Proving Unilife Product – Unilife International Co., Ltd. https://unilife.co.th/en Sat, 22 Aug 2020 03:25:46 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.10 ปลูก “พริกส้มยาว” ใช้ผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ เก็บนานถึง 8 เดือน https://unilife.co.th/en/?agricultural_knowled=%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4 Sat, 11 Apr 2020 03:31:50 +0000 https://unilife.co.th/en/?post_type=agricultural_knowled&p=5344          พริกส้มยาว เป็นพันธุ์พริกที่มีลำต้นแข็งแรง เจริญเติบโตได้ดี และแตกแขนงดี ทรงพุ่มกว้าง ติดผลดก
มาก ผลสีเขียวอ่อน เมื่อผลสุกจะเปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดง เนื้อผลหนา ขนาดผลยาว 8-10 ซม. น้ำหนักดี ผลผลิต
สูง ทนทานต่อโรคได้ดี
 
           
 
          คุณเพ็ญจันทร์ ไขศรี -คุณทักษิณ ไขศรี ผู้บริหารศูนย์ยูนิไลฟ์สุมเส้า อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี และยังเป็น 
เกษตรกรปลูกพริกส้มยาวอีกด้วย โดยมี พื้นที่ปลูก 2 ไร่ ปัจจุบันอายุ 100 วันแล้ว เริ่มเก็บผลผลิต ง่ามแรกเก็บได้
มากถึง 100 กิโลกรัมเชียวนะ ราคาก็ดีมาก ช่วงเดือน กลางเดือนมี.ค. ประมาณ 30-40 บาท/กิโลกรัม พริกที่สวน
นี้ต้นสมบูรณ์ดีมาก ต้นสูง ผลผลิตเยอะ เก็บง่าย ต้นสมบูรณ์จนมีคนมาขอชมแปลงและเรียนรู้วิธีการปลูกอยู่
เสมอ อย่างวันนี้ก็มีเกษตรกรเข้ามาขอศึกษาเรียนรู้เพื่อนำวิธีการไปปลูกพริกส้มยาวเช่นกัน
 
          
 
         คุณเพ็ญจันทร์เล่าว่า ถึงแม้พริกส้มยาวจะเติบโตดีและให้ผลดก แต่ปัญหาของเกษตรกรที่พบเจอคือ
พริกมีอายุ เก็บเกี่ยวสั้น และเมื่อเก็บเกี่ยวไปไม่กี่เดือนผลพริกจะมีขนาดผอมเล็ก และติดไม่ดกเหมือนกับผลผลิต
ในช่วงแรก ซึ่งปัญหาเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นกับกลุ่มเกษตรกรที่ดูแลโดยศูนย์ยูนิไลฟ์สุมเส้า ยกตัวอย่าง แปลงของลูกทีม
เคยเก็บ ผลผลิตได้ยาวนานถึง 8 เดือน เรียกว่าลงทุนครั้งเดียว เก็บขายกันเกือบปี คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม ทั้งนี้เพราะ
การดูแลพริก ภายใต้คำแนะนำของศูนย์ยูนิไลฟ์สุมเส้านั้นจะเน้นเรื่องการบำรุงอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้ปุ๋ยยูโอนิกซ์
ชุดฉีดพ่นทาง ใบของยูนิไลฟ์ รวมทั้งเรื่องโรคและแมลงศัตรูพริกก็จะเน้นการป้องกันมากกว่าปล่อยให้เกิดแล้วค่อย
มาตามแก้พริก ของสวนตนเองและลูกทีมจึงต้นสมบูรณ์อยู่เสมอ ทำให้ยืดอายุเก็บเกี่ยวได้ยาวนานกว่า
 
           
 
        
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ
คุณประคอง-คุณมาโนชย์ น้อยวิชัย โทรศัพท์ 090-2563029, 082-50254096
คุณเพ็ญจันทร์ ไขศรี -คุณทักษิณ ไขศรี (ศูนย์ยูนิไลฟ์สุมเส้า อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี) โทรศัพท์ 081-0597494
นิไลฟ์ สาขาอุดรธานี โทรศัพท์ 042-111062, 061-8650267 
]]>
สวนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ใช้ผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ ผลผลิตดกเต็มต้น https://unilife.co.th/en/?agricultural_knowled=%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%ad Thu, 09 Apr 2020 03:39:27 +0000 https://unilife.co.th/en/?post_type=agricultural_knowled&p=5803             ปัจจุบันมีเกษตรกรปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกพืชไม่เหมาะสม เช่น อ้อย มันสำปะหลัง และพืชผัก เป็นการ
ปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง เนื่องจากสามารถปลูกได้ในทุกพื้นที่ เติบโตเร็ว ทนโรคและแมลง และสามารถ
ตอบสนองต่อการบังคับให้ออกผลนอกฤดูได้ อีกทั้งยังเป็นพืชราคาดีอีกด้วย
 
           
 
          คุณประคอง และ คุณมาโนชย์ น้อยวิชัย ก็เช่นกัน ได้หันมาทำสวนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง 10 ไร่
จำนวน 1,000 ต้น อยู่ที่ ต.นาจารย์ อ.เมือง จ. กาฬสินธุ์ ปัจจุบันมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองที่สวนนี้อายุ
ประมาณ 3 ปีแล้ว มีทั้งผลผลิตนอกฤดูและผลผลิตที่ออกตามฤดูกาล 
    
           
 
           ก่อนหน้านี้ด้วยความที่เป็นมือใหม่ในการปลูกมะม่วง ก่อนหน้านี้จึงพบปัญหาสภาพต้นไม่สมบูรณ์ ใบ
ไม่สวย คิดว่าผลผลิตคงได้ไม่ดีเท่าที่ควรแน่ๆ แต่ก็ได้เสาะหาแหล่งเรียนรู้ จนกระทั่งได้มารู้จักกับคุณเกรียงศักดิ์
กมลเชื้อ ซึ่งมาจัดประชุมให้คำแนะนำเรื่องการดูแลมะม่วง จึงตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกยูนิไลฟ์ และปฏิบัติตาม
คำแนะนำของคุณเกรียงศักดิ์
 
             
 
         โดยใช้ปุ๋ยยูโอนิกซ์และผลิตภัณฑ์ชุดบำรุงจากยูนิไลฟ์ช่วยแก้ปัญหาให้จนมะม่วงดีขึ้นเรื่อยๆ และผลผลิตก็
ออกมาดีมาก อย่างปุ๋ยยูโอนิกซ์ก็ใช้ครบทั้ง 3 สูตร เลย คือช่วงบำรุงต้นและใบใช้ปุ๋ยยูโอนิกซ์ สูตร 30-9-6
ช่วงสะสมอาหาร ใช้ปุ๋ยยูโอนิกซ์ 18-18-18 สูตร และช่วงสุดท้ายเพิ่มความหวาน ใช้ปุ๋ยยูโอนิกซ์ สูตร 9-9-29
 

       

          
 
      ปัจจุบันมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ใกล้จะได้เก็บผลผลิตขายแล้วในช่วง เม.ย.-พ.ค. นี้ คาดว่าปีนี้
ได้เงินหลายแสนแน่นอน เพราะดกมากและคุณภาพก็ดี ผลใหญ่ ผิวสวย เป็นที่ต้องการของตลาดมาก คุณ
ประคอง และ คุณมาโนชย์ ประทับใจยูนิไลฟ์มากเพราะผลิตภัณฑ์ใช้แล้วได้ผลดีจริงๆ ประกอบกับมีที่ปรึกษา
อย่างคุณเกรียงศักดิ์ ที่คอยดูแลให้คำแนะนำตลอด เจอปัญหาอะไรสอบถามได้หมดแก้ปัญหาให้หมด ถึงเป็น
ชาวสวนมือใหม่ก็ทำสวนได้จริงๆ
 
       
 
       
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ
คุณประคอง-คุณมาโนชย์ น้อยวิชัย โทรศัพท์ 090-2563029, 082-50254096
คุณเกรียงศักดิ์ กมลเชื้อ โทรศัพท์ 095-6452662   
หรือ ทาง ยูนิไลฟ์ สาขา ร้อยเอ็ด โทรศัพท์ 043-624096, 061-8643168 
]]>
ครูถวัลย์ จันทโชติ สมาชิกยูนิไลฟ์ จ.นครนายก เปิดสวนให้เข้าชม พร้อมถ่ายทอดกลเม็ดเคล็ดลับในการทำมะยงชิด “ติดดก ดอกไม่ร่วง” https://unilife.co.th/en/?agricultural_knowled=%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b8%96%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b9%8c-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b9%82%e0%b8%8a%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b4 Wed, 20 Mar 2019 04:01:20 +0000 https://unilife.co.th/en/?post_type=agricultural_knowled&p=4341 มะยงชิด เป็นพืชเศรษฐกิจราคาดีของ จ. นครนายก  แต่เนื่องจากในฤดูที่ผ่านมา สภาพอากาศไม่เหมาะสมทำให้ชาวสวนมะยงชิดส่วนใหญ่ประสบปัญหาดอกร่วง  ไม่ติดผล ส่งผลให้ชาวสวนมะยงชิดมากมายขาดรายได้  แต่มะยงชิดจากสวนของครูถวัลย์ จันทโชติ กลับสวนกระแส “มะยงชิดติดดก ดอกไม่ร่วง”  ทำให้ชาวสวนมะยงชิดมากมายมาสอบถามเทคนิคและวิธีการกันมากมาย ดังนั้น เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธุ์ 2562 ครูถวัลย์ จันทโชติ  พร้อมด้วยทีมนักวิชาการยูนิไลฟ์  จึงจัด “กิจกรรมเยี่ยมชมสวนมะยงชิด” ของครูถวัลย์ จันทโชติ  โดยเปิดสวนมะยงชิดให้เข้าชมพร้อมให้ความรู้ ทำให้มีเกษตรกรที่สนใจทั้งจากในพื้นที่และต่างจังหวัดมาร่วมงานกว่า 30 คน ทั้งนี้

        ในงานครูถวัลย์ ได้พาเพื่อนเกษตรกรเดินชมสวนมะยงชิดกว่า 100 ต้น โดยแต่ละต้นให้ผลผลิตที่ดกมาก และผลขนาดใหญ่ ผิวสวย เด็ดมาชิมรสชาติดีมาก กรอบ เนื้อเยอะ เมล็ดลีบ ขนาดผลส่วนใหญ่ก็เป็นเบอร์ใหญ่และเบอร์รอง (เบอร์ใหญ่ 9-12 ผล/กก.,เบอร์รอง 14-16 ผล /กก.) ซึ่งชาวสวนมะยงชิดที่มาร่วมงานต่างให้การยอมรับว่าสวนนี้ดกจริงๆและคุณภาพผลผลิตดีมาก

หลังจากพาชมสวนแล้วครูถวัลย์ยังถ่ายทอดวิธีการทำมะยงชิดและเผยกลเม็ดเคล็ดลับของตนให้กับเพื่อนชาวสวนได้รับฟังและตอบข้อซักถามกันอีกด้วย ชาวสวนมะยงชิดที่มาร่วมงานนี้ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า มาไม่ผิดหวังจริงๆ เพราะได้เห็นกับตาตัวเองว่าผลผลิตจากสวนนี้ดีจริง และยังได้ความรู้และวิธีการที่จะนำกลับไปใช้ที่สวนของตนเองได้อีกด้วย ซึ่งครูถวัลย์บอกเคล็ดลับให้แบบไม่หวงสูตรกันเลย

 

       ครูถวัลย์ จันทโชติ เป็นสมาชิกยูนิไลฟ์ ใช้ผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ครบสูตรตั้งแต่เริ่มทำใบอ่อนจนถึงก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต ในช่วงเก็บผลผลิตสวนครูถวัลย์จะมีลูกค้ามาตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เก็บสดจากต้นกันเลย นอกจากมาเองแล้วยังมีลูกค้าออนไลน์สั่งออร์เดอร์มะยงชิดให้ส่งเคอรี่ทุกวันเช่นกัน  จุดที่ทำให้สวนมะยงชิดครูถวัลย์มีชื่อเสียงโด่งดัง รสชาติที่เป็นเลิศจนลูกค้าติดใจ และคุณภาพผลผลิตที่โดดเด่นจนบรรดาแม่ค้าต้องมาจับจอง เพราะซื้อผลผลิตจากสวนครูถวัลย์ไปวางขายแล้วได้ราคาดีกว่า อีกทั้งผลผลิตที่ดกมาก ในขณะที่สวนอื่นๆ ไม่ค่อยติดผล นอกจากนี้ครูถวัลย์ยังขายกิ่งพันธุ์มะยงชิดด้วย ทำให้ครูถวัลย์มีรายได้จากการขายมะยงชิดและกิ่งพันธุ์ปีละล้านกว่าบาท ครูถวัลย์บอกว่า “ซื้อกิ่งพันธุ์ที่สวนนี้ แถมบริการความรู้ฟรีอีกด้วย”

 

 

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :

ครูถวัลย์ จันทโชติ โทรศัพท์ 081-2780730 หรือ ยูนิไลฟ์ สาขานครนายก (ตลาดองค์รักษ์) โทรศัพท์ 037-391-959

]]>
ผลผลิตคือบทพิสูจน์-อ้อย-วัชรี เมฆวิลัย https://unilife.co.th/en/?agricultural_knowled=%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2 Sat, 27 Oct 2018 04:06:16 +0000 https://unilife.co.th/en/?post_type=agricultural_knowled&p=5801 คุณวัชรี เมฆวิลัย สมาชิกยูนิไลฟ์ จ.นครสวรรค์  ปลูกอ้อย 38 ไร่  มีทั้งอ้อยตอ 1 และอ้อยตอ 4 โดย อ้อยตอ 1 พันธุ์ขอนแก่น 3 จำนวน 4 ไร่ ส่วนอ้อยตอ 4 เป็นพันธุ์อู่ทอง12 จำนวน 34 ไร่ คุณวัชรีเล่าว่า โดยปกติคนอื่นไม่กล้าไว้อ้อยถึง ตอ 4 เพราะอ้อยจะไม่ค่อยงาม ลำเล็ก ผลผลิตน้อย ต้องบำรุงเยอะ ไม่คุ้มค่าสู้ปลูกใหม่ดีกว่า แต่คุณวัชรีกล้าไว้ตอ 4 เพราะมั่นใจว่าใช้ปุ๋ยดี อ้อยโตไวแน่นอน  ทำให้ตนเองประหยัดค่าไถปลูกใหม่ ค่าท่อนพันธุ์ ค่าแรงงานปลูก ไปได้ถึงไร่ละ 6,000 บาท

เมื่อปี 2560 คุณวัชรีตัดอ้อยเดือน ธ.ค. พอถึงช่วง พ.ค. ก็เกิดภาวะแล้งจัด จนอ้อยของเพื่อนบ้านตายกันเยอะ ต้องหาพันธุ์มาปลูกใหม่ เค้ามาติดต่อซื้ออ้อยเราเพราะอ้อยเราโตกว่าของคนอื่น ตอนนั้นอ้อยอายุประมาณ 6 เดือน แต่เนื่องจากใช้ปุ๋ยทางดินและปุ๋ยทางใบของยูนิไลฟ์อ้อยจึงโตและลำใหญ่จนเอาไปทำพันธุ์ได้  ประกอบกับมั่นใจว่าอีก 6  เดือนที่เหลือถ้าใช้ยูนิไลฟ์เหมือนเดิม  หน่ออ้อยที่โตมาใหญ่จะโตทันปิดหีบในฤดูถัดไปแน่ๆ ก็ตัดสินใจตัดอ้อยขายไป 10 ไร่  ได้เงินมา 150,000 บาท ที่กล้าตัดขายเพราะเชื่อมั่นว่าปุ๋ยยูนิไลฟ์ดีจริง สรุปว่าปีนั้นพื้นที่ 10 ไร่ ขายอ้อยได้ 2 รอบ คือ  โดยรอบแรกตัดขายเป็นท่อนพันธุ์ และรอบสองตัดเป็นอ้อยโรงงาน  ได้เงินรวม 250,000 บาท  โดยที่ผลผลิตเฉลี่ยอ้อยที่ตัดรอบ 2 นั้น ก็ได้ปริมาณสูงถึง 18 ตัน/ไร่

การกำจัดวัชพืช วิธีการของคุณวัชรี คือ หลังตัดอ้อยเสร็จ คุณวัชรีจะพ่นยาคุมแห้ง อิมาซาพิก + เพนชั่น ส่วนแปลงปลูกใหม่เมื่อกลบอ้อยเสร็จก็พ่นยาคุมแห้ง  อิมาซาพิก + เพนชั่น วิธีการนี้ดีคือ ไม่ต้องกังวลเรื่องหญ้า หญ้าจะไม่งอกมาแย่งปุ๋ยอ้อย ปุ๋ยที่เราใส่ไปอ้อยก็จะได้รับเต็มๆ (ซึ่งจะแตกต่างจากวิธีการของคนอื่นที่หลังตัดอ้อยจะใส่ปุ๋ยก่อน ทำให้หญ้าและอ้อยโตพร้อมกัน แล้วต้องพ่นยาฆ่าหญ้าตาม ทำให้เปลืองทั้งยาฆ่าหญ้า อ้อยโทรม และเปลืองปุ๋ย ) หลังใช้ยาคุมแห้ง คุมหญ้าได้นาน

 

การใช้ปุ๋ยทางดิน แปลงอ้อยตอพออ้อยเริ่มมีใบ คุณวัชรีจะฝังปุ๋ย โดยใช้ ปุ๋ยยูเรีย คลุก ยูโอนิกซ์  ส่วนแปลงที่ปลูกใหม่ คุณวัชรี ใช้ ปุ๋ยยูเรีย คลุก ยูโอนิกซ์ ใส่ไปพร้อมวางท่อนพันธุ์เลย

จากนั้น ก็จะฉีดพ่นทางใบ ใช้ ยูโอนิกซ์ + เอ็กเทน2 + นีโอ-ซิงค์พลัส +  ฟิพเปอร์ + คัพเวอร์กรีน  ใช้แบบนี้แล้วอ้อยโตดีกว่า โตเร็วกว่า หน่อเยอะ ข้อปล้องยาว

หลังจากนั้น อ้อย 4-5 เดือน จะใส่ปุ๋ยอีกรอบ โดยใช้ ปุ๋ยสูตร 15-15-15 คลุก ยูโอนิกซ์ อ้อยจะใบเขียว กอใหญ่ ลำใหญ่ ปล้องยืด โตดีมาก ไม่ต้องใส่ปุ๋ยบ่อย ทำให้ประหยัดปุ๋ยกว่าชาวไร่ทั่วๆไป ซึ่งชาวไร่ทั่วไป จะใส่ปุ๋ยกัน 2 ครั้ง ในช่วงต้นฝนและปลายฝน รวม 100 กิโลกรัม/ไร่/รอบปลูก แต่อ้อยก็จะไม่ค่อยโต ทำให้ต้องใส่เยอะและใส่บ่อย แต่คุณวัชรีใช้ปุ๋ยยูโอนิกซ์ 2 ครั้ง รวม 50 กิโลกรัม/ไร่/รอบปลูก ร่วมกับการใช้ปุ๋ยทางใบฉีดพ่นโดย และยังลดต้นทุนได้มากกว่า เพราะใส่ปุ๋ยน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง

 

เรื่องการทนแล้ง ในช่วงหน้าแล้งอ้อยของคนอื่นจะใบเหลืองเร็ว แต่อ้อยคุณวัชรี ใบจะเขียว ใบไม่เหี่ยว ไม่ห่อ ขนาดตอนเที่ยงมาดูที่แปลง อ้อยคนอื่นใบหักพับไปหมด แต่อ้อยคุณวัชรีใบตั้ง สดชื่นอยู่เลย ทั้งนี้เป็นเพราะระบบรากอ้อยดี รากเยอะมาก อ้อยกินน้ำกินอาหารเก่ง จึงโตไวและทนแล้ง ความสมบูรณ์ของดินก็ดี สังเกตุได้จากมีขุยไส้เดือนอยู่ตามโคนต้นอ้อยเยอะ

 

เรื่องคุณภาพของอ้อย วัดกันที่ค่าความหวาน (C.C.S)  ปีที่ผ่านมา แปลงอ้อยคนอื่นๆ วัดค่าความหวาน ได้ 9-10% C.C.S แต่แปลงของคุณวัชรี ได้ถึง 12-13 % C.C.S  ก็ยิ่งทำให้อ้อยของคุณวัชรีได้ราคาดีกว่าเกษตรกรทั่วไป

]]>
เทคนิคการเปลี่ยนพื้นที่ทำนามาปลูกดาวเรือง https://unilife.co.th/en/?agricultural_knowled=%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5 Fri, 31 Mar 2017 10:07:28 +0000 https://www.unilife.co.th/?post_type=agricultural_knowled&p=2538 จากชาวนาที่เปลี่ยนพื้นที่ทำนามาปลูกดาวเรืองตัดดอกขายเป็นครั้งแรก บนพื้นที่เพียง 3 ไร่ ของคุณสำเนา แดงไผ่ สมาชิกยูนิไลฟ์ จ.ชัยนาท ซึ่งสามารถสร้างรายได้มากถึง 400,000 บาท  โทร. 080-5091993

  • ใช้ผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์

พ่นซีวิว ระยะเพาะต้นกล้าดาวเรือง

หลังปลูกลงดิน พ่นชุดบำรุง+ผลิตภัณฑ์ป้องกันกำจัดโรคและแมลง ทุก 7-10 วัน

  • ปุ๋ยผสม ยูโอนิกซ์

ปล่อยไปกับระบบน้ำหยด
46-0-0 คลุกยูโอนิกซ์ 5 กก.ต่อน้ำ 200 ลิตร
ใส่ทางดิน พื้นที่ 3 ไร่ใช้ปุ๋ย 1 กระสอบ         

ความประทับใจ

ผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ทำให้ดาวเรืองดกมาก ดอกใหญ่ ได้คุณภาพ  หมดปัญหาเรื่องโรคและแมลง

]]>
การเพิ่มผลผลิตข้าวด้วยนวัตกรรมยูนิไลฟ์ https://unilife.co.th/en/?agricultural_knowled=%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2 Fri, 31 Mar 2017 05:52:44 +0000 https://www.unilife.co.th/?post_type=agricultural_knowled&p=2520 การเพิ่มผลผลิตข้าวด้วยนวัตกรรมยูนิไลฟ์โดย คุณพิเชษฐ์ ศรีเพียงจันทร์ สมาชิกยูนิไลฟ์ จ.สุพรรณบุรี ให้ข้อคิดแรกคือ การทำนา ให้ได้ผลผลิตดีทั้งปริมาณและคุณภาพนั้น คงต้องเริ่มมาจากการจัดการที่ดี…การเลือกเมล็ดพันธุ์ที่ดีให้เหมาะสมกับพื้นที่ปลูก รวมถึงปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ ผสานกับประสบการณ์ของเกษตรกรด้วย มาติดตามเทคนิคการเพิ่มผลผลิต ช่วยลดต้นทุน และสร้างมูลค่าข้าวจากเกษตรกรมืออาชีพ แบบคุณพิเชษฐ์ ทำนาได้ผลผลิตไม่น้อยกว่า 120 ถังต่อไร่ ผลผลิตปริมาณมาก นำไปขายเมล็ดพันธุ์ข้าวทั้งหมดยังได้ราคาดีอีกด้วยค่ะ

  1. การวางแผนการจัดการ
  • สำรวจพื้นที่เพื่อเตรียมทางเข้า-ออกของน้ำ จะคุมหญ้าให้ได้ผลดีต้องจัดการน้ำได้
  • เลือกเมล็ดพันธุ์ข้าว ให้ตรงกับสภาพพื้นที่และฤดูกาล (ฤดูนี้เกษตรกรใช้พันธุ์ กข 31)
  • สำรวจข้อมูลโรคและแมลงศัตรูข้าวที่เคยระบาด เคยมีเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล บั่ว
  • วางแผนการปลูก-การเก็บเกี่ยว จะเริ่มทำนาเมื่อไหร่ นัดหมายแรงงานในการฉีดพ่น
  1. การแก้ปัญหาเรื่องของพื้นที่
  • ดินขาดธาตุอาหาร สภาพกรดจัด แข็งแน่นดาน

วิธีแก้ไข – ปรับปรุงดินด้วย ไบโอ-ซอย เพื่อปรับสภาพกรดให้ลดลงและทำให้ดินร่วนซุยและใช้ปุ๋ยทางใบพ่นในระยะต่างๆ ของข้าวเพื่อเสริมธาตุอาหารที่ขาดทางดินส่วนใหญ่จะใช้ตามเทคนิคภาพ สุดท้ายเสริมด้วย สารเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ย “ยูโอนิกซ์” ตามคำแนะนำ

  • มีวัชพืชและข้าววัชพืชมาก

วิธีแก้ไข – ย่ำเทือกหลายๆ ครั้งเพื่อให้วัชพืชจมแล้วหมักไว้โดยใช้ยูเรียผสมกับ สารเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ย “ยูโอนิกซ์” หว่าน 5 กก./ไร่ เร่งการย่อยสลายของจุลินทรีย์ดินก็ร่วนซุยดี ปล่อยธาตุอาหารให้พืชได้มากขึ้นอีกด้วย วิธีนี้หว่านข้าวแล้วข้าวจะไม่เหลืองหรือย่อยตายส่วนข้าววัชพืชใช้ บีโฟ + คัพเวอร์ หยดลงดินพร้อมกับการย่ำเทือกแช่ไว้นานราว 5 วัน ระวังอย่าให้น้ำรั่วจะสามารถคุมการงอกของข้าววัชพืชใต้ดินได้ดีมาก

  • การเข้าออกของน้ำไม่สะดวก

วิธีแก้ไข – การขุดลอกทางน้ำใหม่ และวางท่อระบายน้ำจุดต่างๆสามารถคุมการเข้า-ออก โดยเฉพาะในช่วงฉีดยาคุม-ฆ่าหญ้า หรือช่วงใส่ปุ๋ยได้

  1. การคัดเลือกและจัดการเมล็ดพันธุ์
  • ควรเลือกเมล็ดพันธุ์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ เนื่องจากทำนาช้าไปจากเดิมเกือบเดือน

วิธีแก้ไข – ใช้เมล็ดพันธุ์ขยาย ปทุมธานี 80 หรือ กข 31 ที่ช่วงอายุ 120 วัน ต้านทาน เพลี้ยกระโดด อ่อนแอต่อโรคใบไหม้

  • การเร่งการงอกของข้าวให้สม่ำเสมอ

วิธีแก้ไข – เลือกเมล็ดพันธุ์จากศูนย์ขยายพันธุ์ข้าว แช่ชีวิวแล้วคัดเมล็ดลีบออกนำไปแช่ 1 คืน หุ้ม 2 คืน ก่อนหว่านราดด้วย ซีวิว, นีโอ-ซิงค์พลัส,คัพเวอร์ หน่อข้าวจะอวบใหญ่ งอกไวกว่าเดิม

ข้าวจะโตสม่ำเสมอกว่าการไม่ราดสาร

  1. การคุม-ฆ่าหญ้า ลดการงอกของข้าววัชพืช

วิธีแก้ไข – คุมเลนทันทีหลังหว่านข้าวด้วยผลิตภัณฑ์ บิวทาคลอร์, ไบโอ-ซอย เพื่อลดการงอกของข้าววัชพืช หญ้าดอกขาว กกต่างๆปัจจุบันหญ้าดอกขาวพันธุ์สีม่วงค่อนข้างต้านทานยาคุม(แก้ไขได้)

เดิมแปลงนี้งดการทำนา 3 เดือน ทำให้เกิดวัชพืชหลายชนิดและปริมาณมาก ดอกหญ้าเมื่อแก่จะลอยเหนือผิวน้ำและงอกเมื่อสัมผัสดินจึงพ่นคุม-ฆ่าหญ้า ด้วย เซจเจอร์ + พีโพนา70 ส่วนผสม เคาท์ดาว เพื่อกำจัดเพลี้ยไฟ และ ซีวิว เร่งการเจริญเติบโตของข้าว

  1. การป้องกันแมลงศัตรูข้าว
  • เพลี้ยไฟ ตรวจโดยใช้มือจุ่มน้ำแล้วลูบที่ใบข้าวจะมีผงเล็กๆ สีดำติดมือมาจะใช้ เคาท์ดาว
  • หนอนม้วนใบ หากพบการระบาดของผีเสื้อควรฉีดยาป้องกันด้วย เคาท์ดาว + นิวทริน55
  • เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ช่วงนี้มีการระบาดในหลายพื้นที่จะใช้ อะวอร์ด40 ป้องกัน
  • หนอนกอ ฝนตกความชื้นสูงจะมีการระบาดมากจะใช้ เคสโต ป้องกัน

หมายเหตุ

พบเพลี้ยไฟระบาดในช่วงก่อนหว่านปุ๋ยครั้งแรกเล็กน้อยส่วนแมลงศัตรูอื่นๆ เกือบจะไม่มีเลยทั้งฤดูปลูก

  1. การป้องกันโรคข้าว
  • โรคใบจุดสีน้ำตาล เกิดจากเชื้อราในช่วงที่ข้าวเริ่มแตกกอ-ออกรวง จะใช้ เบนเอฟ ป้องกัน
  • โรคเมล็ดด่าง ช่วงข้าวตั้งท้อง-ก่อนแทงรวง เป็นช่วงที่ไม่ควรขาด แอนโทรล + รัสโซล
  • โรคใบสีส้ม จะพบหลังจากใส่ปุ๋ยครั้งแรก-ข้าวออกรวงมาจากการขาดธาตุโพแทสเซียม ให้ฉีดพ่นสาร นีโอ-เค +แคลเคลียร์ + ยูนิแพลนท์-แดง เมื่อพบอาการดังกล่าว

หมายเหตุ

สารป้องกันโรคทำให้ข้าวใบสวยตลอด ไม่มีรอยทำลายจากโรค

  1. การใส่ปุ๋ยและสารบำรุง แปลงนี้ใส่ปุ๋ย 3 ครั้งคือ

ครั้งที่ 1 เมื่อข้าวอายุ 15 วัน แต่ละแปลงจะใส่ปุ๋บและสารบำรุงไม่เท่ากันตามสภาพดิน แต่ที่ใช้หลักๆ จะเป็นการผสม ยูเรีย + 16-20-0 ผสมกับ สารเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ย “ยูโอนิกซ์” 10 กระสอบต่อพื้นที่ 40 ไร่ (เนื่องจากไม่มีหน้าดินทำให้ธาตุอาหารต่ำมาก)

ครั้งที่ 2 เมื่อข้าวอายุ 50 วัน ใส่ 16-20-0 + ยูเรีย (3:1) ผสม สารเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ย “ยูโอนิกซ์” ตามสูตรโดยเก็บไว้ 2 คืน แล้วหว่าน 15 กระสอบต่อพื้นที่ 40 ไร่

ครั้งที่ 3 หว่านรับรวง ข้าวเริ่มแทงรวงจะหว่าน 16-16-16 จำนวน 4 กระสอบ + ยูเรีย 1 กระสอบ สารเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ย “ยูโอนิกซ์” ใส่เพียงไร่ละ 5 กิโลกรัม (คำแนะนำจากนักวิชาการ)

  1. เทคนิคการพ่นสาร

ควรใช้หัวฉีดรูปพัดในการพ่นยาคุม-ฆ่าหญ้า เพราะทำให้สารกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ ให้ใช้หัวฉีดรูปกรวยพ่นสารบำรุงและป้องกันกำจัดศัตรูพืชเพื่อที่จะปรับหัวฉีดให้ละอองเล็กละเอียด และฟุ้งกระจายทั่วทั้งต้นข้าว

แต่ที่พิเศษคือในช่วงข้าวตั้งท้อง-ออกรวง แล้วไม่ควรกดหัวฉีดให้พุ่งเข้าสู่ต้นข้าวโดยตรง เพราะแรงดันน้ำจะกระแทกต้นข้าวจนทำให้ละอองเกสรร่วงได้ ควรยกหัวฉีดให้สูงกว่ายอดข้าว โดยตั้งให้หัวฉีดขนานกับยอดข้าว โปรยละอองยาให้ฟุ้งเป็นละอองมากที่สุดสามารถกำจัดโรค และแมลงศัตรูรวมทั้งเพิ่มผลผลิตได้

หมายเหตุ-แก้ปัญหาต้นข้าวแตก มีรวงแต่ไม่ติดเมล็ดในกรณีโรคและแมลงศัตรูระบาดช่วงข้าวตากเกสร

  1. การตรวจตัดข้าวปน

เมื่อพบพันธุ์ปนให้ถอนทิ้งทั้งกอ ควรทำอย่างสม่ำเสมอตามระยะการเจริญเติบโตของข้าว

  • ระยะกล้า – สีใบ ความสูง โรค
  • ระยะแตกกอ – ความสูง สีต้น
  • ระยะออกดอก – การออกดอก ความสูง
  • ระยะโน้มรวง – ลักษณะเมล็ด รวง
  • ระยะก่อนเก็บเกี่ยว – ลักษณะเมล็ด ตรวจดูแปลงครั้งสุดท้ายก่อนเกี่ยว

หมายเหตุ แปลงของเราต้นสม่ำเสมอไม่มีทั้งพันธุ์ปนและข้าววัชพืช จึงไม่ได้ตัดพันธุ์ปน

  1. การเก็บเกี่ยวข้าว
  • ระยะ 7-10 วันก่อนเก็บเกี่ยว ควรระบายน้ำออกให้หมด เพื่อสะดวกในการเก็บเกี่ยวและช่วยให้ข้าวสุกสม่ำเสมอ
  • ระยะเก็บเกี่ยวที่เหมาะสม 28-30 วัน หลังออกดอก เป็นระยะพลับพลึง
  • การเก็บเกี่ยว จะเก็บเกี่ยวเป็นแปลง ๆ เมื่อเกี่ยวแล้วให้ผูกป้ายบอกชื่อพันธุ์หากใช้เครื่องเกี่ยวนวดต้องทำความสะอาดเครื่องเกี่ยวนวด ก่อนทำการเก็บเกี่ยวทุกครั้งกรณีที่มีการเปลี่ยนพันธุ์

 

 

  • หากท่านมีปัญหา อยากสอบถามทุกเรื่อง… ที่เกี่ยวกับ นาข้าว ผมยินดี ให้คำแนะนำและบริการทางวิชาการทุกสายงานครับ พิเชษฐ์ ศรีเพียงจันทร์ โทร. 084-006-3361
]]>
การทำแคนตาลูปคุณภาพ https://unilife.co.th/en/?agricultural_knowled=%e0%b9%81%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%9b-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5 Thu, 01 Dec 2016 10:11:26 +0000 https://www.unilife.co.th/~unilifeweb/?post_type=agricultural_knowled&p=1449

แคนตาลูป บนพื้นที่ 2 ไร่ ของคุณละมูล  ศิริมนตรี สมาชิกยูนิไลฟ์ จ. นครราชสีมา เคยได้ผลผลิตเพียง 8 ตัน/ไร่ หลังจากใช้ “ยูนิไลฟ์” ได้ผลผลิตเพิ่มเป็น 12 ตัน /ไร่ รายได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม รู้สึกมั่นใจกับธุรกิจเครือข่ายเกษตรยูนิไลฟ์ มากขึ้นกว่าเดิม ที่นี่มีทีมงานวิชาการที่คอยให้คำปรึกษา และเพื่อนๆสมาชิกที่คอยแบ่งปันสิ่งดีๆให้แก่กัน สนใจการทำแคนตาลูปคุณภาพ ติดต่อ คุณละมูล 089-626-4345

เจ้าของแปลง   คุณละมูล  ศิริมนตรี
โทรศัพท์   089-626-4345
ที่อยู่ 183 ม.8 ต.หันห้วยทราย อ.ประทาย จ.นครราชสีมา
พืชปลูก แคนตาลูป
พื้นที่ปลูก 2 ไร่
ฤดูกาลปลูก ตุลาคม 2558 – มกราคม 2559
เปรียบเทียบการใช้ปุ๋ย
การใช้ปุ๋ยแบบเดิม
ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 1 ระยะ ย้ายต้น ใช้ปุ๋ยสูตร 21-4-21                    ใช้อัตรา 30-40 กก./ไร่
ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 ระยะ อายุ 20 วัน ใช้ปุ๋ยสูตร 16-16-16                   ใช้อัตรา 25-30 กก./ไร่
ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 3 ระยะ ก่อนเก็บเกี่ยว 10-15 วัน ใช้ปุ๋ยสูตร 13-13-21 + 0-0-60        ใช้อัตรา 20+20 กก./ไร่
รวมทั้งฤดูปลูกใช้ปุ๋ยจำนวน 110 กิโลกรัม/ไร่
ผลผลิตที่เคยได้รับ 8-8.5 ตันต่อไร่
การใช้ปุ๋ยผสมอิโค่มิกซ์
ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 1 ระยะ ย้ายต้น ใช้ปุ๋ยสูตร 21-4-21                    ใช้อัตรา 15-20 กก./ไร่
ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 2 ระยะ อายุ 20 วัน ใช้ปุ๋ยสูตร 16-16-16                   ใช้อัตรา 10-15 กก./ไร่
ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 3 ระยะ ก่อนเก็บเกี่ยว 10-15 วัน ใช้ปุ๋ยสูตร 13-13-21 + 0-0-60        ใช้อัตรา 15+15 กก./ไร่

 

รวมทั้งฤดูปลูกใช้ปุ๋ยจำนวน 65 กิโลกรัม/ไร่

ผลผลิตที่ได้ 12 ตันต่อไร่

 

ข้อดีของการใช้ตามคำแนะนำยูนิไลฟ์

  • ลดการใช้ปุ๋ยทางราก
  • ลดจำนวนครั้งการให้ปุ๋ยทางใบ
  • ลดการให้น้ำ (พืชต้องการน้ำน้อยลง)
  • ทนทานต่อโรคและแมลง และความแปรปรวนของอากาศ
  • ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต
]]>
เทคนิคการทำมะนาวให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ https://unilife.co.th/en/?agricultural_knowled=%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%a7-%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3 Thu, 01 Dec 2016 09:59:40 +0000 https://www.unilife.co.th/~unilifeweb/?post_type=agricultural_knowled&p=1443

สวนมะนาว 6 ไร่ ของคุณรัตน์  บุญเนตร สมาชิกยูนิไลฟ์ จ. สิงห์บุรี นับว่ามีชื่อเสียงมาก ที่ผู้สนใจปลูกมะนาวจะต้องแวะเวียนไปขอความรู้ เทคนิคดีๆ จากคุณรัตน์ ซึ่งไม่เคยหวงสูตร พร้อมให้คำแนะนำดีๆ สนใจ สายตรงได้เลย 084-801-5418

เจ้าของแปลง   คุณรัตน์  บุญเนตร
โทรศัพท์   084-801-5418
ที่อยู่ 6 ม.13 ต. เชิงกลัด อ.บางระจัน  จ.สิงห์บุรี
พืชปลูก มะนาว
พื้นที่ปลูก 6 ไร่
ทำตามยูนิไลฟ์ 6 ไร่
ฤดูกาลปลูก มกราคม 2559 – พฤษภาคม 2559 (มะนาวอายุ 5-6 ปี)
เปรียบเทียบการใช้ปุ๋ย
การใช้ปุ๋ยแบบเดิม
ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 1 ใช้ปุ๋ยสูตร 46-0-0         ใช้อัตรา 3 กำมือ ใส่ทุก 15 วัน
รวมทั้งฤดูปลูกใช้ปุ๋ย 6 กระสอบ
ผลผลิตที่เคยได้รับ 1,000 ลูก/ต้น (ขนาดผลมะนาวเล็ก)
การใช้ปุ๋ยผสมอิโค่มิกซ์
ใส่ปุ๋ยครั้งที่ 1 ใช้ปุ๋ยสูตร 46-0-0         ใช้อัตรา 3 กำมือ ใส่ทุก 15 วัน

 

หลังใส่รดน้ำตามเพื่อละลายปุ๋ยให้ต้นมะนาวได้กินและฉีดพ่นชุดบำรุง+ชุดป้องกันกำจัดแมลง/เพลี้ยไฟ

ด้วยผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์เต็มสูตร

รวมทั้งฤดูปลูกใช้ปุ๋ยจำนวน 1 กำมือ ใส่ทุก 15 วัน     ทั้งฤดูปลูกใช้ปุ๋ย 2 กระสอบ

ผลผลิตที่เคยได้รับ 1,000 ลูก/ต้น(ขนาดผลมะนาวใหญ่กว่าเดิมมาก)

ผลตอบรับจากเกษตรกร

มะนาวติดดอกดก  ลูกใหญ่  ผิวเขียวสด ทนแล้ง ที่สำคัญมีลูกให้เก็บช่วงเดือนเมษานี้เต็มสวน มะนาวดก ผลใหญ่ ผิวดี เก็บได้ทั้งปี แม่ค้ามารับถึงสวน  ยูนิไลฟ์เยี่ยมครับ

]]>
สูตรเด็ดการทำมะนาว ของหมอดินอาสา https://unilife.co.th/en/?agricultural_knowled=%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%89-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2 Thu, 01 Dec 2016 09:43:19 +0000 https://www.unilife.co.th/~unilifeweb/?post_type=agricultural_knowled&p=1428 คุณสง่า ศรีแจ้ สมาชิกยูนิไลฟ์ จิตอาสาคนเก่ง ซึ่งมีบทบาทหน้าที่เป็นหมอดินอาสาประจำตำบลไร่สะท้อน อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี เป็นสมาชิกยูนิไลฟ์ มาตั้งแต่ ปี 2544 รวมระยะเวลาจนถึงปัจจุบันนี้ก็ราว 16 ปี และเป็นหมอดินอาสามาตั้งแต่ปี 2538 จนถึงปัจจุบัน ทำหน้าที่ให้บริการความรู้ด้านการดูแลรักษาดินและการปลูกพืชต่างๆ ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ทำงานอาสาตรงนี้มาเป็นเวลา 21 ปี ทำให้ทราบถึงปัญหาของเพื่อนเกษตรกรในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดิน หรือเรื่องการปลูกพืช ซึ่งทางหมอดินอาสาจะได้รับการอบรมจากหน่วยงานสำนักพัฒนาที่ดินอยู่เป็นประจำ จึงนำความรู้นั้นมาใช้แนะนำเพื่อนเกษตรกร รวมทั้งพื้นที่ตนเองด้วย จนเมื่อปี 2551 จึงได้รับคัดเลือกให้เป็นแปลงเรียนรู้ ในโครงการ “ดินดี ชีวีปลอดภัย” ให้เป็นแปลงรับรองดินดีปลอดธาตุพิษตามมาตรฐานกรมพัฒนาที่ดิน

แปลงตรงนี้ผมใช้ปลูกพื้นที่รอบๆ บ้าน ประมาณ 3 ไร่ ทำเป็นสวนปลูกพืช ในสวนตอนนี้ก็จะมี มะนาว มะละกอ พริก กล้วยและพืชผักสวนครัวอื่นๆ ที่เราเก็บกินเองได้ โดยไม่ต้องออกไปซื้อนอกบ้านส่วนที่เหลือจากการบริโภคในครัวเรือน เราก็จะเก็บไปขายเป็นรายได้ไว้ใช้จ่ายในครอบครัว

  • คิดว่าการที่ทำหน้าที่อาสาอยู่ตรงนี้ ต้องอาศัยปัจจัยอะไรบ้างคะ

สิ่งสำคัญเลย คือ ใจที่อยากจะทำเพื่อท้องถิ่นของเรา แต่ทั้งนี้มันก็ต้องอาศัยการศึกษาหาความรู้ให้ตัวเอง ซึ่งหน้าที่ตรงนี้จะมีหน่วยงานของรัฐมาอบรมให้เป็นประจำ รวมทั้งยูนิไลฟ์ด้วยนะ โดยเฉพาะการมีนักวิชาการ เจ้าหน้าที่ส่งเสริมมาคอยจัดประชุมให้ความรู้ แม้กระทั่งมาลงมาดูแปลง เรียนรู้ร่วมกัน ทำให้ได้ความรู้ เทคนิควิธีการใหม่ๆนานๆ เข้า มันจะเกิดทักษะความชำนาญ การเรียนรู้ มันต้องควบคู่กับการปฏิบัติ มันถึงจะเห็นผล

  • เล่าให้ฟังหน่อยค่ะว่าที่สวนเราดูแลจัดการกับพืชอย่างไร

ที่ปลูกหลักๆ ตอนนี้มี 3 พืช คือ มะนาว มะละกอ และพริกซึ่งจะปลูกมะนาวเป็นพืชหลัก (อายุ 1 ปี 8 เดือน) มะละกอและพริกเป็นพืชแซม โดยจะปลูกมะนาวไว้ตรงกลาง และทำแปลงปลูกมะละกอ และพริกไว้ด้านข้าง

การใส่ปุ๋ย ก็จะใส่ปุ๋ยตามแต่ชนิดของพืช และใช้ชุดฉีดพ่นบำรุงทางใบของยูนิไลฟ์ซึ่งตอนนี้มี สารเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ย “ยูโอนิกซ์” มาช่วยลดต้นทุน ปุ๋ยค่าปุ๋ย และพืชก็เจริญโตดี ดินก็ดีขึ้น ถือว่าช่วยเกษตรกรได้มาก อย่างในมะนาว อายุตั้งแต่ 1-7 เดือน จะใช้ยูเรียผสมสารเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ย “ยูโอนิกซ์” อัตรา 50 กรัมต่อต้น โดยโรยบางๆที่รอบโคนต้น ให้ ห่างจากโคน ประมาณ 30 เซนติเมตร และให้น้ำตามนาน 20 นาที หรือ อาจใช้ สูตร 15-15-15 + ยูเรียผสมสารเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ย “ยูโอนิกซ์” หว่านสลับกัน

มะนาว อายุ 8-9 เดือน ใช้ 25-7-7 + 15-15-15 หรือ 16-16-16 (อัตราส่วน 2:1) ผสม สารเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ย “ยูโอนิกซ์” อัตรา 50 กรัมต่อต้น โรยรอบทรงพุ่ม ประมาณเดือนละครั้ง ส่วนการให้อาหารทางใบ จะใช้ชุดบำรุงฉีดพ่นตามเทคนิคการใช้ผลิตภัณฑ์ ในมะนาวของยูนิไลฟ์ซึ่งประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เห็นผลชัดเจนโรคและแมลงก็ดูตามอาการ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ เช่น ฟินิช, เคาท์ดาว สำหรับ กำจัดเพลี้ย และไรศัตรูพืช ตอนนี้เก็บได้ผลผลิตบ้างแล้ว ทั้งที่ยังไม่ถึงระยะเก็บเกี่ยวสำหรับมะนาวลูกแก่ จะขายขนาดเบอร์คละ ราคาลูกละ 3 บาท ถือว่าราคาดี แถมต้นทุนค่าปุ๋ยก็ไม่สูงเหมือนแต่ก่อนสวนมะนาว จะมีอายุให้ผลผลิต นานถึง 8 ปีเลยทีเดียว หากมีการจัดการดูแลอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ก็ต้อง อาศัยทักษะความชำนาญความรู้ของเกษตรกรด้วย

  • ในฐานะหมอดินอาสา อยากฝากอะไรถึงแฟนๆ คอลัมน์สูตรเด็ดที่กำลังอ่านอยู่บ้างคะ

ก็อยากฝากให้ทุกคนเห็นความสำคัญของดิน เพราะว่าดินเป็นปัจจัยอันดับต้นๆเลยในการปลูกพืช ถ้าดินดีก็สามารถเพาะพันธุ์พืชให้ เจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ ถ้าดินไม่ดีปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น แต่สมาชิกยูนิไลฟ์เราโชคดี เพราะบริษัทมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อมอย่าง สารเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ย “ยูโอนิกซ์” สามารถช่วยปรับปรุง โครงสร้างดินให้ดีขึ้นได้ ต้นทุนลด ผลผลิตเพิ่ม อย่างในมะละกอ สามารถ เก็บผลผลิตได้ วันละ 300 กก. (กก.ละ15 บาท) เก็บผลผลิตแบบ วันเว้นวัน นานถึง 9 เดือน สมาชิกคนไหนสนใจอยู่พื้นที่ใกล้เคียงก็แวะ มาชมสวนกันได้ ยินดีต้อนรับครับ

นี่เป็นอีกหนึ่งบุคคลตัวอย่าง ที่ทำงานด้วยจิตอาสาที่อยากจะพัฒนาการเกษตรของบ้านเราให้สามารถอยู่อย่างพอเพียงและเพียงพอ แต่การจะทำงานตรงนี้ได้นั้น ต้องมีจิตใจที่มุ่งมั่น และเป็นคนที่ชอบศึกษาหาความรู้ ควบคู่กับการปฏิบัติ จึงจะเกิดทักษะ ความชำนาญในเรื่องนั้นๆ ประสบการณ์ 21 ปี ในหน้าที่หมอดินอาสาและจากการใช้ผลิตภัณฑ์ ยูนิไลฟ์มาสิบกว่าปี ทำให้ คุณสง่า ศรีแจ้ ในวันนี้ “มองรู้ ดูออก บอกถูก ทำเป็น”

 

 

]]>
การเพิ่มผลผลิตอ้อยทั้งปริมาณและคุณภาพจากหลักวิชาการและประสบการณ์ https://unilife.co.th/en/?agricultural_knowled=%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87 Thu, 01 Dec 2016 09:02:51 +0000 https://www.unilife.co.th/~unilifeweb/?post_type=agricultural_knowled&p=1396 การเพิ่มผลผลิต ‘อ้อย’ ทั้งปริมาณและคุณภาพ

จากหลักวิชาการและประสบการณ์

ข่าวผลผลิตอ้อย 100 ตันต่อไร่ ทำให้เกษตรกรชาวไร่ตื่นตัวและหันมาสนใจเกิดคำถามกันทั่วว่าเป็นไปได้ จริงหรือ?แต่หากทำตามหลักวิชาการ ผสานกับการจัดการที่ดีก็มีตัวอย่างบุคคลมายืนยันการทำ 50 ตันต่อไร่ว่าเป็นไปได้จริง ๆ ไม่ได้โม้การทำไร่อ้อยจากอดีตถึงปัจจุบัน การปลูกอ้อยเกิดความแตกต่างกันไป ทั้งมีการไถเปิดหน้าดินด้วยดริปเปอร์มีเครื่องปลูก มีรถตัด มีค่าน้ำมัน ค่าเช่าที่สูงขึ้นเป็น 1,000 บาท/ไร่ ต้นทุนโดยรวมสูงขึ้นและยังมีโรงงานน้ำตาลเพิ่มเรื่องเทคโนโลยีการให้ผลผลิตสูงราคาขายควรได้มากกว่า

1,000 บาท/ตัน เป็นต้น

ปัจจุบันเกษตรกรอย่างเราควรมีการปรับตัว เพื่อให้ได้ผลผลิตสูงขึ้นแบบคุ้มค่ากับการลงทุน ดังนั้นทาง บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จึงมีความมุ่งมั่นในการเพิ่มคุณภาพและปริมาณผลผลิต โดยลงพื้นที่ทำงานร่วมกับเกษตรกรให้สามารถปฏิบัติได้-ค่าใช้จ่ายไม่แพง เกษตรกรรายย่อยต้องทำได้ แถมผลกำไรมากเกินคาดค่ะท่านที่อ่านแล้วลองนำไปใช้ดูนะคะ

การทำไร่อ้อยต้นแบบเพื่อเพิ่มผลผลิต

  1. การเตรียมดิน

การปรับพื้นที่ การระเบิดดาน เครื่องปรับพื้นที่ผาล 22 จาน (ปรับพื้นที่ได้เรียบกว่า) การไถระเบิดดานน่าจะต้องลึกกว่า 40 ซม. เพื่อเก็บน้ำฝนและลดน้ำขังในไร่ทำให้อ้อยเจริญเติบโตดี

  1. การปลูกและพันธุ์อ้อย เลือกพันธุ์ให้เหมาะสมกับพื้นที่ มีเปอร์เซ็นต์น้ำตาลสูง ทนต่อสภาพแวดล้อม
  • ท่อนพันธุ์ต้องอายุ 8-10 เดือน มีตาที่สมบูรณ์ ปราศจากโรคและแมลง (เพลี้ยแป้ง/โรคเน่าแดง)
  • ก่อนปลูกควรฉีดพ่นด้วย ซีวิว 20 ซีซี+นีโอ-ซิงค์พลัส 40 ซีซี+คัพเวอร์ 5 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร อาบโชกใส่กองท่อนพันธุ์ (ห้ามเก็บไว้เกิน 3 วันเพราะตาจะยาวและหน่อจะช้ำง่าย) ทำให้หน่องอกเร็วและหน่อใหญ่อวบ ถ้าอยู่ในช่วงแล้งหน่อที่งอกจะไม่ค่อยเหี่ยว
  • หากพบเพลี้ยแป้งมากับท่อนพันธ์ควรเติม เท็นสตาร์ 15 ซีซี เพื่อกำจัดเพลี้ยแป้ง
  • ระยะปลูก ควรเป็น 1.4 เมตรทำให้รถตัดสามารถเข้าไปทำงานได้ (ลดปัญหาแรงงาน)
  • ใส่ปุ๋ยรองพื้นด้วย 16-20-0 ผสม สารเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ย “ยูโอนิกซ์” หรือตามค่าวิเคราะห์ดิน แล้ววางท่อนพันธุ์ ในระยะแรกอ้อยต้องการไนโตรเจนและฟอสฟอรัส แต่โพแทสเซียมจะใส่ในช่วงท้าย (ไม่ควรใส่ K รากอ้อยจะแพ้ความเค็ม)
  • รดน้ำให้ชื้นหลังปลูก แล้วคุม-ฆ่าหญ้าด้วย ซีโต้ อะมีทรีน อะทราซีน

 

  1. การบำรุงรักษา เพื่อเร่งการเจริญเติบโตและเพิ่มผลผลิตโดยหว่านหรือละลายน้ำฉีดโคนอ้อยด้วย

สารเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ย “ยูโอนิกซ์”

3.1 หลังปลูกควรตรวจแปลง

  • อ้อยอายุ 1 เดือน ตรวจเปอร์เซ็นต์การงอก
  • อ้อยอายุ 3 เดือน ตรวจลักษณะประจำพันธุ์
  • อ้อยอายุ 7-8 เดือน-ก่อนเก็บเกี่ยวตรวจความสมบูรณ์ก่อนนำไปทำพันธุ์

3.2 เพิ่มความทนสภาพอากาศร้อนหรือแล้ง แนะนำ ยูเรีย + สารเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ย “ยูโอนิกซ์”     อัตรา 2 กก. + ซีวิว 200 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นอาบโชกทั้งใบและต้นอ้อย จะทำให้อ้อยทนแล้ง เขียวใบตั้ง ไม่เหี่ยวเฉา

3.3 หากชะงักการเจริญเติบโตเพราะอากาศหนาวเย็น หรือดินความชื้นสูงมากเกินไป แนะนำ ยูเรีย+

สารเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ย “ยูโอนิกซ์” อัตรา 5 กก.+ ซีวิว 200 ซีซี +นีโอ-ซิงค์พลัส 400 ซีซี ต่อน้ำ 200 ลิตรฉีดพ่นอาบโชกทั้งใบและต้นอ้อย จะทำให้อ้อยต้นอวบ แตกกอใหญ่ รากเยอะ เจริญเติบโตดีมาก

3.4 เพิ่มความหวานและเร่งการย่างปล้อง แนะนำฉีดลงโคนหรือผสมกับยาฆ่าหญ้าด้วยปุ๋ยเคมีสูตร

13-13-21, 16-16-16, 12-20-12 ผสม สารเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ย “ยูโอนิกซ์” อัตรา 10-15 กก. ต่อน้ำ 200 ลิตรควรเลือกให้ตรงกับลักษณะดิน

3.5 การใส่ปุ๋ยแต่งหน้าโดยใช้แรงงานคน หรือ MPI ลึก 20-25 ซม. สูตร 20-5-28 ผสม สารเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ย “ยูโอนิกซ์” อัตรา 30-35 กก./ไร่ หรือใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน

3.6 พรวนล้มกำจัดวัชพืช ด้วย SRT-6 หรือเครื่องมืออื่น ๆ คราดสปริง 6 ซี่ ซับซอยเลอร์

3.7 บริหารจัดการน้ำในไร่อ้อยให้ตามความต้องการ อ้อยในแต่ละระยะการเจริญเติบโต

  1. การเก็บเกี่ยว

4.1 เก็บเกี่ยวเมื่อระยะสุกแก่ของอ้อยตามพันธุ์ และคำแนะนำสารสนเทศ

4.2 เก็บเกี่ยวตามความสุกแก่ โดยการวัดบริกซ์ก่อนตัด

4.3 ตัดอ้อยสดไว้ใบคลุมดิน ลดวัชพืช รักษาความชื้น

  1. การบำรุงตออ้อย

5.1 พรวนคลุกใบอ้อยลงดินในระยะเวลาที่เหมาะสมเพื่อการ

ปรับปรุงดิน

5.2 ฉีดอาบโชกตอหรือผสมพร้อมยาคุม-ฆ่าหญ้าด้วย ยูเรีย + สารเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ย “ยูโอนิกซ์”อัตรา 2 กก. ต่อน้ำ 200 ลิตร จะทำให้อ้อยแตกกอใหญ่เยอะ ทนแล้ง เขียวใบตั้ง ไม่เหี่ยวเฉาหญ้าตายดีกว่า

5.3 ใส่ปุ๋ย 16-16-8 ผสม สารเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ย “ยูโอนิกซ์” อัตรา 30-35 กก./ไร่ หรือใส่ตามค่าวิเคราะห์ดิน ช่วงพรวนร่องหรือทำรุ่นกำจัดวัชพืช

5.4 บำรุงหลังฝนด้วยปุ๋ยสูตร 20-5-28 + สารเพิ่มประสิทธิภาพปุ๋ย “ยูโอนิกซ์” อัตรา 30-35 กก./ไร่ หรือใส่ตามค่าวิเคราะห์ดิน

5.5 บริหารจัดการน้ำตามระยะการเจริญเติบโตของอ้อย

จากกระบวนการเพียงเท่านี้… ท่านสามารถจ่ายต้นทุนราคาถูก ได้ผลผลิตสูง “คุ้มค่า” เหมือนดั่งเช่นเกษตรกรที่ร่วมพิสูจน์มาพร้อมกับพวกเรา… ยูนิไลฟ์ ลองทำดูกันได้นะคะ

ขอขอบคุณ ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี ที่กรุณาให้ตัวอย่างพันธุ์อ้อย มา ณ ที่นี้ ด้วยค่ะ

 

คำบรรยายใต้ภาพ

ภาพที่ 1 นายอดิศักดิ์ คำนวณศิลป์ (สวมเสื้อดำ) ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี

]]>