Interesting Fact – Unilife International Co., Ltd. https://unilife.co.th/en Sat, 31 Oct 2020 04:15:55 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.10 วิธีแก้ปัญหาการเกิดใบแซมดอกทุเรียน https://unilife.co.th/en/?agricultural_knowled=%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b9%81 Mon, 28 Sep 2020 06:28:37 +0000 https://unilife.co.th/en/?post_type=agricultural_knowled&p=5919 ปัญหาใบแซมดอกทุเรียน จะส่งผลให้ทุเรียนไม่ค่อยติด ดอกร่วงง่าย  ดังนั้น การทำให้ทุเรียนออกดอกสม่ำเสมอต้องมีการเตรียมต้นทุเรียนให้พร้อมโดยเริ่มตั้งแต่หลังเก็บผลผลิตเลย  โดยมีขั้นตอนดังนี้

     

  1. ทำให้ทุเรียนเกิดราก พร้อมกับการตัดแต่งกิ่ง เพื่อที่จะทำให้ใบอ่อนออกใหม่พร้อมกันและออกมาสม่ำเสมอ จะทำให้การเกิดดอกพร้อมกัน ไม่เกิดดอกหลายรุ่น ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำให้ใช้ คือ ยูโอนิกซ์ และ นีโอ-ไฟต์

 

  1. ขยายขนาดใบ เมื่อทุเรียนแตกใบใหม่ออกมาแล้ว ให้ขยายขนาดใบให้ใหญ่ เตรียมความพร้อมในการสะสมอาหาร โดยทางใบฉีดพ่นด้วย คัพเวอร์กรีน 50 ซีซี + นีโอ-ซิงพลัส 300 ซีซี + นีโอ-ไฮแคล  100  ซีซี + ยูนิแพลนท์เขียว  300  กรัม + ซีวิว  250 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร และทางดิน ใช้ ปุ๋ยยูโอนิกซ์ 18-18-18 อัตรา 500-1,000 กรัมต่อต้น (ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น)

 

 

  1. การสะสมอาหารทุเรียน การฉีดพ่นทางใบ ใช้ คัพเวอร์กรีน 50 ซีซี + นีโอ-เค 300 ซีซี + นีโอ-ไฮแคล 200 ซีซี+ ยูนิแพลนท์ แดง  500  กรัม  ต่อน้ำ 200 ลิตร พ่นสัก 2-3 ครั้งทุก7-10 วัน ทางดิน ใช้ ปุ๋ยยูโอนิกซ์สูตร9-9-29 อัตรา 500-1,000 กรัมต่อต้น (ขึ้นอยู่กับขนาดของต้น) สูตรนี้จะช่วยสะสมอาหาร ยับยั้งการแตกใบอ่อนของทุเรียน ทำให้ใบทุเรียนหนา เขียวเข้ม พร้อมในการเปิดตาดอก

 

 

  1. ในสภาพรดน้ำมากไป หรือฝนตก มักจะมีปัญหาทุเรียนเกิดใบแซมดอก ให้ใช้ คัพเวอร์กรีน 50 ซีซี + นีโอ-เค 300 ซีซี  +  นีโอ-ไฟต์ 300 ซีซี  +  นีโอ-ไฮแคล 200 ซีซี  ต่อน้ำ 200 ลิตร  ฉีดพ่นบริเวณท้องกิ่ง 1-2  ครั้ง เพื่อเพิ่มการสะสมอาหารทำให้ดอกทุเรียนออกดีสม่ำเสมอ ป้องกันการเกิดใบแซมดอก  และหากฝนตกยาวนานเป็นสัปดาห์ แนะนำให้หว่านปุ๋ยยูโอนิกซ์ 9-9-29 เพื่อสกัดการทำงานของธาตุไนโตรเจนที่มาจากน้ำฝน จะทำให้ใบอ่อนไม่เกิดมาแซมดอกนั่นเอง

 

คำเตือน

เพื่อความปลอดภัย ก่อนใช้วัตถุอันตรายทางการเกษตร

โปรดอ่านรายละเอียดและปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากบรรจุภัณฑ์อย่างเคร่งครัด

]]>
ส้มเขียวหวาน พันธุ์ล้ำเลิศ https://unilife.co.th/en/?agricultural_knowled=%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b9%80 Wed, 16 Sep 2020 08:23:51 +0000 https://unilife.co.th/en/?post_type=agricultural_knowled&p=5914    ส้มเขียวหวานพันธุ์ล้ำเลิศได้มาจากการนำส้มเขียวหวานพันธุ์โชกุน (Mandarin) มาชักนำให้เกิดการกลายพันธุ์โดยใช้วิธีการฉายรังสี ในปี พ.ศ. 2555

   พบว่า ต้นส้มมีความสมบูรณ์สูงประมาณ 2.5 เมตร พุ่มกว้าง 3-5 เมตร ใบใหญ่ หนา สีเขียวเข้มเมื่อใบแก่หูใบยาว 0.5-1 ซม ดอกเป็นแบบสมบูรณ์เพศ ดอกตูมมีขนาดใหญ่ที่สุดประมาณ 1 เซนติเมตร ใน 1 ชุดใบจะมีดอกแซมประมาณ 1-5 ดอก/ช่อดอกในฤดูฝนเข้าฤดูหนาวจะติดผลดีกว่าดอกที่ออกในฤดูแล้งเข้าฤดูฝน ผลทรงกลมแป้น ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 4-7 เซนติเมตร เมล็ดน้อย 0-3 เมล็ด/ผล บางผลไม่มีเมล็ด ชานค่อนข้างเหนียวนุ่มแต่เมื่อทิ้งไว้ให้ลืมต้นชานจะนุ่มและทานง่าย จากดอกจนถึงเก็บเกี่ยวใช้เวลาประมาณ 10-12 เดือน

 

ที่มา : ส้มเขียวหวานพันธุ์ล้ำเลิศ, ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง โฆษณาคำขอให้ออกหนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียน ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518

]]>
กล้วยไม้ช้างการ์ตูนพันธุ์ธรกฤตา https://unilife.co.th/en/?agricultural_knowled=%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99 Tue, 15 Sep 2020 08:00:21 +0000 https://unilife.co.th/en/?post_type=agricultural_knowled&p=5910 กล้วยไม้ช้าง [Rhynchostylis gigantea (Lindl.) Ridl. (Ruxaporn Group)] พันธุ์ธรกฤตา

 

 

   กล้วยไม้ช้างพันธุ์นี้เป็นกล้วยไม้ช้างการ์ตูนกลุ่มรักษพร (Ruxaporn Group) เกิดจากการคัดเลือกลูกผสมระหว่างกล้วยไม้ช้างเผือกกับกล้วยไม้ช้างแดง โดยนายวัชรา คงแสงเงิน จึงได้ซื้อต้นกล้าในขวดมาปลูกที่สวนแสงสงวน อ.นครไชยศรี จ.นครปฐม เพื่อคัดต้นที่ดอกมีสีพื้นเป็นสีขาว ลายปื้นสีม่วงแดง และรูปแบบของลายแต่ละดอกในช่อเดียวกันไม่เหมือนกัน อันเป็นลักษณะประจำพันธุ์ของกล้วยไม้ช้างกลุ่มรักษพร ซึ่งได้คัดเลือกต้นที่มีลักษณะเด่น คือ ออกดอกเมื่อต้นมีขนาดเล็ก ขนาดดอกค่อนข้างใหญ่ ลายปื้นของดอกมีสีเข้มและสดใสทั้งด้านหน้าและด้านหลังของ ดอก และมีสัดส่วนของลายปื้นประมาณร้อยละ 25 ของพื้นที่กลีบรวม จำนวน 1 ต้น จึงตั้งชื่อพันธุ์กล้วยไม้ ช้างการ์ตูนนี้ว่า “พันธุ์ธรกฤตา” เมื่อได้ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อ เพื่อประเมินลักษณะประจำพันธุ์ โดยพบว่า ลักษณะประจำพันธุ์มีความสม่ำเสมอ ได้รับการรับรองพันธุ์ 26 กุมภาพันธ์ 2563

 

 

ที่มา : กล้วยไม้ช้างการ์ตูนพันธุ์ธรกฤตา, ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง โฆษณาคำขอให้ออกหนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียน ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518

]]>
“สุโขทัย 2” มันเทศ ชะลอความแก่ https://unilife.co.th/en/?agricultural_knowled=%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b9%82%e0%b8%82%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a2-2-%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8-%e0%b8%8a%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7 Mon, 14 Sep 2020 07:28:15 +0000 https://unilife.co.th/en/?post_type=agricultural_knowled&p=5904    มันเทศสายพันธุ์ สท.18 เป็นลูกผสมระหว่างพันธุ์ พจ.189-257 (เนื้อสีม่วง) กับพันธุ์ FM37-LINIDOK-3 (เนื้อสีเหลือง) ใช้ชื่อพันธุ์ว่า “มันเทศพันธุ์สุโขทัย 2”

 

   ให้ผลผลิต 2,900 กิโลกรัมต่อไร่ มากกว่าพันธุ์ท้องถิ่น ร้อยละ 34 เนื้อสุกมีสีเหลืองอมส้ม เนื้อเหนียวนุ่ม ละเอียด รสชาติหวาน มีคุณค่าทางโภชนาการให้พลังงานสูง โดยมันเทศ 100 กรัม มีปริมาณคาร์โบไฮเดรต 31 กรัม และแคลอรี 131 กิโลแคลอรี ที่สำคัญมีสารเบต้าแคโรทีนสูงถึง 481 ไมโครกรัม ในขณะที่พันธุ์ท้องถิ่นมีสารเบต้าแคโรทีนน้อยกว่า 10 ไมโครกรัม ซึ่งสารเบต้าแคโรทีนมีบทบาทสำคัญในการบำรุงสุขภาพของสายตา และเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่เสมือนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ และดูแลรักษาผิวพรรณด้วย

 

 

   สามารถปลูกได้ดีในดินร่วนทราย ทั้งในสภาพบนที่ราบสูงและที่ราบ โดยเฉพาะในเขตภาคเหนือตอนล่างและภาคอื่นๆ ที่มีสภาพภูมิอากาศใกล้เคียงกัน  แต่ควรหลีกเลี่ยงการปลูกมันเทศในแหล่งที่มีการระบาดของด้วงงวงมันเทศ และการปลูกซ้ำที่เดิม

 

ที่มา : ศูนย์วิจัยพืชสวนสุโขทัย กรมวิชาการเกษตร โทร. 055-679085 ถึง 6

]]>
โรคราน้ำค้างผัก https://unilife.co.th/en/?agricultural_knowled=%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81 Fri, 28 Aug 2020 03:19:51 +0000 https://unilife.co.th/en/?post_type=agricultural_knowled&p=5897     ช่วงอากาศหนาวเย็นและลมแรง เตือนเกษตรกรผู้ปลูกพืชผักตระกูลกะหล่ำเช่น คะน้า กวางตุ้ง กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ผักกาดขาว ผักกาดหอม และบรอกโคลี ให้เตรียมรับมือการระบาดของโรคราน้ำค้าง ที่สามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของพืช

 

ลักษณะอาการ

ระยะต้นกล้า ใบเลี้ยงจะเกิดจุดแผลสีน้ำตาล ทำให้ลำต้นเน่าหรือแคระแกร็น

ระยะต้นโต จะพบอาการเริ่มแรกบริเวณหน้าใบเป็นจุดแผลสีเหลือง หรืออาจเป็นปื้นสีเหลือง ในตอนเช้า ถ้าพลิกดูใต้ใบมักจะพบเส้นใยเชื้อราสีขาวหรือเทาคล้ายปุยฝ้าย หากโรคระบาดรุนแรง แผลจะขยายใหญ่ เนื้อใบเป็นสีน้ำตาลและแห้งตาย ในกะหล่ำดอกและบรอกโคลี ถ้าโรครุนแรง ก้านดอกจะยืดและดอกอาจจะบิดเบี้ยวเสียรูปทรงได้

 

การป้องกันกำจัด

  1. หลังเก็บเกี่ยว หากแปลงเดิมเคยพบการระบาดของโรค ควรเก็บทำลายเศษซากพืชที่ตกหลงเหลืออยู่ตามดินให้หมด และไม่ควรปลูกผักตระกูลกะหล่ำ ซํ้าลงในแปลงเดิม ควรปลูกพืชอื่นหมุนเวียนอย่างต่ำ 3-4 ปี
  2. เลือกใช้เมล็ดพันธุ์ที่สะอาดปราศจากเชื้อปะปนอยู่
  3. ควรปลูกพืชให้มีระยะระหว่างต้นห่างกันพอสมควร ไม่เบียดแน่นกันจนเกินไป
  4. ใช้สารป้องกันก่อนเกิดโรค เช่น บิซโทร 30 กรัม สลับ เบนเอฟ 20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร
    และเมื่อพบ
    อาการ รักษาด้วย สับรา 30 กรัม หรือ เมทาแลกซิล 30 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร

]]>
โรครากเน่าโคนเน่าในทุเรียน https://unilife.co.th/en/?agricultural_knowled=%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%80 Thu, 27 Aug 2020 02:52:33 +0000 https://unilife.co.th/en/?post_type=agricultural_knowled&p=5890 เชื้อสาเหตุ : Phytophthora palmivora

ลักษณะอาการ

         ใบทุเรียนจะไม่เป็นมันสดเหมือนใบทุเรียนปกติ ต่อมาใบล่างๆ จะเริ่มเป็นจุดประเหลือง กลายเป็นสีเหลืองซีดในที่สุด แล้วค่อยๆ หลุดร่วงไป ต้นทรุดโทรมแล้วตาย

 

 

     อาการเน่าที่โคนต้นหรือกิ่ง จะสังเกตเห็นผิวเปลือกของลำต้นหรือกิ่งคล้ายมีคราบน้ำเกาะติดเห็นได้ชัดในสภาพที่ต้นทุเรียนแห้ง ในช่วงเช้าที่มีอากาศชุ่มชื้นจะมองเห็นหยดน้ำยางสีน้ำตาลแดงไหลปูดออกมาจากรอยแผลแตกของลำต้นหรือกิ่งและน้ำยางนี้จะค่อยๆ แห้งไปในช่วงกลางวันที่มีแดดจัด ทำให้เห็นเป็นคราบน้ำจับบนเปลือกของลำต้น เมื่อเปิดเปลือกของลำต้นบริเวณที่มีคราบน้ำยางออกบางๆ ด้วยมิดหรือสิ่วๆ จะเห็นเนื้อเยื่อเปลือกถูกทำลายมีสีน้ำตาลแดงหรือน้ำตาลเข้ม ส่วนอาการเน่าที่เกิดกับรากเล็กหรือรากฝอยนั้น เนื้อเยื้อรากจะเปื่อยยุ่ย เมื่อดึงเบาๆ จะขาดออกจากกันได้ง่าย

 

 

แนะนำการป้องกันกำจัด

         1.หากพบการระบาดสารป้องกันกำจัดที่ ยูนิไลฟ์แนะนำ คัพเวอร์กรีน 100 ซีซี + นีโอไฟต์ 300 ซีซี + สับรา 300 กรัม + ซีวิว 300 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วลำต้นและใบ เพื่อรักษาและยับยั้งการลุกลามของเชื้อไฟท๊อปเธอร่า พร้อม กระตุ้นให้ทุเรียนสร้างเนื้อเยื่อใหม่ พ่นติดต่อกัน 2-3 ครั้งห่างกัน 7-10 วัน หากพบมอด ด้วงหนวดยาว เพลี้ยหอยเกร็ดให้ใช้ แมมมอท 500 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร  กำจัดแมลงร่วมด้วย 

        2.ฟื้นฟูระบบราก เพื่อรักษาและกำจัดเชื้อราในดิน พร้อมกระตุ้นการสร้างรากใหม่ด้วย ยูโอนิกซ์ 300 ซีซี + นีโอ-ไฟต์ 300 ซีซี + เมทาแลกซิล 300 กรัม ต่อน้ำ  200  ลิตร ฉีดพ่นลงดินบริเวณรอบชายพุ่มและโคนต้นให้เปียกโชก ทำ 2-3 ครั้งห่างกัน 10-15 วัน ทำจนกว่าทุเรียนจะมีรากใหม่

 

หลังใช้ ทุเรียนเกิดรากใหม่ ฟื้นฟูต้น ต้นสมบูรณ์

 

]]>
โรคผลเน่าสีน้ำตาลในลำไย https://unilife.co.th/en/?agricultural_knowled=%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%b3%e0%b9%84 Wed, 26 Aug 2020 06:56:11 +0000 https://unilife.co.th/en/?post_type=agricultural_knowled&p=5883 เชื้อสาเหตุ :  เชื้อรา  Phytophthora capsici Leonian

ลักษณะการทำลาย

   ใบและยอดไหม้ใบที่ถูกทำลายจะร่วง ใบอ่อนจะแห้งสีน้ำตาลทั้งต้น ผลที่ยังไม่แก่เต็มที่จะแตกเห็นในเนื้อผล ผลโตร่วง และอาจเห็นปุยขาวๆของเชื้อราปกคลุม  เกษตรกรเรียกโรคราน้ำฝน เพราะมักระบาดรุนแรงช่วงที่มีฝนตกติดต่อ กันโดยสปอร์ที่ว่ายน้ำได้จะเข้าทำลายใบอ่อน ใบเพลสาด ทำให้ใบเน่าหลุดร่วงลงไปสะสมอยู่ในดิน เมื่อลำไยออกผล ลมและฝนจะพาเชื้อราปลิวขึ้นไปตกบนผล ทำให้ผลแตกและเน่า จากนั้นผลจะร่วงหล่นลงสู่ฟื้นดินบริเวณโคนต้น เป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและเข้าทำลายได้ในฤดูถัดไป

การป้องกันกำจัด

     1.ในกรณี ที่ใบและผลลำไยเป็นโรคแล้ว ร่วงหล่นอยู่บนพื้นดินใต้ทรงพุ่ม ให้เก็บกวาดแล้วนำไปทำลาย ไม่แนะนำให้ปล่อยทิ้งไว้เพราะจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและเข้าทำลายได้ในฤดูถัดไป

       2.บำรุงรักษาต้นลำไยให้เจริญเติบโตแข็งแรง ฉีดพ่นปุ๋ยทางใบเพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับผลลำไย ลดผลแตกหลุดร่วง ผนังเซลล์หนาขึ้น ใช้  ยูนิฟอส-เค 30 กรัม + นีโอ-ไฮแคล 20 ซีซี  ต่อน้ำ 20 ลิตร

        3.หากพบการระบาดของโรคควรพ่นสารป้องกันกำจัด ใช้ ไอโซโพรไทโอเลน 20 ซีซี สลับ สับรา 30 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร อาบโชกทั้งต้น ทุกๆ 7-10 วัน

 

 

]]>
ทุเรียนราดสารระวังรากพัง https://unilife.co.th/en/?agricultural_knowled=%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9e Tue, 25 Aug 2020 04:20:29 +0000 https://unilife.co.th/en/?post_type=agricultural_knowled&p=5873       ทุเรียนที่ทำสารเพื่อสร้างดอก ทำให้หลังเก็บเกี่ยวมักจะพบปัญหาต้นโทรม ใบเล็กและไม่แตกใบอ่อน ระบบรากไม่ดีและยังพบการเข้าทำลายของโรคได้ง่าย ส่งผลให้ทุเรียนยืนต้นตาย สร้างความสูญเสียต่อชาวสวนอย่างมาก  การป้องกันไม่ให้ทุเรียนต้นโทรมตาย คือ ต้องทำให้ต้นทุเรียนแข็งแรง มีระบบรากที่ดีและสามารถดูดซับธาตุอาหารจากดินมาใช้ในการเจริญเติบโต

วิธีการป้องกัน

  1. แก้ปัญหาต้นโทรม ช่วยการเจริญเติบโต ด้วยการกระตุ้นการแตกใบอ่อน ด้วยการฉีดพ่นสารทางใบ ซีวิว 300 ซีซี + นีโอ-ไมเนอร์ 300 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร พ่นทุก 7-10 วัน
  2. เพิ่มการสร้างระบบรากที่ดีให้กับทุเรียน ใช้ ยูโอนิกซ์  300  ซีซี + นีโอ-ไฟต์ 300 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นรอบชายพุ่ม 10-15 วันต่อครั้ง ประมาณ 2-3 ครั้ง

       หลังใช้ทุเรียนจะตอบสนอง คือ ปริมาณรากจะเยอะมาก รากใหม่จะยาว ทำให้ทุเรียนแตกใบอ่อน  ใบจะใหญ่ มีใบแขนงตามออกมา ทุเรียนจึงมีใบหนาฟื้นตัวเร็ว

   

]]>
ทุเรียนพันธุ์โชคมณี https://unilife.co.th/en/?agricultural_knowled=%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%93%e0%b8%b5 Sun, 23 Aug 2020 03:24:24 +0000 https://unilife.co.th/en/?post_type=agricultural_knowled&p=5870      ทุเรียนพันธุ์โชคมณีเกิดจากเมล็ดทุเรียนไม่ทราบพันธุ์ที่งอกขึ้นเองในแปลงผลิตทุเรียนพันธุ์ชะนีเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2540 ในพื้นที่สวนของครอบครัวโชคช่วยพัฒนากิจ ตำบลสองพี่น้อง อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เมื่อคัดเลือกต้นทุเรียนจนมั่นใจในความคงตัวของลักษณะประจำพันธุ์เป็นเวลาประมาณ 10 ปีแล้ว  จึงได้ขอให้ ผศ. ดร.พิสิษฐ์ วรอุไร นักปราชญ์ด้านการเกษตร ช่วยตั้งชื่อพันธุ์ได้ชื่อว่า ‘โชคมณี’

      เนื้อของทุเรียนพันธุ์นี้มีความโดดเด่นด้านเนื้อหนา ร่อนไม่ติดเมล็ด มีเยื่อเหนียวหุ้ม ไม่เปื้อนเมื่อสัมผัส ผลลักษณะรูปไข่ กว้างประมาณ 16.8 เซนติเมตร ยาวประมาณ 19.4 เซนติเมตร ก้านผลยาวประมาณ 5.9 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2.7 เซนติเมตร รสมันอมหวาน เมื่อทานแล้วจะรู้สึกกรุบกรอบ เข้มปานกลาง และกลิ่นอ่อน น้ำหนักผล 0.5 – 4.5 กิโลกรัม อายุประมาณ 120 วัน

 

ที่มา : ประกาศกรมวิชาการเกษตร เรื่อง โฆษณาคำขอให้ออกหนังสือรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียนตามพระราชบัญญัติพันธุ์ พืช พ.ศ. 2518, ทุเรียนพันธุ์โชคมณี  19 มิ.ย. 2563

 

]]>
การจำแนก แถบสีที่ระบุบนฉลาก ตามระดับความเป็นพิษของวัตถุอันตราย https://unilife.co.th/en/?agricultural_knowled=%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%81-%e0%b9%81%e0%b8%96%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%99 Sat, 22 Aug 2020 03:10:50 +0000 https://unilife.co.th/en/?post_type=agricultural_knowled&p=5867

]]>