารถแพร่ระบาดโดยลมและฝน โดยเฉพาะในสภาพอากาศที่ชื้นสลับกับอุณหภูมิสูงและมีความแห้งแล้ง รวมทั้งแปลงที่แน่นทึบความชื้นสูง

 

อาการที่ใบ

 

อาการที่ช่อดอก

 

อาการที่ผล

แนวทางการป้องกันรักษา

  1. ตัดแต่งกิ่งและทรงพุ่มให้โปร่ง เพื่อให้แสงแดดส่องถึง ลดความชื้น ลดการสะสมของเชื้อ
  2. ตัดส่วนที่เป็นโรคทำลายทิ้งนอกแปลง
  3. ใช้สารเคมีป้องกันกำจัด
    3.1 ควรป้องกันตั้งแต่แตกใบอ่อน  ออกช่ออ่อน  ผลอ่อน   ก่อนผลสุก โดยใช้ บิซโทร 400 กรัม หรือ เบนเอฟ 200 ซีซี หรือ รัสโซล 200 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร
    3.2 หากพบอาการ หรือฉีดพ่นสารในช่วงมีดอกมีผลอ่อน ใช้ แซสซี่ 100 ซีซี หรือ อินดีฟ 100 ซีซี หรือ คลอโรทาโลนิล+อะซอกซีสโตรบิน เอสซี 200-300 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร  ซึ่งมีความปลอดภัยต่อดอกและผลอ่อน

สอบถามเพิ่มเติม ได้ที่ สำนักงานยูนิไลฟ์ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ยูนิไลฟ์ สำนักงานใหญ่ โทรศัพท์ 02-399-5555 หรือ ไอดีไลน์ @unilife



bakerdepolama.com
วิธีสั่งของออนไลน์
นโยบาย คุกกี้

บริษัท ยูนิไลฟ์ ฯ ใช้คุกกี้ เพื่อบันทึกการเข้าเยี่ยมชมและสมัครเข้าใช้งานเว็บไซต์ของท่าน โดยทำให้ บริษัทฯ สามารถจดจำการใช้งานเว็บไซต์ของท่านได้ง่ายขึ้น และข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปเพื่อปรับปรุงเว็บไซต์ของ ยูนิไลฟ์ ให้ตรงกับความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้เกิดความรวดเร็วในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน และในบางกรณี ยูนิไลฟ์ จำเป็นต้องให้บุคคลที่สามช่วยดำเนินการดังกล่าว ซึ่งอาจจะต้องใช้ อินเตอร์เน็ตโปรโตคอลแอดเดรส (IP Address) และคุกกี้เพื่อวิเคราะห์ทางสถิติ ตลอดจนเชื่อมโยงข้อมูล และประมวลผลตามวัตถุประสงค์ทางการตลาด

Designed By: josen