แผนธุรกิจและระเบียบปฎิบัติ – Unilife International Co., Ltd. https://unilife.co.th/en Thu, 16 Nov 2017 10:42:28 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.8.10 สะสมคะแนนและเงินปันผล https://unilife.co.th/en/?businessman=%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%9c%e0%b8%a5 Tue, 18 Oct 2016 10:51:47 +0000 https://www.unilife.co.th/~unilifeweb/?post_type=businessman&p=535

การรับเงินปันผลแล และรักษาสถานภาพการเป็นสมาชิก

นักธุรยูนิไลฟ์ ที่มีสิทธิ์รับเงินปันผล ทางบริษัทฯจะจ่ายให้กับ นักธุรกิจยูนิไลฟ์ทุกคนที่ได้รับผลประโยชน์
ทุกวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

สามารถติดต่อขอรับผ่านทางธนาคารทุกแห่ง ทั้งนี้สมาชิกต้องระบุชื่อบัญชี พร้อมทั้งแจ้งเลขบัญชี
ประเภทบัญชี และสาขาของธนาคาร มายังบริษัทฯ ผ่านทางศูนย์ธุรกิจ(คลังสาขายูนิไลฟ์) ที่ท่านใช้บริการ
(ยกเว้น เงินสดปลายปี และรางวัลพิเศษ นักธุรกิจยูนิไลฟ์รับในงานที่ยูนิไลฟ์จัดขึ้นเท่านั้น)

กรณีรับเงินปันผล จะต้องมียอดเงินตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป หากมียอดเงินไม่ถึง 100 บาท
บริษัทฯจะทำการสะสมไว้จนถึงจำนวนที่กำหนด และจะทำการโอนเข้าบัญชีธนาคารให้กับ
นักธุรกิจยูนิไลฟ์ในรอบการจ่ายเงินปันผลในงวดถัดไป

การรักษาสถานภาพการเป็นสมาชิกยูนิไลฟ์

การรักษาสถานภาพการเป็นสมาชิกยูนิไลฟ์ หมายถึง การที่รหัสสมาชิกนั้นๆ มียอดซื้อส่วนตัว (MAV)  

อย่างน้อย 300 AV ภายใน 12 เดือน (รอบปี มกราคม-ธันวาคม) นับตั้งแต่วันสมัคร

**ในกรณีที่รหัสสมาชิกนั้นๆ ไม่ได้มียอดซื้อส่วนตัว (MAV) ขั้นต่ำตามกติกา จะไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผลรวมถึง ผลประโยชน์อื่นๆตามแผนการจ่ายผล ตอบแทนของทางบริษัทฯ**
และกรณีไม่มียอดซื้อส่วนตัว (MAV) ดังกล่าวข้างต้น จะถูกตัดออกจากการเป็นนักธุรกิจยูนิ
ไลฟ์ทันทีแต่มีสิทธิสมัครเป็น
นักธุรกิจยูนิไลฟ์ใหม่ได้ โดยเสมือนว่าเป็นการสมัครนักธุรกิจยูนิไลฟ์ใหม่ทุกประการ

]]>
จรรยาบรรณ นักธุรกิจยูนิไลฟ์ https://unilife.co.th/en/?businessman=%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%93-%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%a2%e0%b8%b9%e0%b8%99%e0%b8%b4 Sun, 16 Oct 2016 12:21:29 +0000 https://www.unilife.co.th/~unilifeweb/?post_type=businessman&p=329

การดำเนินธุรกิจของยูนิไลฟ์
ยึดแนวทางปฏิบัติที่ว่า…

ยูนิไลฟ์ คือธุรกิจการจำหน่ายสินค้าสู่ผู้บริโภคด้วยวิธีการขายตรง ผ่านนักธุรกิจยูนิไลฟ์ นักธุรกิจยูนิไลฟ์สามารถแนะนำธุรกิจให้กับ นักธุรกิจยูนิไลฟ์รายใหม่ต่อๆไปและสร้างรายได้จากผลกำไร จากการขายปลีกรวมทั้งส่วนลดที่เกิดจากยอดซื้อผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ โดยรวมในองค์กรธุรกิจของนักธุรกิจยูนิไลฟ์คนนั้นๆ พร้อมกันนี้ยูนิไลฟ์ยังคงปฏิบัติตามพระราชบัญญัติขายตรง และตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 และร่วมเป็นสมาชิกของสมาคม การขายตรงไทย ซึ่งยึดถือแนวทางปฏิบัติตามจรรยาบรรณ ธุรกิจขายตรงโลก และได้เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสาระสำคัญ ใน พ.ร.บ.และจรรยาบรรณให้แก่นักธุรกิจยูนิไลฟ์เพื่อร่วมกัน ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง และสอดคล้องกับกฎหมายในฐานะ พลเมืองทางธุรกิจที่ดีและรับผิดชอบ ที่พร้อมจะร่วมยกระดับ เศรษฐกิจและสังคมของประเทศตลอดไป

ในฐานะนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ข้าพเจ้ายินยอมที่จะดำเนินธุรกิจยูนิไลฟ์ ของข้าพเจ้าให้สอดคล้องกับหลักการต่างๆ ดังต่อไปนี้

1. การปฏิบัติที่ต้องห้าม

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่ใช้วิธีการลวงล่อให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ไม่โอ้อวดสรรพคุณของสินค้าเกินความเป็นจริงรวมทั้งไม่เอา รัดเอาเปรียบผู้บริโภคในด้านราคา บริการ และสิทธิพิเศษ อื่นใดที่ผู้บริโภคควรได้รับ 

2. การแสดงตัว 

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องแนะนำตัวและแสดงสถานภาพที่แท้จริง ของตนให้ผู้บริโภคที่สนใจได้รับทราบ โดยที่ผู้บริโภคไม่ต้อง ร้องขอทั้งนี้นับตั้งแต่เริ่มทำการเสนอขาย และจะต้อง ระบุ ชื่อบริษัทที่ตนสังกัดอยู่ สินค้าที่นำเสนอและ จุดประสงค์ ของการเชิญชวน ในกรณีการขายแบบเป็นกลุ่ม ผู้ขายตรง จะต้องระบุจุดประสงค์ของการชุมนุมให้เจ้าภาพ และผู้เข้าร่วมฟังได้รับทราบอย่างชัดเจน เพื่อแสดงถึง ความจริงใจโดยไม่ปิดบังอำพรางหรือหลอกลวงแต่อย่างใด

3. การอธิบายและการสาธิต 

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องอธิบายคุณลักษณะและคุณประโยชน์ ตลอดจนสาธิตสินค้าอย่างครบถ้วนและถูกต้องโดยเฉพาะ อย่างยิ่งในเรื่องของราคาสินค้า วิธีการชำระเงิน ระยะเวลาการพิจารณาสินค้าและ/หรือสิทธิการคืนสินค้า ระยะเวลาการรับประกันและการบริการหลังการขายและ การส่งมอบสินค้า

4. การตอบคำถาม

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะตอบคำถามของผู้บริโภคทุกคำถาม เกี่ยวกับสินค้าและข้อเสนอโดยถูกต้องตามความเป็นจริง และเป็นที่เข้าใจโดยทั่วกัน

5. ใบสั่งซื้อ

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะยื่นใบสั่งซื้อที่เป็นลายลักษณ์อักษร ให้แก่ผู้บริโภค ณ เวลาที่ขายสินค้าซึ่งจะระบุชื่อบริษัท และนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ชื่อที่ระบุจะเป็นชื่อเต็มที่อยู่ถาวร หมายเลขโทรศัพท์ของบริษัทหรือของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ รวมทั้งเงื่อนไขการขายที่ชัดเจนเข้าใจง่าย

6. การให้สัญญาด้วยวาจา

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะให้คำมั่นสัญญาด้วยวาจาเกี่ยวกับ ผลิตภัณฑ์ตามที่ได้รับความเห็นชอบจากยูนิไลฟ์เท่านั้น

7. ระยะเวลาการพิจารณาสินค้าและการคืนสินค้า

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะตรวจสอบให้แน่ใจว่า ใบสั่งซื้อสินค้า แต่ละฉบับหรือเอกสารเผยแพร่ในการขาย เช่น แค็ตตาล็อก คู่มือแนะนำสินค้า (Prospectus) เป็นต้น ระบุข้อความเรื่อง ระยะเวลาการพิจารณาสินค้าที่อนุญาตให้ผู้บริโภคถอน การสั่งซื้อภายในระยะเวลาที่กำหนดและขอรับเงินคืนตาม มูลค่าราคาหรือสินค้าที่ส่งคืน ทั้งนี้ไม่ว่ากฎหมายจะได้ บัญญัติไว้แล้วหรือไม่ก็ตามหากมีการให้สิทธิผู้บริโภค คืนสินค้าได้โดยไม่มีเงื่อนไข นักธุรกิจยูนิไลฟ์ จะระบุเอาไว้ เป็นลายลักษณ์อักษร อนึ่ง สิทธิในการพิจารณาสินค้า ของผู้บริโภคจะสิ้นสุด เมื่อผู้บริโภครับมอบสินค้าแล้ว ระยะเวลาการพิจารณาสินค้า และการคืนสินค้าดังกล่าว ข้างต้นให้เป็นไปตมระเบียบปฏิบัตินี้ว่าด้วยการคืนสินค้า

8. การรับประกันและการบริการหลังการขาย

เงื่อนไขการรับประกันหรือการรับรองของผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ รายละเอียด และข้อจำกัดของการให้บริการหลังการขาย ชื่อ และที่อยู่ผู้รับประกัน ระยะเวลาการรับประกัน และมาตรการ แก้ไขในส่วนของผู้ซื้อจะระบุไว้อย่างชัดเจนในใบสั่งซื้อหรือในเอกสารอื่นๆที่ส่งมาด้วย หรือในเอกสารที่แนบมา พร้อมกับผลิตภัณฑ์(สินค้าและบริการ)

9. เอกสารประกอบการขาย

เอกสารส่งเสริมการขาย โฆษณา หรือเอกสารที่จัดส่ง ทางไปรษณีย์ จะไม่มีข้อความบรรยายรายละเอียดคุณสมบัติ หรือภาพประกอบของสินค้าที่ชี้นำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือ มีลักษณะลวงล่อและจะระบุชื่อ และที่อยู่ หรือหมายเลข โทรศัพท์ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ไว้ด้วย

10. คำอวดอ้าง

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ไว้ด้วยจะไม่กล่าวคำอวดอ้างหรือคำยืนยัน ที่มิได้รับอนุญาตหรือไม่เป็นความจริงพ้นสมัย หรือไม่สามารถ นำมาใช้ได้อีกต่อไป ไม่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอ หรือนำมาใช้ในลักษณะที่ชี้นำให้ ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจผิด ไม่พูดเกินจริงในเรื่องผลประโยชน์ ผลตอบแทน หรือ ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ รวมทั้งต้องปฏิบัติตาม คำแนะนำบนฉลากหรือบรรจุภัณฑ์ ที่กฎหมายกำหนดอย่าง เคร่งครัด

11. การเปรียบเทียบและการให้ร้าย

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะละเว้นไม่ใช้การเปรียบเทียบอันอาจก่อให้ เกิดความเข้าใจผิดและขัดต่อหลักการว่าด้วยการแข่งขันที่ ยุติธรรม ประเด็นที่หยิบยกขึ้นมาเปรียบเทียบจะเลือกสรรมา อย่างยุติธรรมโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงที่ สามารถพิสูจน์ได้ นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะไม่ให้ร้ายป้ายสียูนิไลฟ์ หรือผลิตภัณฑ์ใดๆโดยไม่ยุติธรรม ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือ ทางอ้อม นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะไม่นำชื่อหรือสัญลักษณ์การค้า ของผลิตภัณฑ์หรือบริษัทอื่นๆ ตลอดจนชื่อเสียงที่ผนวกมา กับสิ่งเหล่านี้ไปหาผลประโยชน์โดยไม่ยุติธรรม

12. การเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัว

การติดต่อโดยส่วนตัวหรือทางโทรศัพท์จะกระทำในลักษณะที่ พอเหมาะพอดี อยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อมิให้เกิดการ ละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะ หยุดการสาธิตหรือการเสนอขาย เมื่อผู้บริโภคร้องขอ

13. ความยุติธรรม

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะไม่นำเอาความไว้วางใจที่ผู้บริโภคแต่ละคน มอบให้มาหาผลประโยชน์ ในทางมิชอบ จะให้ความเคารพต่อ การขาดประสบการณ์ด้านธุรกิจของผู้บริโภคและจะไม่ฉวย โอกาสหาผลประโยชน์จากวัยความเจ็บป่วย การขาดความ เข้าใจ หรือความรู้ ด้านภาษาของผู้บริโภค

14. การขายด้วยการขอรายชื่อแนะนำ

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะไม่โน้มน้าวให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าหรือบริการ โดยอ้างว่าผู้บริโภคจะได้รับส่วนลดบางส่วนหรือเต็มราคาหาก สามารถชักชวนให้ผู้บริโภคที่สนใจคนอื่นๆสั่งซื้อสินค้าอย่าง เดียวกันนั้นกับผู้ขายตรง ในกรณีการลดราคาหรือคืนสินค้า ราคาดังกล่าวอาจเป็นเงื่อนไขที่ผูกโยงกับสถานการณ์ที่ไม่ อาจทราบได้ในอนาคต

15. การส่งมอบสินค้า

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะส่งมอบสินค้าตามใบสั่งซื้อของผู้บริโภค ภายในระยะเวลาที่เหมาะสม

bgbs

1. การปฏิบัติที่ต้องห้าม

การปฏิบัติของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ตามระเบียบปฏิบัตินี้ นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะกำหนดให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ในสังกัดปฏิบัติ ตามระเบียบปฏิบัตินี้ของจรรยาบรรณหรือตามข้อบังคับ ที่สอดคล้องกับมาตรฐานของจรรยาบรรณโดยถือว่าสิ่งนี้เป็น เงื่อนไขของการเป็นสมาชิกในระบบการจัดจำหน่ายของบริษัท สมาชิก  และนักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องมีความมุ่งมั่นในการเป็น ผู้ร่วมดำเนินธุรกิจกับยูนิไลฟ์ ต้องไม่ช่วงชิงหรือตักตวงผล ประโยชน์อันมิชอบหรือที่ไม่ควรได้จากความรู้หรือการติดต่อ สัมพันธ์กับยูนิไลฟ์หรือนักธุรกิจยูนิไลฟ์  นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องมีทัศนคติหรือความจงรักภักดีต่อการ ดำเนินธุรกิจร่วมกับยูนิไลฟ์ ต้องไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการ ให้ร้าย หรือกระทำการอันก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหาย แก่ยูนิไลฟ์ ทั้งด้านชื่อเสียง ภาพลักษณ์ขององค์กร ทั้งนี้ให้ หมายความรวมถึงการให้ร้ายหรือผลแห่งการกระทำโดยตรง ต่อนักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่นด้วย

2. เครื่องหมายการค้าของยูนิไลฟ์

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่ละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของ ยูนิไลฟ์ ไม่ว่าจะกระทำการด้วยตนเองมอบหมาย หรือ สมรู้ร่วมคิด ยินยอมให้บุคคลอื่นกระทำการละเมิดให้ก็ตาม

3. การชักชวนบุคลากร หรือนักธุรกิจยูนิไลฟ์

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะไม่ชักชวนให้ผู้อื่นเข้าร่วมดำเนินธุรกิจ โดยใช้วิธีชี้นำให้เกิดความเข้าใจผิดลวงล่อ หรือไม่ยุติธรรม และนักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่ชักชวนหรือกระทำการใด ๆ เพื่อเป็นในลักษณะการชักชวน โฆษณาชวนให้เชื่อหว่านล้อม โน้มน้าวให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ในสายงานอื่นเปลี่ยนสายมา อยู่กับสายของตน ไม่ว่าจะเป็นการกระทำการด้วยวาจาก็ดี ลายลักษณ์อักษรก็ดี มอบหมายให้ผู้อื่นกระทำการให้ก็ดี ให้ถือว่านักธุรกิจยูนิไลฟ์นั้นกระทำการผิดจรรยาบรรณ ด้วยเช่นกัน

4. ข้อมูลทางธุรกิจ

ข้อมูลเกี่ยวกับโอกาส และสิทธิและพันธกรณีที่นักธุรกิจ ยูนิไลฟ์จัดหาให้แก่ผู้สนใจที่จะเข้ามาเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ จะต้องสมบูรณ์ครบถ้วนและถูกต้อง นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะ ไม่นำเสนอข้อเท็จจริงใดๆ ให้แก่ผู้สนใจที่จะเข้ามาเป็น นักธุรกิจยูนิไลฟ์ โดยที่ข้อมูลเหล่านั้นไม่อาจยืนยันความ ถูกต้องได้หรือให้สัญญาใดๆ ที่ไม่สามารถปฏิบัติให้บัเกิด ผลตามสัญญาได้ นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะไม่นำเสนอผล ประโยชน์จากธุรกิจยูนิไลฟ์ให้ผู้สนใจที่จะเข้ามาเป็น นักธุรกิจยูนิไลฟ์ ได้รับทราบโดยใช้ข้อมูลที่เป็นเท็จหรือ ในลักษณะลวงล่อ

5. การอ้างตัวเลขรายได้

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะไม่กล่าวอ้างตัวเลขยอดขาย ที่ของตน ทำได้หรือที่คาดว่าจะขายได้โดยผิดไปจากความจริงตัว เลขยอดขายหรือผลกำไรที่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ทำได้ต้องตั้ง อยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ตรวจสอบได้

6. ความสัมพันธ์

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะยื่นข้อตกลงหรือคำแถลง ที่เป็นลาย ลักษณ์อักษรให้แก่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ในสังกัดเพื่อลงนาม ร่วมกับยูนิไลฟ์ โดยเอกสารนี้จะระบุลักษณะความสัมพันธ์ ระหว่างนักธุรกิจยูนิไลฟ์กับยูนิไลฟ์ในรายละเอียดที่สำคัญ นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะแจ้งให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ในสังกัดทราบ ถึงพันธกรณีต่างๆในทางกฎหมายรวมทั้งเรื่องการขอ ใบอนุญาตการจดทะเบียนและการชำระภาษี

7. ค่าธรรมเนียม

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการสมัครเข้า เป็นสมาชิก ค่าฝึกอบรมค่าธรรมเนียมสัมปทานสิทธิการขาย ค่าวัสดุอุปกรณ์ส่งเสริมการขายหรือค่าธรรมเนียมอื่นๆ อันเกี่ยวเนื่องกับสิทธิการเข้าร่วมทำธุรกิจ แต่เพียงอย่างเดียว จากนักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่นๆ ในอัตราที่สูงเกินสมควร

8. สินค้าคงคลัง ต้องไม่กักตุนสินค้าไว้เพื่อผลประโยชน์ อื่นใด

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่กักตุนสินค้าไว้เพื่อผลประโยชน์อื่นใด ที่ควรได้รับตามรายการส่งเสริมการขายที่ยูนิไลฟ์ได้จัดขึ้น ตลอดจนห้ามมิให้ทำการด้วยประการใดเพื่อเป็นการชักชวน ให้ผู้อื่นสมัคร หรือ ซื้อสินค้าจำนวนมาก เพื่อหวังเอา ประโยชน์ทางธุรกิจโดยที่บุคคลนั้น ๆ ไม่ได้มีความต้องการ อันแท้จริงที่จะใช้สินค้า อีกทั้งห้ามกระทำการใดๆ เพื่อเป็น การเอาเปรียบนักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่นๆ ไม่ว่าจะกระทำด้วยตนเอง หรือผ่านนักธุรกิจยูนิไลฟ์ลูกทีมในสายของตนเองหรือผู้อื่น

9. การขายสินค้าของนักธุรกิจยูนิไลฟ์

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องขายสินค้าตามราคาที่บริษัทกำหนด หรือราคาพิเศษประจำรอบที่ยูนิไลฟ์กำหนดไว้ในข้างขวด ผลิตภัณฑ์ หรือขายในราคาสมาชิก ราคาตามแผนการ ส่งเสริมการขาย แผนการส่งเสริมการตลาดอย่างเคร่งครัด ห้ามมิให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ขายตัดราคา ลดผลกำไรที่ควรได้ รับอย่างเต็มที่ตลอดจนกระทำการใด ๆ เพื่อให้เกิด ความสับสนหรือให้ได้รับประโยชน์อื่นที่มิควรได้

10. ไม่จำหน่าย ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่ไม่ใช่สินค้า ผลิตภัณฑ์หรือบริการของยูนิไลฟ์

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่จำหน่าย ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่ไม่ใช่สินค้า หรือบริการของยูนิไฟล์ ทั้งนี้ให้หมายรวมถึงการที่นักธุรกิจ ยูนิไลฟ์กระทำการโฆษณาในสื่อใด ๆ เพื่อการประชาสัมพันธ์ ให้ผู้อื่นรับรู้ เพื่อการขายสินค้า หรือบริการคู่กับยูนิไลฟ์  ตลอดจนรวมไปถึงนักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่แสวงหาผล ประโยชน์จากความรู้ หรือการติดต่อสัมพันธ์กับ นักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่น เพื่อการจำหน่ายหรือเป็นแหล่งจำหน่าย ผลิตภัณฑ์อื่นที่มิใช่ผลิตภัณฑ์ของยูนิไลฟ์

11. การไม่ก่อหรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการรบกวน นักธุรกิจยูนิไลฟ์ท่านอื่น

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่กระทำการใด ๆ ที่เป็นการรบกวน นักธุรกิจยูนิไลฟ์หรือบุคคลอื่นในเรื่องการนัดหมายเพื่อ เข้าพบหรือการเข้าพบเพื่อดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในอันที่ จะก่อหรือก่อให้เกิดความไม่พึงพอใจของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ หรือบุคคลอื่นได้

12. การให้ความช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ คำปรึกษา ความรู้และการฝึกอบรม

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องให้ความช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ คำปรึกษาแก่นักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่นหรือลูกทีม ไม่ทอดทิ้ง นักธุรกิจยูนิไลฟ์หรือลูกทีมในเครือข่ายของตนเอง ต้องหมั่นแวะเยี่ยมนักธุรกิจยูนิไลฟ์หรือลูกทีมเป็นประจำ อย่างสม่ำเสมอ  ตลอดจนนักธุรกิจยูนิไลฟ์จะต้องให้ความรู้ และการฝึกอบรมอย่างพอเพียงเพื่อให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ ในสายงานตนเอง สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมี จริยธรรม ซึ่งอาจจะเป็นในรูปของการฝึกอบรม เอกสารที่เป็น ลายลักษณ์อักษร คู่มือแนะนำ หรือ โสตทัศนูปกรณ์ต่างๆ

“ท่านสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจเพื่อการเจริญเติบโตของธุรกิจ อย่างถูกต้องได้จากหนังสือแผนธุรกิจและระเบียบปฏิบัติของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ที่ท่านได้รับเมื่อสมัครเข้าเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์”

]]>
Business plan & rule https://unilife.co.th/en/?businessman=business-plan-rule Sun, 16 Oct 2016 12:21:02 +0000 https://www.unilife.co.th/~unilifeweb/?post_type=businessman&p=327

บททั่วไป

1.1  ระเบียบปฏิบัตินี้เรียกว่า  “ระเบียบปฏิบัติและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของนักธุรกิจยูนิไลฟ์”

1.2  ระเบียบปฏิบัตินี้ กำหนดและก่อตั้ง

  • หลักการเฉพาะซึ่งต้องปฏิบัติ ในการพัฒนาและดำรงไว้ซึ่งธุรกิจยูนิไลฟ์
  • สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบต่างๆ ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์

1.3  เงื่อนไขและข้อกำหนดของความสัมพันธ์นี้  ถูกกำหนดอยู่ใน

  • สัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์
  • ชุดคู่มือนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ซึ่งรวมถึงในระเบียบปฏิบัติเหล่านี้
  • เอกสารสิ่งพิมพ์หรือการสื่อสารอื่นๆ อย่างเป็นทางการ ของยูนิไลฟ์

1.4  วัตถุประสงค์ของระเบียบปฏิบัติและจรรยาบรรณฯ

นอกจากระเบียบปฏิบัติจะกำหนดถึงความสัมพันธ์ระหว่างยูนิไลฟ์และนักธุรกิจยูนิไลฟ์เป็นสำคัญระเบียบนี้ยังครอบคลุมไปถึงความสัมพันธ์ระหว่าง บรรดานักธุรกิจยูนิไลฟ์กันเองอีกด้วย วัตถุประสงค์ของระเบียบนี้ คือ

  ● เพื่อทำให้แน่ใจว่านักธุรกิจยูนิไลฟ์จะได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกันผ่านทางหลักการทำธุรกิจโดยมีศีลธรรมและมีความรับผิดชอบข้อตกลง สิทธิ ตลอดจนแนวทางในการดำเนินธุรกิจระบบเครือข่ายของยูนิไลฟ์

  ● เพื่อปกป้องและสร้างสภาพแวดล้อมที่นำไปสู่การทำธุรกิจยูนิไลฟ์ในระยะยาวและได้ผลตอบแทนที่ดี

  ● เพื่อเสริมสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันและมาตรฐานเดียวกันในหมู่นักธุรกิจยูนิไลฟ์สร้างแรงจูงใจแก่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ให้เกิดความมุ่งมั่นในการสร้างความสำเร็จต่อไป

  ● เพื่อให้เป็นข้อพันธะสัญญาระหว่างยูนิไลฟ์กับนักธุรกิจยูนิไลฟ์ในการพัฒนาองค์กรให้สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

  ● เพื่อรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์ต่างๆ ของแผนการขายและการตลาดของยูนิไลฟ์ ให้มีความเที่ยงธรรมต่อนักธุรกิจยูนิไลฟ์ทั้งหมด

  ● เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบในการดำเนินการด้านจรรยาบรรณวิชาชีพของยูนิไลฟ์อย่างเป็นรูปธรรม เป็นที่ยอมรับของบรรดานักธุรกิจยูนิไลฟ์โดยทั่วไป

 

เนื้อหาในเอกสารเหล่านี้ อาจจะเปลี่ยนแปลงได้เป็นครั้งคราว ยูนิไลฟ์จะแจ้งให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ผู้นำทราบถึงความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น เมื่อยูนิไลฟ์แจ้งต่อ นักธุรกิจยูนิไลฟ์ ผู้นำทราบถึงความเปลี่ยนแปลงเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะถูกแจ้งให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ทั้งหมดทราบภายในระยะเวลาอันสมควร ผ่านทางเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างเป็นทางการของยูนิไลฟ์และให้ความเปลี่ยนแปลงมีผลใช้บังคับทันทีที่มีการเผยแพร่เอกสารสิ่งพิมพ์ดังกล่าว เพื่อที่จะรักษาไว้ซึ่งเป้าหมาย และจุดประสงค์ของแผนธุรกิจยูนิไลฟ์ ยูนิไลฟ์ขอสงวนสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการบังคับใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติม หรือยกเลิกระเบียบเหล่านี้บางส่วน หรือทั้งหมด ตามจำเป็น

บทนิยาม

“ยูนิไลฟ์”     หมายถึง  บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
“ธุรกิจยูนิไลฟ์”    หมายถึง   ธุรกิจตามเลขทะเบียนนักธุรกิจยูนิไลฟ์และตาม ใบสมัครยูนิไลฟ์/สัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์
“ชุดคู่มือนักธุรกิจยูนิไลฟ์”   

หมายถึง   ชุดเอกสารสิ่งพิมพ์ อุปกรณ์ส่งเสริมการขายและวัสดุอื่นๆ ซึ่งนักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องมีไว้ครอบครอง

เมื่อยูนิไลฟ์ตอบรับใบสมัครและสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์ของเขา

“นโยบายธุรกิจของยูนิไลฟ์”    

หมายถึง   ระเบียบและนโยบายต่าง ๆ ตามที่กำหนดในเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างเป็นทางการ ของยูนิไลฟ์ รวมถึงระเบียบปฏิบัติ นโยบายสนับสนุน/กิจกรรมทางธุรกิจ นโยบายไม่อดทนต่อการกระทำผิด และนโยบายอื่น ๆ อีกมากมาย

และแถลงการณ์ซึ่งออกโดยยูนิไลฟ์เป็นครั้งคราว ซึ่งถูกรวมอ้างอิงใน (1) สัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์

(2) ชุดคู่มือนักธุรกิจยูนิไลฟ์ และ (3) เอกสารสิ่งพิมพ์หรือการสื่อสารอื่น ๆอย่างเป็นทางการของยูนิไลฟ์

“โอกาสทางธุรกิจยูนิไลฟ์”         หมายถึง   ผลิตภัณฑ์ การตลาด การสนับสนุน และระบบการจ่ายผลตอบแทนซึ่งจัดให้โดยยูนิไลฟ์
“นักธุรกิจยูนิไลฟ์”  

หมายถึง   คู่สัญญาอิสระซึ่งใบสมัครยูนิไลฟ์หรือสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์ของเขาได้รับการตอบรับโดยยูนิไลฟ์แล้ว

คู่สัญญาดังกล่าวไม่ถือเป็นพนักงาน ผู้แทนทางการค้า ตัวแทนหรือนายหน้าของยูนิไลฟ์ คู่สัญญาได้ซื้อและขาย

ผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์และให้บริการต่าง ๆ ภายใต้ชื่อและ ความรับผิดของคู่สัญญาเอง นักธุรกิจ ยูนิไลฟ์บางคน

อาจถูกอ้างถึงโดยตำแหน่ง เช่น นักธุรกิจระดับหัวหน้ากลุ่ม GL นักธุรกิจระดับเหรียญทองแดง

นักธุรกิจระดับเหรียญเงิน  นักธุรกิจระดับเหรียญทอง  ฯลฯ  ตามคุณสมบัติที่มอบให้โดยยูนิไลฟ์ตามข้อกำหนดต่าง  ๆ

ที่กำหนดไว้ในแผนธุรกิจยูนิไลฟ์และเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างเป็นทางการอื่นๆ ของยูนิไลฟ์

“สัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์”     

หมายถึง   ใบสมัครเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์และเอกสารประกอบอื่น  ๆ  ซึ่งกำหนดเงื่อนไขแห่งสัญญา

ระหว่างนักธุรกิจยูนิไลฟ์และยูนิไลฟ์

“นักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ปฎิบัติตามกรอบจรรยาบรรณ”  

หมายถึง  เพื่อประโยชน์ในการตีความและการบังคับใช้ระเบียบปฏิบัติเท่านั้น คำว่า “นักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ปฏิบัติตามกรอบ

จรรยาบรรณ”  ให้หมายถึงนักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ได้รับอนุญาตจากยูนิไลฟ์ในขณะนี้ให้เป็นนักธุรกิยูนิไลฟ์

และเป็นผู้ซึ่งได้ปฏิบัติตามลายลักษณ์อักษร  และเจตนารมณ์ของระเบียบปฏิบัติและนโยบายธุรกิจของยูนิไลฟ์

สำหรับแต่ละตลาดซึ่งนักธุรกิจนั้นมีตัวตนอยู่  และไม่ได้กระทำการใดอันก่อให้เกิดผลเสียแก่ชื่อเสียงของยูนิไลฟ์

สาขาธุรกิจของยูนิไลฟ์และนักธุรกิจของยูนิไลฟ์ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสนับสนุนหรือขัดขวางกิจกรรม

ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์คนอื่น ซึ่งเป็นอันตรายต่อลักษณะการประกอบธุรกิจอย่างต่อเนื่องของสาขาธุรกิจของยูนิไลฟ์

หรือมิฉะนั้นขัดต่อหลักเกณฑ์อื่น ๆ ซึ่งกำหนดไว้ ณ ที่นี้ และไม่มีส่วนในการกระทำอันละเมิดต่อบทบัญญัติของ

กฎหมายและข้อบังคับของแต่ละประเทศ  และเป็นผู้ซึ่งการกระทำของเขาไม่ได้ก่อให้เกิดข้อพิพาททางวัฒนธรรม

เมื่อพิจารณาตามสภาพตลาด

“สถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์”  

หมายถึง  สถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์เป็นอีกวิธีหนึ่งในการอธิบายธุรกิจยูนิไลฟ์

ที่กำหนดโดยหมายเลขนักธุรกิจยูนิไลฟ์  และอาจถูกแสดงโดยบุคคลหรือโดยสามีและภรรยา

“คณะกรรมการ”     หมายถึง   คณะกรรมการระเบียบปฏิบัติและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ได้รับการแต่งตั้ง ตามระเบียบปฏิบัติและจรรยาบรรณฯฉบับนี้
“จรรยาบรรณ”   

 หมายถึง   ประมวลความพฤติที่ดีงาม เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณ ชื่อเสียง และฐานะของนักธุรกิจยูนิไลฟ์

ตลอดจนส่งเสริมความยุติธรรมในการแข่งขันภายใต้กรอบของธุรกิจยูนิไลฟ์

“อุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจที่ผลิตหรือจัดทำขึ้นโดยยูนิไลฟ์    (อุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจของยูนิไลฟ์)”   หมายถึง   อุปกรณ์ส่งเสริมที่ผลิตหรือจัดทำขึ้นโดยยูนิไลฟ์หรือในนามยูนิไลฟ์
“อุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจ”  

หมายถึง     ในการตีความ  “อุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจ”  ให้ตีความอย่างกว้าง  และรวมถึงสิ่งต่าง  ๆ  ดังต่อไปนี้

ตัวอย่างเช่น วัสดุสิ่งพิมพ์ เสียงและวิดีโอ และการผลิตมัลติมีเดีย ผลิตภัณฑ์และบริการเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต

ระบบการประกาศเกียรติคุณและการให้รางวัลซึ่งไม่ได้เป็นของยูนิไลฟ์   การประชุมและกิจกรรมอื่น   ๆ   วัสดุ

หรืออุปกรณ์อื่น    ๆ    ซึ่งใช้ในการให้ข้อมูลหรือสนับสนุนการขายผลิตภัณฑ์และการให้บริการของยูนิไลฟ์

รวมถึงคูปอง บัตรกำนัล ตั๋ว หรือ โปรแกรมการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ต่อเนื่อง ที่ระบุไว้ข้างต้น

ถ้าคำว่า“อุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจ”ถูกใช้โดยไม่มีคำขึ้นต้นว่า “ผลิตหรือจัดทำขึ้นโดยยูนิไลฟ์” หรือ

“อุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจของยูนิไลฟ์” ให้คำดังกล่าวหมายถึง อุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจที่ไม่ได้ผลิตหรือจัดทำขึ้นโดยยูนิไลฟ์ เท่านั้น

“ผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์”    หมายถึง   ผลิตภัณฑ์และบริการของยูนิไลฟ์ทั้งหมด รวมถึงเอกสารสิ่งพิมพ์และวัสดุที่ใช้ในการสนับสนุนหรือเสริม อื่น ๆ ซึ่งจัดให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ โดยยูนิไลฟ์
“แผนธุรกิจยูนิไลฟ์ (แผน)”      หมายถึง   ระบบซึ่งใช้ในการคำนวณส่วนลด รายได้ และเกียรติรางวัลแก่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ตามยอดขายผลิตภัณฑ์ตามที่ระบุในคู่มือการดำเนินธุรกิจยูนิไลฟ์และเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างเป็นทางการ
“ส่วนลด”    หมายถึง  ผลตอบแทนในรูปเงินตรา ซึ่งยูนิไลฟ์จ่ายให้แก่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ตามแผนธุรกิจยูนิไลฟ์ “ผู้สปอน
 เซอร์”   หมายถึง  นักธุรกิจยูนิไลฟ์ผู้ให้การสปอนเซอร์แก่ผู้มุ่งหวังให้เข้าร่วมโอกาสทางธุรกิจยูนิไลฟ์
“การสปอนเซอร์”   หมายถึง   นักธุรกิจยูนิไลฟ์ซึ่งแนะนำและให้การสปอนเซอร์แก่ผู้มุ่งหวังให้เข้าร่วมโอกาสทางธุรกิจยูนิไลฟ์
“ผู้มุ่งหวัง”   หมายถึง  บุคคลที่สามารถเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ หรือลูกค้าได้
“สายงาน”    หมายถึง  นักธุรกิจยูนิไลฟ์ภายใต้สายการสปอนเซอร์(ดาวน์ไลน์) ทั้งหมดของนักธุรกิจยูนิไลฟ์นั้น
“สายการสปอนเซอร์”   หมายถึง   โครงสร้างทางองค์กรของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ซึ่งเกิดขึ้นตามสัญญาซึ่งนักธุรกิจยูนิไลฟ์แต่ละคนมีกับยูนิไลฟ์
 “ข้อมูลสายการสปอนเซอร์”  

หมายถึง  ข้อมูลทั้งหมดที่เปิดเผยหรือเกี่ยวข้องกับการจัดการโครงสร้างทั้งหมดหรือบางส่วนของนักธุรกิจยูนิไลฟ์

ในสายการสปอนเซอร์ รวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียง หมายเลขนักธุรกิจยูนิไลฟ์ และข้อมูลยื่นยันทางธุรกิจ

ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่นๆ ข้อมูลการติดต่อส่วนตัวของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ข้อมูลการปฏิบัติงานทางธุรกิจของนักธุรกิจ

ยูนิไลฟ์ และข้อมูลอื่นทั้งหมดที่สร้างขึ้นหรือได้รับมาจากข้อมูลเหล่านั้น ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบปัจจุบันหรืออนาคต

“นักธุรกิจ ”     หมายถึง  นักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ประสบความสำเร็จในกิจกรรมทางธุรกิจในระดับ หัวหน้ากลุ่มGL – ระดับรวงข้าวเพชร หนึ่งตามที่ระบุไว้ในแผนธุรกิจยูนิไลฟ์

 

คณะกรรมการระเบียบปฏิบัติและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของนักธุรกิจยูนิไลฟ์

3.1  คณะกรรมการ

ยูนิไลฟ์กำหนดให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า  “คณะกรรมการระเบียบปฏิบัติและจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของนักธุรกิจยูนิไลฟ์”ที่ได้รับการแต่งตั้งจากยูนิไลฟ์ เพื่อให้มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบในการดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัตินี้ประกอบด้วย

3.1.1 ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ และเลขานุการ ตำแหน่งละหนึ่งคน

3.1.2 กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ตำแหน่งผู้อำนวยการขึ้นไปของยูนิไลฟ์

3.1.3 กรรมการซึ่งยูนิไลฟ์แต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้ความและเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจยูนิไลฟ์

3.2  วาระการดำรงตำแหน่ง

คณะกรรมการ มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 2 ปี (สองปี) นับจากวันที่ได้รับแต่งตั้ง เมื่อครบกำหนดตามวาระดังกล่าวแล้ว หากยังมิได้มีการแต่งตั้ง

คณะกรรมการขึ้นใหม่ให้คณะกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไป จนกว่าคณะกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

3.3  การพ้นจากตำแหน่ง นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามข้อ 3.2)คณะกรรมการซึ่งยูนิไลฟ์แต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
ก)   ตาย

ข)   ลาออก

ค)   คณะกรรมการมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง

ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ยูนิไลฟ์อาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทนได้และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้ง  ให้ดำรงตำแหน่งแทน

อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทนในกรณีที่ยูนิไลฟ์แต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้ง

ไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง  ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่ได้รับแต่งตั้ง

ไว้แล้ว

3.4  การประชุมคณะกรรมการ

3.4.1  ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุมให้รองประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม

3.4.2  การประชุมคณะกรรมการทุกคราวต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

3.4.3  การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

3.5  อำนาจและหน้าที่คณะกรรมการ  คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

3.5.1  พิจารณาเรื่องร้องทุกข์จากนักธุรกิจยูนิไลฟ์ และหรือผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายอันเนื่องมาจากการกระทำของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ของยูนิไลฟ์

3.5.2  แจ้งหรือโฆษณาข่าวสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือเสื่อมเสียแก่สิทธิของผู้บริโภค ในการนี้จะระบุชื่อผลิตภัณฑ์หรือบริการ หรือชื่อของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ด้วยก็ได้

3.5.3  กำกับดูแลการดำเนินธุรกิจของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ รวมทั้งติดตามสอดส่องพฤติการณ์ในการประกอบธุรกิจนักธุรกิจยูนิไลฟ์

3.5.4  วางระเบียบหรือประกาศเกี่ยวกับการปฏิบัติการตามระเบียบปฏิบัตินี้

3.5.5 พิจารณาวินิจฉัยการอุทธรณ์คำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ยูนิไลฟ์ หรือนักธุรกิจยูนิไลฟ์

3.5.6  เสนอความเห็นต่อกรรมการผู้จัดการยูนิไลฟ์เกี่ยวกับนโยบายและมาตรการในการกำกับดูแลรวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนการประกอบธุรกิจยูนิไลฟ์ และพิจารณาให้ความเห็นในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจยูนิไลฟ์ตามที่ยูนิไลฟ์มอบหมาย

3.5.7  สอดส่องเร่งรัดพนักงานเจ้าหน้าที่ยูนิไลฟ์ ให้ปฏิบัติการตามอำนาจและหน้าที่ที่ยูนิไลฟ์กำหนด ตลอดจนเร่งรัดนักธุรกิจยูนิไลฟ์ให้ดำเนินคดีในความผิดตามระเบียบนี้

3.5.8  ประชุมหรือจัดให้มีการประชุมเพื่อพิจารณาข้อร้องเรียน ข้อกล่าวหา หรือกรณีที่มีผู้ร้องเรียน ผู้กล่าวหาว่ามีการกระทำการที่ฝ่าฝืนหรือขัดต่อระเบียบปฏิบัติ หรือขัดต่อจรรยาบรรณ

3.5.9  กรณีที่มีข้อร้องเรียน ข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กับนักธุรกิจยูนิไลฟ์คนหนึ่งคนใด และเพื่อให้การพิจารณาข้อร้องเรียนข้อกล่าวหานั้น   เกิดความเป็นธรรมหรือความชัดเจน   หรือเพื่อประโยชน์อื่นใดในการพิจารณาเรื่องนั้น ๆ คณะกรรมการมีอำนาจทำการเชิญหรือเรียกตัว นักธุรกิจยูนิไลฟ์ผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อเท็จจริง คำอธิบาย คำแนะนำหรือความเห็นหรือส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องหรือสิ่งอื่นใดมา เพื่อประกอบการพิจารณาได้

3.5.10 จัดให้มีการลงมติตามผลแห่งการพิจารณาของคณะกรรมการ รายงานมติตลอดจนการพิจารณาดำเนินการต่อกรรมการผู้จัดการยูนิไลฟ์เพื่อให้มีการแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ทราบ ตามระเบียบปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

3.5.11 เสนอแนะในการออกกฎระเบียบหรือวิธีปฏิบัติเพิ่มเติม ตามระเบียบปฏิบัตินี้

3.5.12 เรื่องอื่นตามที่ยูนิไลฟ์มอบหมาย

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ 3.5 นี้ คณะกรรมการอาจมอบหมายให้หน่วยงาน(ฝ่าย/ส่วนงาน)ใดๆของยูนิไลฟ์เป็นผู้ปฏิบัติการหรือเตรียมข้อเสนอ มายังคณะกรรมการเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปได้

3.6  การปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบปฏิบัตินี้ของคณะกรรมการ

ในการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบปฏิบัตินี้ คณะกรรมการต้องให้โอกาสแก่ผู้ถูกกล่าวหาหรือสงสัยว่ากระทำการอันเป็นการขัดต่อระเบียบปฏิบัตินี้ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงความคิดเห็นตามสมควร    เว้นแต่ในกรณีที่จำเป็นและเร่งด่วนหากปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือจะกระทบต่อประโยชน์สาธารณะการกำหนดหรือการออกคำสั่งในเรื่องใดตามระเบียบปฏิบัตินี้ ให้คณะกรรมการคำนึงถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่ผู้บริโภคนักธุรกิจยูนิไลฟ์และยูนิไลฟ์  ในกรณีที่เห็นสมควรคณะกรรมการจะกำหนดเงื่อนไขหรือวิธีการชั่วคราวในการบังคับให้เป็นไปตามการกำหนดหรือการออกคำสั่งนั้นก็ได้

การเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์

4.1 สัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์และชุดคู่มือนักธุรกิจยูนิไลฟ์

เฉพาะนักธุรกิจยูนิไลฟ์เท่านั้นที่จะสามารถซื้อหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของยูนิไลฟ์ได้โดยได้รับผลตอบแทนตามแผนการจ่ายผลตอบแทนรวมทั้งให้การสปอนเซอร์แก่นักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่น ผู้สมัครจะต้องขออนุญาตจากยูนิไลฟ์โดยกรอกใบสมัครเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์พร้อมทั้งลงนามให้ครบถ้วน และจะต้องมีชุดคู่มือนักธุรกิจยูนิไลฟ์ไว้ในครอบครองใบสมัครเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่กรอกข้อความครบถ้วนแล้วจะต้องนำส่งแก่ยูนิไลฟ์โดยทันที และได้รับการตอบรับว่าอนุญาตโดยยูนิไลฟ์ตามระเบียบข้อ 4.3 (เงื่อนไขและคุณสมบัติของนักธุรกิจยูนิไลฟ์)ห้ามมิให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์คนใดเสนอโอกาสทางธุรกิจยูนิไลฟ์เป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากโอกาสทางธุรกิจ ยูนิไลฟ์เท่านั้น ยูนิไลฟ์เปิดโอกาสทางธุรกิจในการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์แก่ทุกคนโดยไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับเพศ เชื้อชาติ สัญชาติ ลัทธิการเมือง หรือศาสนาใด ๆ อย่างไรก็ตามผู้สมัครจะต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ปี บริบูรณ์ ณ วันที่สมัคร บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ จะต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากบิดาหรือมารดา หรือผู้ปกครองทั้งนี้ผู้สมัครต้องมี “ผู้สปอนเซอร์” ถ้าไม่มีให้ผู้สมัครหาผู้สปอนเซอร์ที่เหมาะสมได้จากรายชื่อนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ระดับผู้นำGL ขึ้นไป หรือหากยังไม่มี “ผู้สปอนเซอร์” ยูนิไลฟ์ให้เวลา 90 วัน(นับจากวันที่สมัคร) ในการเลือก “ผู้สปอนเซอร์” ที่เหมาะสมกับท่าน โดยกรอกแบบฟอร์ม แจ้งชื่อผู้สปอนเซอร์ส่งมาที่ยูนิไลฟ์ และสถานภาพของนักธุรกิจยูนิไลฟ์จะเริ่มขึ้นเมื่อผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและพิจารณาอนุมัติจากยูนิไลฟ์แล้ว

4.2  นักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่เป็นสามีภรรยา

บุคคลซึ่งเป็นสามีภรรยา ไม่ว่าตามนิตินัยหรือพฤตินัยมีสิทธิได้รับการตอบรับจากยูนิไลฟ์ให้มีสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ร่วมกันได้ บุคคลซึ่ง มีคู่สมรส (ไม่ว่าตามนิตินัยหรือพฤตินัย) เป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องไม่มีสิทธิสมัครเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์โดยให้มีอีกสถานภาพแยกต่างหาก

4.2.1ยูนิไลฟ์มีสิทธิเด็ดขาดในการบอกเลิกสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ในกรณีที่ยูนิไลฟ์เห็นการกระทำใดของนักธุรกิจยูนิไลฟ์และ/หรือคู่สมรสตามนิตินัย หรือตามพฤตินัยของเขา (นั่นคือ ไม่ว่าคู่สมรสนั้นจดทะเบียนหรือไม่) ฝ่าฝืนระเบียบใด ๆ ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบปฏิบัตินี้ว่า โดยความเห็นของยูนิไลฟ์ถือเป็นที่สิ้นสุด

4.2.2 ในกรณีที่นักธุรกิจยูนิไลฟ์สองคน ซึ่งต่างเป็นเจ้าของและดำเนินธุรกิจยูนิไลฟ์ในสายการสปอนเซอร์ต่างกันหรือเดียวกัน(และไม่อยู่ในระดับเหรียญเงิน) ได้แต่งงานกันตามกฎหมายหรือตามพฤตินัย สถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์อันใดอันหนึ่งจะต้องถูกบอกเลิกถ้าคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสถานะเป็นนักธุรกิจระดับเหรียญเงินขึ้นไปอยู่ก่อนแล้ว ให้คู่สมรสแต่ละฝ่ายมีสิทธิดำเนินธุรกิจยูนิไลฟ์ของตนต่อไปอย่างไรก็ตาม การดำเนินธุรกิจดังกล่าวจะต้องอยู่ในสายการสปอนเซอร์เดิม นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องแจ้งให้ยูนิไลฟ์ทราบโดยเร็วที่สุด

4.2.3 ในกรณีสามีภรรยามีสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ร่วมกัน และคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง (ไม่ว่าตามนิตินัยหรือตามพฤตินัย) ลาออกจากยูนิไลฟ์

ไม่ว่าด้วยเหตุใดตามระเบียบปฏิบัตินี้  ยูนิไลฟ์มีสิทธิบอกเลิกสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ของคู่สมรสอีกฝ่ายได้โดยไม่ต้องระบุเหตุผลแห่งการบอกเลิก อย่างไรก็ตาม ยูนิไลฟ์อาจอนุญาตให้คู่สมรสอีกฝ่ายดำเนินธุรกิจยูนิไลฟ์ต่อไปก็ได้หากคู่สมรสฝ่ายที่ยังคงดำเนินธุรกิจยูนิไลฟ์และคู่สมรสฝ่ายที่ลาออกจากยูนิไลฟ์ปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติเหล่านี้และตามเงื่อนไขและข้อกำหนดต่าง ๆ ที่ยูนิไลฟ์กำหนดขึ้นตามที่เห็นสมควร

4.3 เงื่อนไขและคุณสมบัติของนักธุรกิจยูนิไลฟ์

4.3.1 การสมัครเป็นนักธุรกิจยุนิไลฟ์ ค่าสมัครสมาชิก 200 บาท กรอกข้อมูลในใบสมัครให้ครบถ้วนพร้อมแนบเอกสารประกอบการสมัคร

  ● สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรที่ออกโดยหน่วยงานราชการ (ที่มีเลขที่บัตรประจำตัวประชาชนและรูปถ่าย)พร้อมเซ็นชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง (หมายเหตุ : กรณีคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติ ให้ใช้สำเนาหนังสือเดินทางพร้อมเซ็นชื่อรับรองสำเนาถูกต้อง)

  ● สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารหน้าแรก(ชื่อเดียวกับชื่อผู้สมัคร) พร้อมเซ็นชื่อรับรองสำเนาถูกต้องโดยผู้ร่วมธุรกิจทั้งสองท่าน (กรณีสมัครคู่)

  ● รูปถ่ายสีขนาด 1 นิ้ว หน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นดำ (รูปถ่าย 1 ใบต่อ ผู้สมัคร 1 ท่าน )

4.3.2 นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องมีอายุอย่างน้อย 18 ปีบริบูรณ์ บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์จะต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากบิดา หรือ มารดา หรือ ผู้ปกครอง

4.3.3 ต้องไม่เป็นคู่สมรสของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง เว้นแต่จะมีคุณสมบัติตามข้อ4.2.2

4.3.4 ต้องไม่เคยถูกบอกเลิกสถานภาพจากการละเมิดสัญญาภายใต้สถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์เดิม และ

4.3.5 ต้องปฏิบัติตามข้อ 8.4 (การหยุดกิจกรรมการดำเนินธุรกิจยูนิไลฟ์)ของระเบียบปฏิบัตินี้ ในกรณีที่ผู้สมัครเคยถูกบอกเลิกสัญญามาก่อนหรือหมดอายุไปแล้วและไม่ได้รับการรักษาสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์

4.3.6 ต้องไม่เป็นลูกจ้างของบริษัทขายตรงในขณะสมัคร หรือตลอดระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์

4.3.7 ต้องไม่เป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างต้องโทษจำคุก หรือถูกคุมขังในทัณฑสถานใด ๆ หรือเคยได้รับโทษเกี่ยวกับการผลิต (และ/หรือ)การค้าขายผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ปลอม โฆษณาเท็จ ประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมาย หนีภาษี (หรือ)หลอกลวงลูกค้า หรือความผิดเกี่ยวกับการหลอกลวงการจัดการสินทรัพย์ จัดการสินทรัพย์ในทางมิชอบ หรือครอบครองสินทรัพย์โดยมิชอบ

4.3.8 ผู้สมัครต้องมี “ผู้สปอนเซอร์”ถ้าไม่มีให้ผู้สมัครหาผู้สปอนเซอร์ที่เหมาะสมได้จากรายชื่อนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ระดับผู้นำGL ขึ้นไป หรือหากยังไม่มี “ผู้สปอนเซอร์” ยูนิไลฟ์ให้เวลา 90 วัน  (นับจากวันที่สมัคร) ในการเลือก “ผู้สปอนเซอร์ (หรือผู้แนะนำ)” ที่เหมาะสมกับท่านโดยกรอกแบบฟอร์ม แจ้งชื่อผู้สปอนเซอร์ ส่งมาที่ยูนิไลฟ์

4.3.9 การสมัครนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ใหม่ผู้สมัครจะได้รับบัตรนักธุรกิจยูนิไลฟ์ พร้อมรหัสนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ทันที โดยบัตรนักธุรกิจยูนิไลฟ์จะแนบอยู่กับชุดสมัครนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ผู้สมัครสามารถกรอกชื่อผู้สมัครและชื่อผู้สปอนเซอร์(ถ้ามี) ลงในบัตรนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ได้ด้วยตนเองซึ่งต้องเป็นชื่อที่ตรงกับที่ระบุไว้ในใบสมัคร และสามารถใช้แสดงสิทธิในการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์โดยแจ้งรหัสสมาชิกกับยูนิไลฟ์ แต่ทั้งนี้การจะใช้สิทธิในฐานะสมาชิกได้ก็ต่อเมื่อ ผู้สมัครหรือผู้สปอนเซอร์จะต้องนำชุดสมัครที่กรอกข้อมูลครบถ้วนนำส่งต่อยูนิไลฟ์ พร้อมแนบหลักฐานประกอบการสมัครตามที่ระบุไว้ในเอกสารประกอบการสมัครเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ เพื่อทำการบันทึกชื่อเข้าระบบฐานข้อมูลนักธุรกิจยูนิไลฟ์การสมัครเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ จึงจะถือว่าสมบูรณ์

4.4     การตอบรับหรือการปฏิเสธการสมัครเข้าเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์  หรือการรักษาสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์

ยูนิไลฟ์สงวนสิทธิในการตอบรับหรือปฏิเสธสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์ ในทำนองเดียวกัน ยูนิไลฟ์สงวนสิทธิในการปฏิเสธคำขอต่ออายุและสงวนสิทธิในการยกเลิกสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ในกรณีที่กิจกรรมต่าง   ๆ    ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ไม่เป็นไปตามระเบียบปฏิบัตินี้    หรือไม่ได้เป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ปฏิบัติตนตามกรอบจรรยาบรรณ หรือไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อ 4.3 (เงื่อนไขและคุณสมบัติของนักธุรกิจยูนิไลฟ์) และสิ่งที่จะได้รับเมื่อสมัครเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ คือ

ก)   คู่มือดำเนินธุรกิจ ระเบียบปฏิบัติและจรรยาบรรณ

ข)   คู่มือแผนการตลาด

ค)   คู่มือแนะนำผลิตภัณฑ์

ง)   ใบราคาผลิตภัณฑ์

จ)   บัตรสมาชิก

ฉ)  ใบเสร็จรับเงิน

4.5 การดำเนินธุรกิจยูนิไลฟ์โดยนิติบุคคล

คู่สัญญาของสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์มีสิทธิขอดำเนินธุรกิจยูนิไลฟ์โดยนิติบุคคลได้ก็ต่อเมื่ออยู่ที่ระดับเหรียญขึ้นไป โดยต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดรวมถึง ถ้ามีผลบังคับใช้ได้ตามกฎหมาย นิติบุคคลนั้นต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินโอกาสทางธุรกิจยูนิไลฟ์อย่างเดียวเท่านั้น ให้ติดต่อสอบถามข้อมูลปัจจุบันจากยูนิไลฟ์ บุคคลผู้ลงนามในสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์ในนามนิติบุคคลต้องเป็นผู้แทนผู้มีอำนาจของนิติบุคคลนั้นและต้องมีคุณสมบัติโดยส่วนตัวตามที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อ 4.3 (เงื่อนไขและคุณสมบัติของนักธุรกิจยูนิไลฟ์) นิติบุคคลอาจต้องนำส่งเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักฐานการมีตัวตน และหลักฐานแสดงว่ามีคุณสมบัติที่จะประกอบกิจกรรมที่ถูกคาดหวังในสัญญา นักธุรกิจยูนิไลฟ์ หลักฐานการปฏิบัติตามเงื่อนไขการจดทะเบียนต่าง ๆ เอกสาร (เช่น หนังสือรับรองนิติบุคคล)ซึ่งมีข้อมูลและข้อตกลงต่าง ๆ ของทั้งนิติบุคคลและผู้ก่อตั้ง รวมถึงการบริหารกิจการของนิติบุคคลนั้น หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่มีลักษณะเดียวกัน  และเอกสารตามที่ยูนิไลฟ์อาจร้องขอ

4.6  วันที่ได้รับอนุญาต
วันที่ได้รับอนุญาตให้เป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ คือ วันที่สัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ หลักฐาน และถูกดำเนินการพิจารณาอนุมัติโดยยูนิไลฟ์แล้ว

4.7 ข้อห้ามเกี่ยวกับการสปอนเซอร์
ผู้สปอนเซอร์จะต้องไม่กำหนดเงื่อนไขแก่ผู้มุ่งหวังและนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ในการให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ เช่น

4.7.1   ซื้อผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์หรือบริการในจำนวนที่กำหนด

4.7.2 รักษาผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์คงคลังในจำนวนที่กำหนด

4.7.3 ซื้อชุดเริ่มต้นธุรกิจที่ไม่ได้ผลิตหรือจัดทำขึ้นโดยยูนิไลฟ์

4.7.4  ซื้อเอกสารสิ่งพิมพ์   อุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจทั้งในรูปแบบของภาพและเสียง  หรือวัสดุอื่น ๆ

4.7.5  ซื้อตั๋วสำหรับเข้าชมหรือเข้าร่วมแรลลี่ สัมมนา หรือการประชุมอื่น ๆ

4.8  การสิ้นสุดสมาชิกภาพ

เว้นแต่จะได้รับการรักษาสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ตามระเบียบปฏิบัตินี้ และตามนโยบายธุรกิจของยูนิไลฟ์ สถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์สิ้นสุดลงหรืออาจถูกบอกเลิกได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ตามที่ระบุไว้ในสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์ เว้นแต่จะถูกบอกเลิกก่อนสิ้นสุดระยะเวลาโดยนักธุรกิจยูนิไลฟ์หรือยูนิไลฟ์ สถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์จะสิ้นสุดลงเนื่องจาก

4.8.1 ไม่มียอดซื้อส่วนตัว (MAV) อย่างน้อย 300 AV ภายใน 12เดือน(รอบปี มกราคม-ธันวาคม)นับตั้งแต่วันสมัคร จะถูกตัดออกจากการเป็นนักธุรกิจยูนิ ไลฟ์ทันที แต่มีสิทธิสมัครเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ใหม่ได้ โดยเสมือนว่าเป็นการสมัครนักธุรกิจยูนิไลฟ์ใหม่ทุกประการ

4.8.2 การบอกเลิกสัญญา กรณีลาออกจากการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์นักธุรกิจยูนิไลฟ์มีสิทธิบอกเลิกสถานภาพสมาชิกได้ทุกเมื่อ โดยส่งหนังสือบอกเลิก สัญญาแก่ยูนิไลฟ์ ณ ที่อยู่ของยูนิไลฟ์หากต้องการสมัครเข้าเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ใหม่ ต้องปฏิบัติดังนี้

  ●  ต้องหลังจากยื่นการลาออกไปแล้ว 6 เดือน (กรณีตั้งแต่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ใหม่ ถึงระดับหัวหน้ากลุ่มGL)โดยทั้งนี้ตำแหน่งหรือสิทธิประโยชน์ ต่างๆ จะสิ้นสุดลงทันที เมื่อการลาออกได้รับการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากยูนิไลฟ์ และต้องได้รับการอนุมัติจากยูนิไลฟ์ จึงจะมีผล แห่งการสมัครใหม่ โดยถือเสมือนสมัครนักธุรกิจยูนิไลฟ์ใหม่ทุกประการ

  ●  ต้องหลังจากยื่นการลาออกไปแล้ว 12 เดือน (กรณีนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ตำแหน่งตั้งแต่ ระดับเหรียญทองแดงขึ้นไป) โดยทั้งนี้ตำแหน่ง หรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จะสิ้นสุดลงทันที เมื่อการลาออกได้รับการอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากยูนิไลฟ์ และต้องได้รับการอนุมัติ จากยูนิไลฟ์ จึงจะมีผลแห่งการสมัครใหม่โดยถือเสมือนสมัครนักธุรกิจยูนิไลฟ์ใหม่ทุกประการ

4.8.3  การโอนสิทธิของการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์

  ●  นักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่มีรายได้ระดับเหรียญขึ้นไปสามารถโอนสิทธิให้กับทายาท หรือบุคคลที่ระบุ (ผู้รับมรดก)ไว้ในใบสมัครเท่านั้นและผู้รับโอนสิทธิต้องมีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไขของการสมัครนักธุรกิจยูนิไลฟ์ใหม่ทุกประการ

  ●  การโอนสิทธินั้น ผู้รับโอนจะต้องดำรงสถานภาพอยู่ในตำแหน่งเดิมของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ผู้โอนสิทธิให้ทุกประการ

  ●  ทุกครั้งที่มีการโอนสถานภาพสมาชิกจะต้องได้รับการอนุมัติจากยูนิไลฟ์ก่อน และยูนิไลฟ์มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธการอนุมัตินั้นทั้งนี้ขึ้นกับดุลยพินิจของยูนิไลฟ์ และคณะกรรมการจรรยาบรรณนักธุรกิจยูนิไลฟ์

***เมื่อโอนสิทธิในการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ให้ผู้อื่นแล้ว ผู้โอนไม่มีสิทธิ์ในการทำธุรกิจยูนิไลฟ์ รวมทั้งไม่สามารถสมัครใหม่กับสายการสปอนเซอร์อื่นด้วยเช่นกัน***

4.8.4  การเสียชีวิตของนักธุรกิจยูนิไลฟ์  จะถือว่านักธุรกิจยูนิไลฟ์ดังกล่าวพ้นสภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์โดยอัตโนมัติ   ยูนิไลฟ์จะทำการโอนสิทธิให้กับ ผู้รับมรดกที่ระบุไว้ในในสมัคร ทั้งนี้ผู้รับมรดกจะดำรงสถานภาพอยู่ในตำแหน่งเดิมและได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับนักธุรกิจยูนิไลฟ์ผู้เสียชีวิตทุกประการ

4.8.5  การบอกเลิกสัญญา  กรณีเพิกถอนสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์   ยูนิไลฟ์มีสิทธิบอกเลิกสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ได้ทุกเมื่อถ้าปรากฏ ว่านักธุรกิจยูนิไลฟ์ไม่ปฏิบัติตามนโยบายธุรกิจยูนิไลฟ์ รวมถึงระเบียบปฏิบัติของยูนิไลฟ์ แผนธุรกิจยูนิไลฟ์ และนโยบายอื่น ๆ ที่มีอยู่ของยูนิไลฟ์ และซึ่งได้รวมอยู่ใน สัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์ โดยส่งหนังสือบอกเลิกสัญญาแก่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ ณ ที่อยู่ที่กำหนดของนักธุรกิจนั้น

ทั้งนี้การบอกเลิกสัญญา กรณีเพิกถอนสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์จะสมบูรณ์ได้ เมื่อผ่านมติของคณะกรรมการจรรยาบรรณนักธุรกิจยูนิไลฟ์ (บอกเลิกสัญญา กรณีเพิกถอนสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์หมายถึง การสิ้นสุดและระงับสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ของบุคคลหนึ่งอย่างสมบูรณ์ พร้อมกับสิทธิที่จะได้รับรายได้อื่นใดจากการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์  ไม่ว่าจะเป็นรายได้ที่เกิดขึ้นแล้วหรือเพิ่มพูนขึ้นก่อนหรือหลังการเพิกถอนนั้นและจะมีผลบังคับใช้ ในวันที่แจ้งให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่เกี่ยวข้องทราบเป็นลายลักษณ์อักษร)

4.9  การรักษาสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์

4.9.1 สถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์อาจได้รับการรักษาตามที่ยูนิไลฟ์เห็นสมควร โดยต้องปรากฏว่านักธุรกิจยูนิไลฟ์มี “ยอดซื้อส่วนตัว (MAV) 300 AV

ขึ้นไป” ภายใน 12 เดือน (รอบปี มกราคม-ธันวาคม) และไม่ได้ฝ่าฝืนหรือละเมิดระเบียบและนโยบาย และเงื่อนไขใด ๆ ของสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์ในการขอต่ออายุนักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องแจ้งความประสงค์ต่ออายุสถานภาพให้ยูนิไลฟ์ ทราบ (ทุกปี) ถ้าได้รับการตอบรับจากยูนิไลฟ์การรักษาของสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์และหลักเกณฑ์และนโยบายของยูนิไลฟ์ให้มีผลนับจากวันต่ออายุและต่อไปอีก 12เดือน(รอบปี มกราคม-ธันวาคม)นับจากนั้นระยะเวลาการรักษาดังกล่าวให้ถือเป็นเงื่อนไขและข้อกำหนดของสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่มีผลใช้บังคับ ณ เวลาต่ออายุสมาชิก โดยไม่จำกัดสิทธิของยูนิไลฟ์ในการพิจารณาไม่ต่ออายุสถานภาพ สิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นการตัดสิทธินักธุรกิจยูนิไลฟ์ในการรักษาสถานภาพโดยอัตโนมัติ

  ●  นักธุรกิจยูนิไลฟ์ มี “ยอดซื้อส่วนตัว (MAV) ต่ำกว่า 300AV”ภายใน 12 เดือน (รอบปี มกราคม-ธันวาคม)

  ●  นักธุรกิจยูนิไลฟ์ได้ดำเนินธุรกิจในทางเสียหายแก่ชื่อเสียงและผลประโยชน์ของยูนิไลฟ์ หรือ

  ●  นักธุรกิจยูนิไลฟ์ไม่ปฏิบัติตามหรือละเมิดระเบียบปฏิบัติหรือนโยบายธุรกิจยูนิไลฟ์ในระยะเวลา 12 เดือน ก่อนการขอต่ออายุสถานภาพ หรือ

  ●  ขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดในข้อ 4.3 (เงื่อนไขและคุณสมบัติของนักธุรกิจยูนิไลฟ์) ของระเบียบปฏิบัตินี้

4.9.2 ) วิธีการรักษาสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ มี  2 แบบ

แบบที่ 1 >> สมาชิกรักษาสมาชิกภาพ  แบบมียอดการซื้อผลิตภัณฑ์ส่วนตัว (MAV) 300 AV ขึ้นไป ต่อปี

แบบที่ 2 >> สมาชิกรักษาสมาชิกภาพ  แบบต่ออายุอัตโนมัติ (อ่านรายละเอียดดังต่อไปนี้)

  ●  สมาชิก แสดงความจำนง ยินยอมให้บริษัทฯ หักเงินปันผลของตนเอง จำนวน 300 บาท/ปี ในกรณีที่ตนเองไม่มียอดซื้อผลิตภัณฑ์

MAV ตามแบบ 1 เพื่อยังคงสิทธิในประโยชน์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามเครือข่ายและแผนการตลาด ในฐานะสมาชิกต่อไป

(กรอกแบบฟอร์ม         ตามที่บริษัทฯกำหนด)

  ●  การรักษาสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ด้วยวิธีแบบต่ออายุอัตโนมัตินี้ บริษัทฯ จะหักเงินส่วนลดที่มีของสมาชิกในงวด

 

การจ่ายเงินวันที่ 15 พฤศจิกายน ของปีนั้นๆ และหากเดือนดังกล่าวจำนวนเงินส่วนลดมีจำนวนไม่สามารถหักได้ จะพิจารณาทำการ หักเงินในงวดการจ่ายถัดไป คือวันที่ 15 ธันวาคมของปีนั้นๆ

  ●  โดยสมาชิกสามารถติดต่อขอรับผลิตภัณฑ์ได้ ซึ่งผลิตภัณฑ์นั้นจะต้องมีคะแนนเท่ากับ 300 AV หรือ ถ้าผลิตภัณฑ์มีคะแนนมากกว่า 300 AV สมาชิกต้องชำระผลต่างตามจำนวนที่เกิน โดยสามารถรับผลิตภัณฑ์และชำระเงินได้ที่สำนักงานสาขายูนิไลฟ์

ภายในวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไปเท่านั้น หากเกินจากเวลาที่ระบุ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ระงับการขอรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวข้างต้น

หมายเหตุ :

– กรณีที่สมาชิกไม่มีเงินส่วนลดตามจำนวนที่ต้องดำเนินการ และถึงวันสิ้นสุดรอบปี และสมาชิกไม่ใช้สิทธิ์ตามแบบ 1 และ 2

สมาชิกจะหมดสมาชิกภาพในการเป็นสมาชิกยูนิไลฟ์ และถือเป็นการสิ้นสุดในสิทธิประโยชน์ต่างๆจากแผนการตลาดของบริษัทฯทุกกรณี

– กรณีที่สมาชิกหมดสมาชิกภาพ และมีเงินส่วนลดคงค้าง บริษัทฯ จะแจ้งให้สมาชิกได้ติดต่อรับเงินส่วนลดคงค้าง ตามเกณฑ์การรับเงิน

ส่วนลดคงค้าง

– นักธุรกิจยูนิไลฟ์ ที่ประสงค์จะยกเลิกการรักษาสถานภาพอัตโนมัติ โปรดแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรมายังบริษัทล่วงหน้าก่อนที่จะครบกำหนด

ต่ออายุสถานภาพอย่างน้อย 1 เดือน

4.10 การรับประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์

4.10.1 การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ไปยังผู้บริโภค ซึ่งมิใช่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ด้วยกัน จะต้องมีใบเสร็จรับเงินซื้อ-ขายที่ถูกต้อง ซึ่งมีจำหน่าย ณ ที่ทำการ

ยูนิไลฟ์ อันมีสาระสำคัญว่าจะต้องมีการรับประกันความพึงพอใจ ยูนิไลฟ์จะรับประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์มาตรฐานตรงตามฉลากบรรจุภัณฑ์ และยินดีรับเปลี่ยนคืนผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ให้ใหม่ภายใน 15 วัน นับจากที่ได้รับหนังสือแสดงเจตนาคืนผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ในกรณีที่บรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์มีการชำรุด บกพร่อง เนื่องจากการผลิตหรือจากการขนส่งโดยยูนิไลฟ์เองนักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องแจ้งเป็นหนังสือให้ยูนิไลฟ์ทราบ และจัดส่งผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ดังกล่าวคืนยูนิไลฟ์ ภายใน 7 วัน นับจากวันรับผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์และยูนิไลฟ์จะทำการจัดส่งผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ใหม่ให้แก่สมาชิกภายใน  15  วัน  นับจากวันที่ได้รับหนังสือแสดงเจตนาผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ที่มีความชำรุดบกพร่องดังกล่าว

4.10.2 ยูนิไลฟ์ยินดีรับเปลี่ยนคืนผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ หากการใช้ผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์นั้นไม่ได้ผลตามที่ระบุไว้บนฉลาก และสามารถพิสูจน์ได้ว่าการใช้ ผลิตภัณฑ์  ยูนิไลฟ์นั้นถูกต้องตามคำแนะนำบนฉลาก  และถูกต้องตามวิธีการใช้และสภาพการใช้ผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์  โดยนักธุรกิจยูนิไลฟ์สามารถยื่นเรื่องต่อยูนิไลฟ์ได้ ภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้รับผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ และยูนิไลฟ์ จะพิจารณาเปลี่ยนคืนผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ที่มีมูลค่าเดียวกันทั้งราคาสมาชิกและยอดสะสมให้ใหม่ ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแสดงเจตนา

**   การรับประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์นี้ไม่รวมถึง:

  ●  ผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ที่มีการแบ่งปริมาณและบรรจุในบรรจุภัณฑ์ใหม่โดยผู้อื่นใดที่ไม่ใช่ยูนิไลฟ์ เพื่อการจำหน่ายหรือเหตุผลอื่นๆ หรือเป็นการบรรจุโดย

ใช้หรือไม่ใช้ชื่อ “ยูนิไลฟ์” ก็ตามเนื่องจากการกระทำดังกล่าว จะเป็นเหตุให้คุณสมบัติเฉพาะของสารเคมี มีการปนเปื้อน หรือมีคุณสมบัติทางเคมีเปลี่ยนแปลงไป อันเป็น

ผลกระทบต่อตัวผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ และผลของการใช้ ดังนั้นผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ของยูนิไลฟ์จะต้องขายในรูปของผลิตภัณฑ์ที่ผลิตและบรรจุโดย บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์-เนชั่นแนล จำกัด เท่านั้น

  ●  ผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ที่เกิดความเสียหายขึ้นโดยเจตนาและความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ หรือการใช้ที่ไม่ถูกต้องตามคำ

แนะนำและวิธีการใช้อย่างเคร่งครัดตามที่ระบุไว้บนฉลากของผู้บริโภค

  ●  ยูนิไลฟ์ พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่อยู่ในเงื่อนไขของการรับประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์

4.11   สิทธิการเปลี่ยนคืนผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์และระยะเวลาการพิจารณาผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์

เพื่อเป็นการรับประกันความพึงพอใจ ยูนิไลฟ์ให้สิทธิแก่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ในการพิจารณาคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์โดย

  ●  เมื่อนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ได้สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์และพิจารณาคุณสมบัติตามฉลากแล้วพบว่าผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามที่กำหนดไว้

นักธุรกิจยูนิไลฟ์สามารถส่งหนังสือแสดงเจตนาและส่งผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์คืนยูนิไลฟ์ ได้ภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้รับผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์และผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ที่ส่งคืนจะต้องไม่เสียหาย บุบสลายหรือสูญหาย อันเกิดจากเจตนาหรือความผิดของนักธุรกิจยูนิไลฟ์หรือผู้บริโภค

  ●  ผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ที่เปลี่ยนคืน หากเป็นผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ที่สั่งซื้อจากรายการส่งเสริมการขาย ต้องนำของแถมและหรือส่วนลดพิเศษที่ได้จากรายการมาคืนด้วย

  ●  การเปลี่ยนคืนผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ ต้องนำใบเสร็จรับเงินมาแสดงด้วยทุกครั้ง

  ●  การเปลี่ยนคืนผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ ให้เปลี่ยนได้เฉพาะคลังสาขายูนิไลฟ์ที่นักธุรกิจยูนิไลฟ์สั่งซื้อผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์นั้นเท่านั้น

  ●  การเปลี่ยนคืนผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์จะสามารถเปลี่ยนคืนเฉพาะส่วนที่เหลือจากการใช้ก่อนใช้สิทธิเลิกสัญญาและไม่บุบสลายหรือเสียหายจากเจตนาของนักธุรกิจยูนิไลฟ์หรือผู้บริโภค

4.12  การบอกเลิกสัญญาและการรับคืนผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์กลับคืน

หลักเกณฑ์การรับซื้อคืน เมื่อหมดอายุหรือนักธุรกิจยูนิไลฟ์ได้บอกเลิกสัญญาโดยสมัครใจ นักธุรกิจยูนิไลฟ์มีสิทธิขอส่งผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ซึ่งมีอยู่ในครอบครองและยังไม่ได้ขายคืนแก่ยูนิไลฟ์ได้โดยผลิตภัณฑ์นั้นต้องเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ยังไม่ได้ถูกใช้และอยู่ในสภาพเดิม ยูนิไลฟ์จะซื้อผลิตภัณฑ์นั้นคืนในราคาที่ นักธุรกิจยูนิไลฟ์นั้นซื้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไปจากยูนิไลฟ์ตามนโยบายที่มีอยู่โดยยูนิไลฟ์       จะรับซื้อผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์กลับคืนในกรณี

  ●  นักธุรกิจยูนิไลฟ์บอกเลิกสัญญาโดยส่งหนังสือแสดงเจตนาภายใน 7 วัน นับจากวันที่ได้รับผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์

  ●  นักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ต้องการเลิกทำธุรกิจ หากมีผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ที่ต้องคืน สามารถกระทำได้ภายใต้ข้อตกลงระหว่างสมาชิกกับยูนิไลฟ์ดังนี้

ก) ผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ที่รับคืน จะต้องมีสภาพดี ไม่ชำรุดเสียหาย หรือสูญหายอันเกิดจากเจตนาและความผิดระหว่างสมาชิกหรือผู้บริโภค

ข) ผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ที่รับคืนจะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ที่นับจากวันรับผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ไปแล้วไม่เกิน7 วัน และยูนิไลฟ์ จะคืนเงินให้ภายใน15 วัน (นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือแสดงเจตนาเลิกสัญญา)

ค) เนื่องจากผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์เป็นผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ใช้แล้วหมดไปหรือสิ้นเปลือง ดังนั้นจะคืนเงินเฉพาะส่วนที่เหลือจากการใช้ ก่อนใช้สิทธิเลิกสัญญาและทั้งผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์และอุปกรณ์ช่วยขายต่างๆ อยู่ในสภาพที่ไม่ชำรุดเสียหายอันเกิดจากเจตนาและความผิดของนักธุรกิจยูนิไลฟ์หรือผู้บริโภค

ง) ผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ที่รับคืนจะต้องมีใบเสร็จรับเงินต้นฉบับที่ซื้อผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์จากยูนิไลฟ์ และมีรายการตรงกับผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ที่ต้องการจะคืน

จ) ผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ที่รับคืน ยูนิไลฟ์จะคิดราคาให้ตามราคาใบเสร็จ ณ วันที่ซื้อ โดยหักเงินส่วนลดที่ได้รับในวันสั่งซื้อรางวัลที่ได้ตามโปรแกรมส่งเสริมการขาย ตลอดจนโบนัสอื่นๆ ที่ได้รับจากผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ที่ได้สั่งซื้อและประสงค์ขอคืนรวมทั้งคิดค่าธรรมเนียมการคืนผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ในอัตราร้อยละ 10 ของราคาซื้อสุทธิ

ฉ) การรับคืนผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ยูนิไลฟ์จะรับคืนจากนักธุรกิจยูนิไลฟ์เท่านั้นและจะออกใบสำคัญ ลดหนี้ให้นับจากวันที่รับคืน 15 วันทำการ ช) ยูนิไลฟ์ สงวนสิทธิ์ในการคิดค่าธรรมเนียมการรับคืนผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ที่จะรับคืน โดยจะแจ้งให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ได้ทราบก่อนดำเนินการ ซ) ผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ที่จะคืน จะต้องคืน ณ คลังสาขายูนิไลฟ์ที่ทำการสั่งซื้อเท่านั้น

ฌ) การพิจารณารับคืนผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ จะต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการยูนิไลฟ์ ก่อนทุกครั้งและคำตัดสิน ของคณะกรรมการถือว่าสิ้นสุด

ญ) ในกรณีสถานภาพถูกบอกเลิกเนื่องจากนักธุรกิจยูนิไลฟ์ผิดสัญญา     ยูนิไลฟ์มีสิทธิใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาซื้อผลิตภัณฑ์คืนตามหลักเกณฑ์ การซื้อคืน

4.13 การเชิญเข้าร่วมสัมมนาจำกัดอยู่เพียงสามีภรรยาเท่านั้น

การเชิญเข้าร่วมสัมมนาทางธุรกิจ   การจัดนำเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล   และกิจกรรมอื่น   ๆ   ซึ่งจัดขึ้นโดยยูนิไลฟ์จะเสนอให้เพียงนักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง  และคู่สมรสตามนิตินัยหรือพฤตินัยเท่านั้นโดยบุคคลเหล่านี้ต้องมีชื่ออยู่ในระบบทะเบียนของยูนิไลฟ์

4.14  การสมรู้ร่วมคิด – การจูงใจให้ละเมิดสัญญา

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะต้องไม่สมรู้ร่วมคิดกับบุคคลอื่นเพื่อละเมิดสัญญา หรือจูงใจให้ละเมิดสัญญา หรือจูงใจหรือพยายามจูงใจนักธุรกิจยูนิไลฟ์คนอื่นให้ละเมิดระเบียบปฏิบัติ หรือนโยบายธุรกิจของยูนิไลฟ์ กิจกรรมดังกล่าวใด ๆ ให้ถือเป็นการผิดระเบียบปฏิบัติ หรือนโยบายธุรกิจของ ยูนิไลฟ์

4.15 การกระทำการเกินขอบเขตที่ได้รับอนุญาต

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่กระทำการเกินขอบเขตที่ได้รับอนุญาตตามสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์ การกระทำเกินขอบเขตให้ถือเป็นการละเมิดสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์

4.16  คำรับรอง

คำรับรอง นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะต้องไม่แสดงเท็จ หรือให้ข้อความอันเป็นเท็จแก่ยูนิไลฟ์ และต้องไม่จูงใจให้ยูนิไลฟ์เข้าทำสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์โดยการหลอกลวง และต้องไม่ละเมิดคำรับรองตามนัยแห่งสัญญานี้หรือตามกฎหมาย กิจกรรมดังกล่าวใด ๆ ให้ถือเป็นการผิดระเบียบปฏิบัติ หรือนโยบายธุรกิจยูนิไลฟ์

4.17  การละเมิดสัญญาซ้ำซ้อน

ให้ถือว่าเป็นการละเมิดระเบียบปฏิบัติ หรือนโยบายธุรกิจของยูนิไลฟ์ในกรณีที่ นักธุรกิจยูนิไลฟ์ไม่ทำการแก้ไขการละเมิดสัญญาภายหลังได้รับคำบอกกล่าวจากยูนิไลฟ์ถึงการผิดสัญญาเรื่องเดิม หรือมีการละเมิดระเบียบปฏิบัติ หรือนโยบายธุรกิจยูนิไลฟ์หลายเรื่องพร้อม ๆ กัน ต่อเนื่องกัน หรือซ้ำๆ กัน

4.18  นโยบายไม่อดทนต่อการกระทำผิด

ให้ถือว่าเป็นการละเมิดระเบียบปฏิบัติหรือนโยบายธุรกิจของยูนิไลฟ์ถ้านักธุรกิจยูนิไลฟ์ทำกิจกรรมเกี่ยวกับการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ในตลาดซึ่งนักธุรกิจนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจ ให้ถือว่าเป็นการละเมิดระเบียบปฏิบัติ หรือนโยบายธุรกิจของยูนิไลฟ์ในกรณีที่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ทำกิจกรรมเกี่ยวกับการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ในตลาดซึ่งยูนิไลฟ์ไม่ได้ทำธุรกิจ  และให้ถือว่าเป็นการละเมิดระเบียบปฏิบัติ  หรือนโยบายธุรกิจของยูนิไลฟ์ในกรณีที่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ทำการกล่าวอ้างคุณภาพโดยหลอกลวง เช่น การให้คำแนะนำขนาดและปริมาณการใช้โดยขัดต่อแนวทางปฏิบัติและฉลากผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ของยูนิไลฟ์ กล่าวอ้างคุณภาพโดยหลอกลวง ฯลฯ คำกล่าวอ้างโดยหลอกลวงเหล่านี้นอกจากเป็นการละเมิดระเบียบปฏิบัติแล้ว ยังเป็นการฝ่าฝืน พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อีกด้วย   กิจกรรมที่ไม่ได้รับอนุญาตดังกล่าวอาจส่งผลให้มีการระงับสิทธิการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ในทันที   โดยไม่กระทบถึงสิทธิและการเยียวยาที่มีอยู่อื่นๆ

4.19  การหลีกเลี่ยงระเบียบปฏิบัติ

ในกรณีที่มีความพยายามการหลีกเลี่ยง หรือกระทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อเจตนารมณ์และจิตวิญญาณของระเบียบปฏิบัติ ยูนิไลฟ์มีสิทธิดำเนินการแก้ไขได้ทุกเมื่อตามที่เห็นสมควร

4.20 นักธุรกิจยูนิไลฟ์ทุกคนจะต้องปฏิบัติตาม  “กระบวนการบังคับใช้”  ซึ่งกำหนดในคู่มือการดำเนินธุรกิจ

โดย ยูนิไลฟ์ได้สงวนสิทธิอย่างชัดแจ้งในการบอกเลิกสัญญาไม่ว่าในเวลาใดและโดยทันทีหากพบว่านักธุรกิจยูนิไลฟ์ได้ให้ข้อมูลเท็จในใบสมัครหรือนักธุรกิจยูนิไลฟ์ได้รับการตอบรับอนุญาตให้เป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์โดยขัดต่อระเบียบเหล่านี้หรือเมื่อยูนิไลฟ์เห็นว่าการอนุญาตอาจทำให้แผนธุรกิจยูนิไลฟ์เสียชื่อเสียง

ความรับผิดชอบและภาระหน้าที่ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์

5.1 นโยบายธุรกิจยูนิไลฟ์/การแก้ไขเปลี่ยนแปลง/หน้าที่โดยสุจริต

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติ ขั้นตอน และนโยบายที่ระบุไว้ในนโยบายธุรกิจของยูนิไลฟ์อย่างเคร่งครัดตลอดเวลา โดยระเบียบปฏิบัตินี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายธุรกิจของยูนิไลฟ์ และยังต้องปฏิบัติตามแผนธุรกิจยูนิไลฟ์ รวมถึงนโยบายธุรกิจของยูนิไลฟ์และแผนธุรกิจยูนิไลฟ์ตามที่ได้มีการแก้ไขเป็นครั้งคราว นักธุรกิจยูนิไลฟ์ทุกคนจะต้องทำหน้าที่โดยสุจริตและทำการซื้อขายที่เป็นธรรมภายใต้เงื่อนไขของสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์

  ● การให้ความร่วมมือในการสอบสวนนักธุรกิจยูนิไลฟ์จะต้องให้ความร่วมมือกับยูนิไลฟ์ในการสอบสวนกิจกรรมต่าง ๆ ที่อาจฝ่าฝืนสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ของเขา หรือของนักธุรกิจยูนิไลฟ์คนอื่น

5.2 การซื้อขายข้ามกลุ่ม

ห้ามมิให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์กระทำการซื้อขายข้ามกลุ่ม “การซื้อขายข้ามกลุ่ม” เกิดขึ้นเมื่อ นักธุรกิจยูนิไลฟ์ขายผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ยูนิไลฟ์จัดจำหน่ายหรือจัดหามาให้แก่นักธุรกิจยูนิไลฟ์อีกคน ซึ่งไม่ได้รับสปอนเซอร์ส่วนตัวจากเขาและดาวน์ไลน์ของผู้ที่ได้รับสปอนเซอร์เหล่านั้นลงไปจนถึงนักธุรกิจระดับหัวหน้ากลุ่ม GL คนถัดไป

5.2.1 นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะต้องซื้อผลิตภัณฑ์และบริการของยูนิไลฟ์และอุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจจากผู้สปอนเซอร์หรือยูนิไลฟ์โดยตรงเท่านั้น

5.2.2 นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะต้องไม่ขายผลิตภัณฑ์และบริการยูนิไลฟ์ให้แก่นักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่น ซึ่งไม่ได้รับสปอนเซอร์ส่วนตัวจากเขาและดาวน์ไลน์ของผู้ที่ได้รับสปอนเซอร์เหล่านั้นลงไปจนถึงนักธุรกิจระดับหัวหน้ากลุ่ม GLคนถัดไป

5.3 ถูกต้องและตรงตามความเป็นจริง

ห้ามมิให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์เสนอขายผลิตภัณฑ์หรือบริการยูนิไลฟ์ซึ่งมีราคา ระดับ คุณภาพ ความสามารถ และปริมาณผลิตภัณฑ์ที่มีขาย ที่ไม่ถูกต้องและตรงตามความเป็นจริง นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะต้องไม่

5.3.1 กล่าวอ้างสรรพคุณในเรื่องผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์หรือจัดจำหน่ายโดยยูนิไลฟ์เกินจริง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากยูนิไลฟ์

5.3.2 ไม่ว่าโดยวิธีใด เสนอหรือแสดงราคา คุณภาพ มาตรฐาน ระดับ เนื้อหา ลักษณะหรือแบบ แหล่งกำเนิดผลิตภัณฑ์ปริมาณของผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ หรือจัดจำหน่ายโดยยูนิไลฟ์อย่างไม่ถูกต้อง

5.3.3 ระบุว่าผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์หรือจัดจำหน่ายโดยยูนิไลฟ์ได้รับการสนับสนุน ได้รับการรับรอง หรือสามารถให้ผลลัพธ์ หรือมีส่วนประกอบการใช้ให้ผลตอบแทนใด ๆ ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่มีหรือไม่สามารถทำได้ หรือ

5.3.4 การกระทำหรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ ผลิตภัณฑ์ที่จัดจำหน่ายโดยยูนิไลฟ์ ในลักษณะหลอกลวง หรือส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์อื่นโดยแอบอ้างว่าเป็นของยูนิไลฟ์

5.3.5 นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะต้องอธิบายวิธีใช้และคำเตือนตามที่ระบุไว้บนฉลากผลิตภัณฑ์ในขณะแสดงผลิตภัณฑ์นั้น ๆ นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องตระหนักถึงความสำคัญในการกล่าวอ้างคุณภาพผลิตภัณฑ์ รวมถึงการผลิตสื่อที่ให้ข้อมูลอย่างไม่ถูกต้องตามที่ได้ระบุไว้ข้างต้น เพื่อที่จะรักษาไว้ซึ่งโอกาสทางธุรกิจยูนิไลฟ์สำหรับนักธุรกิจยูนิไลฟ์และผู้มุ่งหวัง รวมถึงเพื่อรักษาไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีในสังคม และเป็นการแสดงออกถึงเคารพต่อกฎหมายของประเทศ เพื่อที่จะสร้างธุรกิจที่สามารถเติบโตอย่างเหมาะสมและอย่างสุจริตไปพร้อมๆ กัน บนพื้นฐานของการคุ้มครองผู้บริโภค

5.4 การบรรจุหีบห่อใหม่

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่บรรจุหีบห่อผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ภายใน หรือเปลี่ยนหรือดัดแปลงฉลากหีบห่อใดๆ ของผลิตภัณฑ์หรือบริการของยูนิไลฟ์

5.5 ใบเสร็จการขายเป็นลายลักษณ์อักษร

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ซึ่งรับคำสั่งซื้อ และ/หรือ  ส่งผลิตภัณฑ์ด้วยตนเองจะต้องมอบคำสั่งซื้อหรือใบเสร็จรับเงินเป็นลายลักษณ์อักษรและลงวันที่ให้แก่ลูกค้าทุกครั้งที่มีการขาย  โดยคำสั่งซื้อหรือใบเสร็จดังกล่าวจะต้องระบุ

ก) รายละเอียดผลิตภัณฑ์ที่ขาย

ข) ราคา

ค) ชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ขายผลิตภัณฑ์

ง) ชื่อลูกค้า

จ) วันที่ขายและวันส่งมอบผลิตภัณฑ์ และ

ฉ) สิทธิของลูกค้าในการบอกเลิกสัญญา (ระบุเป็นตัวอักษรทึบ)

5.6 การรับประกันการซื้อคืนและคำรับรอง

การรับประกันการซื้อคืนและคำรับรอง นอกเหนือจากสิทธิตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545 ลูกค้ามีสิทธิในการคืนผลิตภัณฑ์ที่ซื้อไปภายใต้การรับประกันการซื้อคืนถ้าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังอยู่ในสภาพที่สามารถนำไปขายต่อได้  และภายใต้คำรับรองถ้าผลิตภัณฑ์มีข้อบกพร่อง จากกระบวนการผลิต ภายในระยะเวลา 90 วันนับจากวันซื้อ เมื่อลูกค้าขอใช้สิทธิตามการรับประกันการซื้อคืนหรือตามคำรับรองภายในระยะเวลารับประกันดังกล่าว นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะต้องเสนอ(ก) คืนเงินเต็มจำนวน (ข) แลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกัน หรือ (ค) ให้เครดิตในการซื้อผลิตภัณฑ์อื่นแก่ลูกค้าโดยทันที

5.6.1 นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องแจ้งให้ยูนิไลฟ์ทราบถึงความไม่พอใจเกี่ยวกับการรับประกันการซื้อคืน /คำรับรอง ที่ได้รับจากลูกค้า และต้องนำส่งสำเนาการโต้ตอบและรายละเอียดการสนทนาทั้งหมดเกี่ยวกับความไม่พอใจตามที่ถูกร้องขอ

5.6.2 นักธุรกิจยูนิไลฟ์ไม่มีสิทธิทำคำเสนอ หรือประนีประนอมยอมความ หรือให้ยูนิไลฟ์รับผิดจากความไม่พอใจ หรือการคืนผลิตภัณฑ์

5.6.3 นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องรับผิดชอบอย่างเคร่งครัดสำหรับคำกล่าวอ้างซึ่งเกินขอบเขตเงื่อนไขของการรับประกันการซื้อคืน/คำรับรองและต้องรับผิดชดใช้และป้องกันไม่ให้ยูนิไลฟ์ต้องรับผิดจากข้อเรียกร้องที่กระทำเกินขอบเขตดังกล่าว

5.7 การปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ ข้อบังคับ และประมวลกฎหมาย

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายข้อบังคับและประมวลกฎหมายทั้งหมดที่มีผลใช้บังคับในการดำเนินธุรกิจยูนิไลฟ์ไม่ว่าจะประกอบธุรกิจที่ใดนักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่กระทำกิจกรรมใดอันอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ และ/หรือ ยูนิไลฟ์ เมื่อได้รับการร้องขอ นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ตามที่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ทราบมา ให้แก่ยูนิไลฟ์อย่างตรงไปตรงมา (แม้จะเกี่ยวข้องกับนักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่น) การติดต่อสื่อสารข้อมูลดังกล่าวกับยูนิไลฟ์  นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องปฏิบัติอย่างตรงไปตรงมาและโดยสุจริต

5.8 การปฏิบัติทางการค้าโดยหลอกลวงหรือขัดต่อกฎหมาย

ห้ามมิให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์กระทำการค้าโดย การหลอกลวงหรือขัดต่อกฎหมายต้องไม่ใช้วิธีการลวงล่อให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ไม่โอ้อวดสรรพคุณของผลิตภัณฑ์เกินความเป็นจริงรวมทั้งไม่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคในด้านราคา บริการ และสิทธิพิเศษอื่นใดที่ผู้บริโภคควรได้รับ

5.9 องค์กรหรือกิจกรรมทางธุรกิจที่ผิดกฎหมาย

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่ประกอบกิจการองค์กรธุรกิจที่ผิดกฎหมาย และต้องไม่มีส่วนหรือเข้าร่วมกิจกรรมทางธุรกิจที่ผิดกฎหมาย

5.10 ความเป็นมืออาชีพ

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องประพฤติตนอย่างสุภาพอ่อนน้อมและคำนึงถึงผู้อื่น และต้องไม่ใช้กลยุทธ์กดดันให้ซื้อผลิตภัณฑ์ แต่จะต้องนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการของยูนิไลฟ์  และ/หรือแผนธุรกิจยูนิไลฟ์อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

5.11 ความสัมพันธ์ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์

ห้ามมิให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์แสดงตนเป็นลูกจ้างของยูนิไลฟ์ หรือสาขาธุรกิจของยูนิไลฟ์ และ / หรือของนักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่น

5.12 แฟรนไชส์และการกำหนดเขตแดน

ห้ามมิให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์แสดงตนต่อบุคคลใดว่ามีแฟรนไชส์แบบผูกขาด (Exclusive Franchise)หรือมีการกำหนดเขตแดน (Territories Available) ในการขายผลิตภัณฑ์ภายใต้แผนธุรกิจยูนิไลฟ์

5.13 กิจกรรมการขายอื่นๆอันไม่ใช่กิจกรรมการขายที่เกี่ยวกับธุรกิจยูนิไลฟ์

5.13.1 นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องมีความมุ่งมั่นในการเป็นผู้ร่วมดำเนินธุรกิจกับบริษัท ต้องไม่ช่วงชิงหรือตักตวงหาผลประโยชน์จากความรู้

หรือความสัมพันธ์กับนักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่น รวมถึงความรู้จากหรือเกี่ยวกับสายการสปอนเซอร์ เพื่อส่งเสริมและขยายธุรกิจอื่น การกระทำดังกล่าวให้ถือเป็นการ

รบกวนสัญญาทางธุรกิจของนักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่นและเป็นการรบกวนยูนิไลฟ์อย่างไม่มีเหตุผลอันสมควร

5.13.2 นักธุรกิจยูนิไลฟ์ทุกคนต้องไม่ชักชวนนักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่น ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อขาย เสนอขาย หรือส่งเสริมผลิตภัณฑ์ บริการ

หรือโอกาสทางธุรกิจอื่น ที่ไม่ได้จัดให้มีหรือทำตลาดโดยยูนิไลฟ์ หลักเกณฑ์นี้ให้รวมถึงการลงทุนทุกชนิด การลงทุนในหลักทรัพย์ และการกู้ยืม ไม่ว่ามีที่มาจากที่ใด

5.13.3 นักธุรกิจยูนิไลฟ์ทุกคนต้องไม่ขาย เสนอขาย หรือส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจอื่น ผลิตภัณฑ์ หรือบริการ ที่เกี่ยวข้องกับแผนธุรกิจยูนิไลฟ์

 

5.14 การรบกวนสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ของบุคคลอื่น  –  การชักจูง ให้ถือว่าเป็นการละเมิดระเบียบปฏิบัติ หรือนโยบายธุรกิจของยูนิไลฟ์ ถ้านักธุรกิจยูนิไลฟ์กระทำการดังต่อไปนี้ 5.14.1 รบกวนหรือพยายามรบกวนสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ของบุคคลอื่น หรือ

5.14.2 ชักจูงหรือพยายามชักจูงนักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่นให้เปลี่ยนสายการสปอนเซอร์ เปลี่ยนหรือละทิ้งสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ หรือให้สปอนเซอร์หรือไม่ให้สปอนเซอร์ผู้มุ่งหวังคนใดคนหนึ่ง หรือ

5.14.3 ชักจูงหรือพยายามชักจูงนักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่นให้ปฏิเสธที่จะให้การฝึกอบรม การศึกษา การสร้างแรงบันดาลใจ หรือการสนับสนุนอื่น ๆ แก่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่เป็นดาวน์ไลน์ หรือ

5.14.4 ชักจูงหรือพยายามชักจูงนักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่นให้ละเมิดระเบียบปฏิบัติหรือนโยบายธุรกิจของยูนิไลฟ์

5.15 การส่งออกผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์

ห้ามมิให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ส่งออกหรือนำเข้าหรือขายให้ผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์จากประเทศหนึ่งที่ยูนิไลฟ์มีการดำเนินธุรกิจ

ไปยังประเทศอื่นไม่ว่ายูนิไลฟ์จะดำเนินธุรกิจในประเทศนั้นหรือไม่ก็ตาม

5.16 หลักเกณฑ์เรื่องความพยายามค้าปลีก

ยูนิไลฟ์จะจ่ายผลประโยชน์ตามแผนธุรกิจยูนิไลฟ์ สำหรับนักธุรกิจยูนิไลฟ์ผู้มีสิทธิและ/หรือคุณสมบัติตามแผนธุรกิจยูนิไลฟ์นั้น ต้องปรากฏว่าได้มีการบริโภคหรือขายให้แก่ลูกค้าภายในระยะเวลาที่กำหนดโดยยูนิไลฟ์สงวนสิทธิในการปฏิเสธคุณสมบัติ  เกียรติรางวัลและเงินรางวัลทั้งหมดในกรณีที่ยูนิไลฟ์เห็นว่ายอดขายของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ไม่มีลักษณะตามหลักเกณฑ์นี้

5.16.1 ยูนิไลฟ์ไม่มีนโยบายให้มีการเก็บสต๊อกผลิตภัณฑ์  หรือการกักตุนผลิตภัณฑ์นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่ซื้อหรือเสนอแนะนักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่นให้ซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อประโยชน์อื่นใด นอกเหนือจากเพื่อขายให้แก่ลูกค้า

5.16.2 ยูนิไลฟ์ไม่มีนโยบายให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ทำการด้วยประการใดเพื่อเป็นการชักชวนให้ผู้อื่นสมัคร หรือ ซื้อผลิตภัณฑ์จำนวนมากเพื่อหวังเอาประโยชน์ทางธุรกิจโดยที่บุคคลนั้น ๆ ไม่ได้มีความต้องการอันแท้จริงที่จะใช้ผลิตภัณฑ์

5.16.3 ยูนิไลฟ์ไม่มีนโยบายให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์กระทำการใดๆเพื่อเป็นการเอาเปรียบนักธุรกิจยูนิไลฟ์ท่านอื่นๆ ไม่ว่าจะกระทำด้วยตนเองหรือผ่านนักธุรกิจยูนิไลฟ์ดาวน์ไลน์ในสายของตนเองหรือผู้อื่นก็ตาม

5.17 ข้อความอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่พึงประสงค์

ห้ามมิให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ส่ง เผยแพร่ หรือติดต่อสื่อสารข้อความอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่พึงประสงค์ไม่ว่าในรูปแบบใดแก่บุคคลผู้ซึ่งนักธุรกิจยูนิไลฟ์นั้นไม่เคยมีความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือทางธุรกิจมาก่อน(รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ การเผยแพร่ข้อมูลยังกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้อง การส่งข้อความสั้นจำนวนมากผ่านทางการซื้อรายชื่อผู้รับจดหมาย เซฟลิสต์ (Safe List) หรือรายชื่อบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ซึ่งนักธุรกิจยูนิไลฟ์นั้นไม่มีความสัมพันธ์)

5.18  การระดมเงินทุน

ห้ามมิให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ใช้ผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์เพื่อระดมเงินทุน การระดมเงินทุนรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการชักชวนให้ซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการของยูนิไลฟ์โดยให้คำรับรองว่าผลประโยชน์ เงินรายได้ส่วนลด กำไร ทั้งหมดหรือบางส่วนจากการขายนั้นจะให้ผลประโยชน์แก่กลุ่มบุคคล องค์กร หรือเกิดผลอย่างใดอย่างหนึ่ง

5.19 การจัดโครงสร้างองค์กรนักธุรกิจยูนิไลฟ์

ห้ามมิให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์เปลี่ยนแปลงแผนธุรกิจหรือยอดขายของธุรกิจด้วยวิธีการใดๆ เพื่อให้มีผลต่อการได้รับผลตอบแทนหรือรางวัลและการประกาศเกียรติคุณซึ่งมิได้เป็นไปโดยสอดคล้องกับข้อกำหนดตามแผนธุรกิจยูนิไลฟ์โดยใช้กลยุทธ์ในการจัดโครงสร้างองค์กรนักธุรกิจยูนิไลฟ์ในลักษณะที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ เพื่อสร้างกลุ่มในเชิงลึกไม่ว่าจะมีความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้การสปอนเซอร์และผู้ได้รับการสปอนเซอร์หรือไม่ก็ตาม จะถือว่าเป็นการจัดโครงสร้างองค์กรนักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ไม่อาจยอมรับได้  โดยยูนิไลฟ์มีสิทธิ์เด็ดขาดในการตัดสินว่าสิ่งใดเป็นการจัดโครงสร้างองค์กรนักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ไม่ถูกต้อง

5.20 การปรับปรุงข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลธุรกิจให้ทันสมัย

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ทุกคนต้องแจ้งให้ยูนิไลฟ์ทราบถึงการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนตัว (เช่น ชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ ฯลฯ) หรือข้อมูลธุรกิจ (เช่น การเปลี่ยนสถานะทางธุรกิจ ฯลฯ)

5.21 ข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์

นอกเหนือตาม หมวดที่ 11. (การใช้ชื่อทางการค้า เครื่องหมายการค้า วัสดุอันเป็นลิขสิทธิ์ของยูนิไลฟ์) ของระเบียบปฏิบัตินี้เกี่ยวกับการใช้ชื่อทางการค้า เครื่องหมายการค้า วัสดุอันมีลิขสิทธิ์ของยูนิไลฟ์ ข้อมูลธุรกิจซึ่งเป็นความลับและเป็นกรรมสิทธิ์ของยูนิไลฟ์ยังรวมถึงตัวอย่างเช่น ข้อมูลสายการสปอนเซอร์(เช่น ข้อมูลที่รวบรวมโดยยูนิไลฟ์ซึ่งเปิดเผยหรือเกี่ยวข้องกับการจัดการทั้งหมดหรือบางส่วนของการสปอนเซอร์ในธุรกิจยูนิไลฟ์ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงรายชื่อนักธุรกิจ ยูนิไลฟ์ ผังการสปอนเซอร์ และข้อมูลทั้งหมดของนักธุรกิจยูนิไลฟ์หรือของยูนิไลฟ์ที่ได้รับมา ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบปัจจุบัน หรืออนาคต) ข้อมูลธุรกิจ การผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แผนธุรกิจ และยอดขายของ นักธุรกิจยูนิไลฟ์ รายรับและข้อมูลทางการเงินอื่น ฯลฯ อันถือเป็นข้อได้เปรียบทางการค้า เอกลักษณ์ทางการค้าและความลับทางการค้าและความลับทางธุรกิจอันเป็นกรรมสิทธิ์ของยูนิไลฟ์และซึ่งยูนิไลฟ์มีกรรมสิทธิ์และเก็บไว้เป็นความลับและรักษาเยี่ยงความลับทางการค้าและความลับทางธุรกิจและถือเป็น “ข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์” ภายใต้สัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์

5.21.1 ยูนิไลฟ์มีกรรมสิทธิ์เด็ดขาดในข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์ ซึ่งได้มา รวบรวม ปรับแต่ง และรักษาไว้โดยยูนิไลฟ์ นักธุรกิจยูนิไลฟ์รับทราบว่าข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์ทุกอย่างเป็นกรรมสิทธิ์ของยูนิไลฟ์ซึ่งยูนิไลฟ์ได้รับมาโดยการทุ่มเทเวลาและทรัพยากรจำนวนมาก

5.21.2 นักธุรกิจยูนิไลฟ์ได้รับสิทธิไม่เด็ดขาดแต่เป็นการเฉพาะตัวและไม่สามารถโอนต่อไปได้และอาจถูกยกเลิกได้โดยยูนิไลฟ์ในการใช้ข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์ตามที่จำเป็นเพื่อความสะดวกในการดำเนินธุรกิจยูนิไลฟ์ตามที่ได้กำหนดไว้ในระเบียบปฏิบัตินี้  รวมถึงตัวอย่างเช่น นโยบายการรักษาความลับ และเงื่อนไขและข้อกำหนดอื่น ๆ ของสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์ยูนิไลฟ์ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธหรือยกเลิกสิทธิดังกล่าวหากยูนิไลฟ์เห็นว่าเป็นการจำเป็นเพื่อรักษาความลับหรือคุณค่าของข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์ โดยยูนิไลฟ์จะบอกกล่าวล่วงหน้าตามสมควรแก่นักธุรกิจยูนิไลฟ์พร้อมทั้งระบุเหตุผลแห่งการปฏิเสธหรือการยกเลิก

5.21.3 นักธุรกิจยูนิไลฟ์ทุกคนต้องรักษาข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์ให้เป็นความลับอย่างเคร่งครัด และต้องดำเนินการตามสมควรและบังคับใช้มาตรการที่เหมาะสมในการปกป้องและป้องกันข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์ให้เป็นความลับ

5.21.4 นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่รวบรวม จัดการ เข้าถึง สร้างบัญชี ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากยูนิไลฟ์ นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่เปิดเผยข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์แก่บุคคลภายนอก หรือใช้ข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์ในธุรกิจอื่น

5.21.5 การใช้หรือการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์นอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาตโดยยูนิไลฟ์ ให้ถือเป็นการสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงอันไม่อาจแก้ไขเยียวยาไห้แก่ยูนิไลฟ์ และยูนิไลฟ์อาจเรียกร้องค่าเสียหายตามสมควร รวมถึงเรียกร้องให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์หยุดก่อความเสียหายรวมถึงเรียกร้องการเยียวยาอื่น ๆ ตามกฎหมาย

5.21.6 ในกรณีที่มีการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์โดยนักธุรกิจยูนิไลฟ์แก่บุคคลภายนอก ไม่ว่าโดยความสมัครใจหรือไม่ นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องแจ้งให้ยูนิไลฟ์ทราบถึงข้อเท็จจริงนั้นโดยทันที และบังคับใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อ

ก) ป้องกันบุคคลภายนอกเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเพิ่มเติม

ข) บังคับบุคคลภายนอกให้ลงนามในสัญญาว่าด้วยการรักษาความลับและการไม่เปิดเผยข้อมูล เพื่อประโยชน์ของยูนิไลฟ์โดยต้องกำหนดเงื่อนไข ไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ตามข้อ 5.22 นี้

5.21.7 นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องส่งข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์หรือสำเนาข้อมูลดังกล่าวทั้งหมดคืนให้ยูนิไลฟ์โดยทันทีที่มีการลาออก สถานภาพหมดอายุ

ต่ออายุไม่สำเร็จ ถูกปฏิเสธคำขอต่ออายุ หรือถูกบอกเลิกสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์ และต้องระงับใช้ข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์ต่อไป

5.21.8 หน้าที่ในการรักษาความลับตามที่กำหนดในข้อ 5.22 นี้ ให้มีผลบังคับใช้ตลอดอายุของสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์ และให้มีผลใช้บังคับต่อไป

หลังจากหมดอายุสัญญาดังกล่าว หรือมีการบอกเลิกสัญญาดังกล่าวไม่ว่าด้วยสาเหตุใด เช่นกัน

5.22 หลักเกณฑ์การนำเสนอ

เนื้อหาในการนำเสนอซึ่งรวมถึงหรือสนับสนุนการส่งเสริมการค้าปลีกของผลิตภัณฑ์และบริการภายใต้เครื่องหมายการค้ายูนิไลฟ์ หรือ แผนการขายและการตลาดของยูนิไลฟ์ต้องเป็นไปตามที่กำหนดไว้ดังต่อไปนี้

5.22.1 นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่

ก) แสดงรายได้เกินจริงโดยนำไปเกี่ยวเนื่องหรือนำไปรวมกับรายได้อื่น ๆ และแนะนำว่าเป็นผลจากการสร้างธุรกิจยูนิไลฟ์

ข) แทนที่หรือสับเปลี่ยนกลุ่มหรือองค์กรที่ไม่ใช่ยูนิไลฟ์ในธุรกิจยูนิไลฟ์ โดยธุรกิจยูนิไลฟ์จะต้องถูกแสดงออกอย่างชัดเจนตลอดเวลาและไม่กำกวมระหว่างการนำเสนอแก่ผู้เข้าร่วม

ค) กล่าวสนับสนุน บอกเป็นนัยหรือสร้างความรู้สึกว่าจะประสบความสำเร็จได้โดยการส่งเสริมการบริโภคส่วนบุคคลโดยไม่จำเป็นต้องขายหรือส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์หรือกล่าวอ้างสรรพคุณอย่างไม่เหมาะสม

ง) ส่งเสริมสายการสปอนเซอร์ สาขาหรือกลุ่มของบุคคลหนึ่งในลักษณะก่อให้เกิดหรืออาจก่อให้เกิดความไม่พอใจหรือความเสียหายแก่บุคคลอื่น

จ) แสดงข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์นั้นกับยูนิไลฟ์ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมและไม่ว่าโดยวิธีใด ตัวอย่างเช่นแนะนำหรือกล่าวเป็นนัยว่ายูนิไลฟ์เป็นเพียง “ผู้จัดหา” หรือ นักธุรกิจยูนิไลฟ์เป็นตัวแทนโอกาสทางธุรกิจซึ่งยูนิไลฟ์เป็น“ส่วนหนึ่ง” หรือนักธุรกิจยูนิไลฟ์เป็นบุคคลภายนอก (เอ้าท์ซอส) ผู้ถูกว่าจ้างสนับสนุนการบริหารงานให้แก่ยูนิไลฟ์ ฯลฯ

ฉ) ส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ธุรกิจยูนิไลฟ์ หรือชักชวนให้มีผู้เข้าร่วมประชุมเพื่อเสนอโอกาสทางธุรกิจอื่น ไม่ว่าในเวลาใด หรือ

ช) ใช้การประชุมเป็นลานปราศรัยในการส่งเสริมหรือสนับสนุนความเชื่อทางศาสนา ความเชื่อทางการเมือง

และ/หรือความเชื่อทางสังคมส่วนบุคคล

5.22.2 การแสดงออกส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ถือว่าไม่เหมาะสม

ก) ปัญหาทางสังคมและวัฒนธรรม

ข) ความชอบส่วนบุคคลเกี่ยวกับทัศนะคติทางการเมือง พรรค ผู้สมัคร หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับการเลือกตั้ง

5.23.3  การสนทนาจะต้องเกี่ยวกับจริยธรรมและทัศนคติที่ดี  ที่สามารถช่วยและส่งเสริมผลิตภัณฑ์และบริการและธุรกิจของนักธุรกิจยูนิไลฟ์

และยูนิไลฟ์เท่านั้น

5.23.4 การนำเสนอรายได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ต้องสะท้อนให้เห็นถึงรายได้ตามจริงซึ่งอาจได้รับจากการเข้าร่วมแผนธุรกิจยูนิไลฟ์

5.23  กิจกรรมนอกประเทศไทยหรือกิจกรรมนอกตลาดที่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ลงทะเบียน

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ซึ่งมีส่วนร่วมไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในกิจกรรมที่เกี่ยวกับส่วนร่วมไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในกิจกรรมที่เกี่ยวกับธุรกิจยูนิไลฟ์นอกเขตแดนต้องปฏิบัติตามลายลักษณ์อักษรและเจตนารมณ์ของกฎหมาย ข้อบังคับ และหลักเกณฑ์ นโยบาย ขั้นตอนที่ใช้บังคับของสาขาธุรกิจยูนิไลฟ์นอกเขตแดนนั้นโดยไม่คำนึงว่านักธุรกิจดังกล่าวได้จดทะบียนเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ในเขตแดนนั้นหรือไม่  ถ้าไม่ปฏิบัติตามให้ถือว่าเป็นการละเมิดสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์

จรรยาบรรณการดำเนินธุรกิจยูนิไลฟ์ ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์

จรรยาบรรณ คือ มาตรการดูแลควบคุมตนเองที่ยูนิไลฟ์บัญญัติขึ้นมาโดยมิใช่กฎหมาย แต่พันธกรณีของเอกสารนี้อาจเรียกร้องให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องปฏิบัติ ตนอย่างมีจริยธรรมในระดับหนึ่งซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายในปัจจุบันได้กำหนดไว้การไม่ปฏิบัติตามมิได้ก่อให้เกิดความรับผิดชอบใดๆ ในทางแพ่ง  พันธกรณีภายใต้ จรรยาบรรณจะสิ้นสุดลงเมื่อนักธุรกิจยูนิไลฟ์สิ้นสุดสมาชิกภาพอย่างไรก็ตาม บทบัญญัติของจรรยาบรรณจะมีผลบังคับใช้กับเหตุการณ์หรือการซื้อขายที่เกิดขึ้นใน ระหว่างที่นักธุรกิจยูนิไลฟ์นั้นๆ ยังเป็นสมาชิกของยูนิไลฟ์อยู่

6.1 จรรยาบรรณการดำเนินธุรกิจยูนิไลฟ์ ต่อผู้บริโภค

6.1.1 การปฏิบัติที่ต้องห้าม

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่ใช้วิธีการลวงล่อให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด ไม่โอ้อวดสรรพคุณของผลิตภัณฑ์เกินความเป็นจริงรวมทั้งไม่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภคในด้านราคา บริการ และสิทธิพิเศษอื่นใดที่ผู้บริโภคควรได้รับ

6.1.2 การแสดงตัว

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องแนะนำตัวและแสดงสถานภาพที่แท้จริงของตนให้ผู้บริโภคที่สนใจได้รับทราบ โดยที่ผู้บริโภคไม่ต้อง ร้องขอทั้งนี้นับตั้งแต่เริ่มทำการเสนอขาย และจะต้อง ระบุชื่อบริษัทที่ตนสังกัดอยู่ ผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอและ จุดประสงค์ของการเชิญชวน ในกรณีการขายแบบเป็นกลุ่มผู้ขายตรงจะต้องระบุจุดประสงค์ของการชุมนุมให้เจ้าภาพ  และผู้เข้าร่วมฟังได้รับทราบอย่างชัดเจนเพื่อแสดงถึงความจริงใจโดยไม่ปิดบังอำพรางหรือหลอกลวงแต่อย่างใด

6.1.3  การอธิบายและการสาธิต

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องอธิบายคุณลักษณะและคุณประโยชน์ตลอดจนสาธิตผลิตภัณฑ์อย่างครบถ้วนและถูกต้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของราคาผลิตภัณฑ์ วิธีการชำระเงิน ระยะเวลาการพิจารณาผลิตภัณฑ์และ/หรือสิทธิการคืนผลิตภัณฑ์ระยะเวลาการรับประกัน และการบริการหลังการขายและการส่งมอบผลิตภัณฑ์

6.1.4 การตอบคำถาม นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะตอบคำถามของผู้บริโภคทุกคำถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และข้อเสนอโดยถูกต้องตามความเป็นจริงและเป็นที่เข้าใจโดยทั่วกัน การกล่าวอ้างถึงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะให้เฉพาะข้อมูลที่ผ่านการรับรองจากบริษัทแล้วเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นวาจา หรือลายลักษณ์อักษรก็ตาม

6.1.5 ใบสั่งซื้อ

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะยื่นใบสั่งซื้อที่เป็นลายลักษณ์อักษรให้แก่ผู้บริโภค ณ เวลาที่ขายผลิตภัณฑ์ซึ่งจะระบุชื่อบริษัท และนักธุรกิจยูนิไลฟ์ชื่อที่ระบุจะเป็นชื่อเต็มที่อยู่ถาวร หมายเลขโทรศัพท์ของบริษัทหรือของนักธุรกิจยูนิไลฟ์รวมทั้งเงื่อนไขการขายที่ชัดเจนเข้าใจง่าย

6.1.6 การให้สัญญาด้วยวาจา

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะให้คำมั่นสัญญาด้วยวาจาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ตามที่ได้รับความเห็นชอบจากยูนิไลฟ์เท่านั้น

6.1.7 ระยะเวลาการพิจารณาผลิตภัณฑ์และการคืนผลิตภัณฑ์

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะตรวจสอบให้แน่ใจว่า ใบสั่งซื้อผลิตภัณฑ์แต่ละฉบับหรือเอกสารเผยแพร่ในการขาย เช่น แค็ตตาล็อกคู่มือแนะนำผลิตภัณฑ์ (Prospectus) เป็นต้น ระบุข้อความเรื่องระยะเวลาการพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่อนุญาตให้ผู้บริโภคถอนการสั่งซื้อภายในระยะเวลาที่กำหนดและขอรับเงินคืนตามมูลค่าราคาหรือผลิตภัณฑ์ที่ส่งคืน ทั้งนี้ไม่ว่ากฎหมายจะได้บัญญัติไว้แล้วหรือไม่ก็ตามหากมีการให้สิทธิผู้บริโภคคืนผลิตภัณฑ์ได้โดยไม่มีเงื่อนไข นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะระบุเอาไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอนึ่ง สิทธิในการพิจารณาผลิตภัณฑ์ของผู้บริโภคจะสิ้นสุด เมื่อผู้บริโภครับมอบผลิตภัณฑ์แล้ว ระยะเวลาการพิจารณาผลิตภัณฑ์ และการคืนผลิตภัณฑ์ดังกล่าวข้างต้นให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัตินี้ว่าด้วยการคืนผลิตภัณฑ์

6.1.8 การรับประกันและการบริการหลังการขาย

เงื่อนไขการรับประกันหรือการรับรองของผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ รายละเอียด และข้อจำกัดของการให้บริการหลังการขาย ชื่อ และที่อยู่ผู้รับประกันระยะเวลาการรับประกัน และมาตรการแก้ไขในส่วนของผู้ซื้อจะระบุไว้อย่างชัดเจนในใบสั่งซื้อ หรือในเอกสารอื่นๆที่ส่งมาด้วย หรือในเอกสารที่แนบมาพร้อมกับผลิตภัณฑ์(ผลิตภัณฑ์และบริการ)

6.1.9 เอกสารประกอบการขาย

เอกสารส่งเสริมการขาย โฆษณา หรือเอกสารที่จัดส่งทางไปรษณีย์ จะไม่มีข้อความบรรยายรายละเอียด คุณสมบัติ หรือภาพประกอบของผลิตภัณฑ์ที่ชี้นำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือมีลักษณะลวงล่อและจะระบุชื่อ และที่อยู่ หรือหมายเลขโทรศัพท์ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ไว้ด้วย

6.1.10 คำอวดอ้าง

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะไม่กล่าวคำอวดอ้างหรือคำยืนยันที่มิได้รับอนุญาตหรือไม่เป็นความจริงพ้นสมัย หรือไม่สามารถนำมาใช้ได้อีกต่อไปไม่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอ หรือนำมาใช้ในลักษณะที่ชี้นำให้ ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจผิดไม่พูดเกินจริงในเรื่องผลประโยชน์ ผลตอบแทนหรือประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ รวมทั้งต้องปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากหรือบรรจุภัณฑ์ ที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด

6.1.11  การเปรียบเทียบและการให้ร้าย

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะละเว้นไม่ใช้การเปรียบเทียบอันอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและขัดต่อหลักการว่าด้วยการแข่งขันที่ยุติธรรม  ประเด็นที่หยิบยกขึ้นมาเปรียบเทียบจะเลือกสรรมาอย่างยุติธรรมโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงที่สามารถพิสูจน์ได้  นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะไม่ให้ร้ายป้ายสีบริษัทใดธุรกิจใด หรือผลิตภัณฑ์ใดๆโดยไม่ยุติธรรม ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อมนักธุรกิจยูนิไลฟ์จะไม่นำชื่อหรือสัญลักษณ์การค้าของบริษัทใด ธุรกิจใดหรือผลิตภัณฑ์ใด ตลอดจนชื่อเสียงที่ผนวกมากับสิ่งเหล่านี้ไปหาผลประโยชน์โดยไม่ยุติธรรม

6.1.12  การเคารพสิทธิความเป็นส่วนตัว

การติดต่อโดยส่วนตัวหรือทางโทรศัพท์จะกระทำในลักษณะที่พอเหมาะพอดี อยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อมิให้เกิดการละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้อื่น นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะหยุดการสาธิตหรือการเสนอขาย เมื่อผู้บริโภคร้องขอ

6.1.13 ความยุติธรรม

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะไม่นำเอาความไว้วางใจที่ผู้บริโภคแต่ละคนมอบให้มาหาผลประโยชน์ ในทางมิชอบ จะให้ความเคารพต่อการขาดประสบการณ์ด้านธุรกิจของผู้บริโภคและจะไม่ฉวยโอกาสหาผลประโยชน์จากวัยความเจ็บป่วย การขาดความเข้าใจ หรือความรู้ ด้านภาษาของผู้บริโภค

6.1.14 การขายด้วยการขอรายชื่อแนะนำ

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะไม่โน้มน้าวให้ผู้บริโภคซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการโดยอ้างว่าผู้บริโภคจะได้รับส่วนลดบางส่วนหรือเต็มราคาหากสามารถชักชวนให้ผู้บริโภคที่สนใจคนอื่นๆสั่งซื้อผลิตภัณฑ์อย่างเดียวกันนั้นจากนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ซึ่งกรณีการลดราคาหรือจากคืนผลิตภัณฑ์ราคาดังกล่าวอาจเป็นเงื่อนไขที่ผูกโยงกับสถานการณ์ที่ไม่อาจทราบได้ในอนาคต

6.1.15 การส่งมอบผลิตภัณฑ์

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะส่งมอบผลิตภัณฑ์ตามใบสั่งซื้อของผู้บริโภคภายในระยะเวลาที่เหมาะสม

6.2  จรรยาบรรณการดำเนินธุรกิจยูนิไลฟ์ ระหว่างนักธุรกิจยูนิไลฟ์และระหว่างบริษัทเครือข่ายขายตรงอื่น

6.2.1 การปฏิบัติของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ตามระเบียบปฏิบัตินี้

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะกำหนดให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ในสังกัดปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัตินี้ของจรรยาบรรณหรือตามข้อบังคับ ที่สอดคล้องกับมาตรฐานของจรรยาบรรณโดยถือว่าสิ่งนี้เป็นเงื่อนไขของการเป็นสมาชิกในระบบการจัดจำหน่ายของบริษัทสมาชิกและนักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องมีความมุ่งมั่นในการเป็นผู้ร่วมดำเนินธุรกิจกับยูนิไลฟ์ ต้องไม่ช่วงชิงหรือตักตวงผลประโยชน์อันมิชอบหรือที่ไม่ควรได้จากความรู้หรือการติดต่อสัมพันธ์กับยูนิไลฟ์หรือนักธุรกิจยูนิไลฟ์นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องมีทัศนคติหรือความจงรักภักดีต่อการดำเนินธุรกิจร่วมกับยูนิไลฟ์ ต้องไม่กระทำการใดๆ ที่เป็นการให้ร้าย หรือกระทำการอันก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ยูนิไลฟ์ ทั้งด้านชื่อเสียง ภาพลักษณ์ขององค์กร ทั้งนี้ให้หมายความรวมถึงการให้ร้ายหรือผลแห่งการกระทำโดยตรงต่อนักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่นด้วย

6.2.2 เครื่องหมายการค้าของยูนิไลฟ์

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่ละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าของยูนิไลฟ์  ไม่ว่าจะกระทำการด้วยตนเองมอบหมาย หรือสมรู้ร่วมคิดยินยอมให้บุคคลอื่นกระทำการละเมิดให้ก็ตาม

6.2.3 การชักชวนบุคลากร หรือนักธุรกิจยูนิไลฟ์

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะไม่ชักชวนให้ผู้อื่นเข้าร่วมดำเนินธุรกิจโดยใช้วิธีชี้นำให้เกิดความเข้าใจผิดลวงล่อ หรือไม่ยุติธรรม และนักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่ชักชวนหรือกระทำการใด ๆ เพื่อเป็นในลักษณะการชักชวน โฆษณาชวนให้เชื่อหว่านล้อม โน้มน้าวให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ในสายการสปอนเซอร์อื่นเปลี่ยนสายมาอยู่กับสายของตน ไม่ว่าจะเป็นการกระทำการด้วยวาจาก็ดี ลายลักษณ์อักษรก็ดี มอบหมายให้ผู้อื่นกระทำการให้ก็ดี ให้ถือว่านักธุรกิจยูนิไลฟ์นั้นกระทำการผิดจรรยาบรรณด้วยเช่นกัน

6.2.4 ข้อมูลทางธุรกิจ

ข้อมูลเกี่ยวกับโอกาส และสิทธิและพันธกรณีที่นักธุรกิจยูนิไลฟ์จัดหาให้แก่ผู้สนใจที่จะเข้ามาเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ จะต้องสมบูรณ์ครบถ้วนและถูกต้อง นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะไม่นำเสนอข้อเท็จจริงใดๆ ให้แก่ผู้สนใจที่จะเข้ามาเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ โดยที่ข้อมูลเหล่านั้นไม่อาจยืนยันความถูกต้องได้หรือให้สัญญาใดๆ ที่ไม่สามารถปฏิบัติให้บังเกิดผลตามสัญญาได้นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะไม่นำเสนอผลประโยชน์จากธุรกิจยูนิไลฟ์ให้ผู้สนใจที่จะเข้ามาเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ได้รับทราบโดยใช้ข้อมูลที่เป็นเท็จหรือในลักษณะลวงล่อ

6.2.5 การอ้างตัวเลขรายได้

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะไม่กล่าวอ้างตัวเลขยอดขาย ที่ของตนทำได้หรือที่คาดว่าจะขายได้โดยผิดไปจากความจริงตัวเลขยอดขายหรือผลกำไรที่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ทำได้ต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ตรวจสอบได้

6.2.6 ความสัมพันธ์

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะยื่นข้อตกลงหรือคำแถลง ที่เป็นลายลักษณ์อักษรให้แก่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ในสังกัดเพื่อลงนามร่วมกับยูนิไลฟ์ โดยเอกสารนี้จะระบุลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างนักธุรกิจยูนิไลฟ์กับยูนิไลฟ์ในรายละเอียดที่สำคัญนักธุรกิจยูนิไลฟ์จะแจ้งให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ในสังกัดทราบถึงพันธกรณีต่างๆในทางกฎหมายรวมทั้งเรื่องการขอใบอนุญาตการจดทะเบียนและการชำระภาษี

6.2.7 ค่าธรรมเนียม

นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการสมัครเข้าเป็นสมาชิกค่าฝึกอบรมค่าธรรมเนียมสัมปทานสิทธิการขาย ค่าวัสดุอุปกรณ์ส่งเสริมการขายหรือค่าธรรมเนียมอื่นๆ อันเกี่ยวเนื่องกับสิทธิการเข้าร่วมทำธุรกิจ แต่เพียงอย่างเดียวจากนักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่นๆ ในอัตราที่สูงเกินสมควร

6.2.8 ผลิตภัณฑ์คงคลังต้องไม่กักตุนผลิตภัณฑ์ไว้เพื่อผลประโยชน์อื่นใด

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่กักตุนผลิตภัณฑ์ไว้เพื่อผลประโยชน์อื่นใดที่ควรได้รับตามรายการส่งเสริมการขายที่ยูนิไลฟ์ได้จัดขึ้น ตลอดจนห้ามมิให้ทำการด้วยประการใดเพื่อเป็นการชักชวนให้ผู้อื่นสมัคร หรือ ซื้อผลิตภัณฑ์จำนวนมากเพื่อหวังเอาประโยชน์ทางธุรกิจโดยที่บุคคลนั้น ๆไม่ได้มีความต้องการอันแท้จริงที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ อีกทั้งห้ามกระทำการใดๆเพื่อเป็นการเอาเปรียบนักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่นๆ ไม่ว่าจะกระทำด้วยตนเองหรือผ่านนักธุรกิจยูนิไลฟ์ดาวน์ไลน์ในสายของตนเองหรือผู้อื่น

6.2.9  การขายผลิตภัณฑ์ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องขายผลิตภัณฑ์ตามราคาที่บริษัทกำหนด หรือราคาพิเศษประจำรอบที่ยูนิไลฟ์กำหนดไว้ในข้างขวดผลิตภัณฑ์หรือขายในราคาสมาชิก ราคาตามแผนการส่งเสริมการขาย แผนการส่งเสริมการตลาดอย่างเคร่งครัด ห้ามมิให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ขายตัดราคาลดผลกำไรที่ควรได้รับอย่างเต็มที่ตลอดจนกระทำการใด ๆ เพื่อให้เกิดความสับสนหรือให้ได้รับประโยชน์อื่นที่มิควรได้

6.2.10 ไม่จำหน่าย ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์หรือบริการของยูนิไลฟ์

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่จำหน่าย ผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ หรือบริการของยูนิไฟล์ ทั้งนี้ให้หมายรวมถึงการที่นักธุรกิจยูนิไลฟ์กระทำการโฆษณาในสื่อใด ๆ เพื่อการประชาสัมพันธ์ให้ผู้อื่นรับรู้ เพื่อการขายผลิตภัณฑ์ หรือบริการคู่กับยูนิไลฟ์ตลอดจนรวมไปถึงนักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่แสวงหาผลประโยชน์จากความรู้ หรือการติดต่อสัมพันธ์กับนักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่น เพื่อการจำหน่ายหรือเป็นแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์อื่นที่มิใช่ผลิตภัณฑ์ของยูนิไลฟ์

6.2.11 การไม่ก่อหรือกระทำการใด ๆ ที่เป็นการรบกวนนักธุรกิจยูนิไลฟ์ท่านอื่น

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่กระทำการใด ๆ ที่เป็นการรบกวนนักธุรกิจยูนิไลฟ์หรือบุคคลอื่นในเรื่องการนัดหมายเพื่อเข้าพบหรือการเข้าพบเพื่อดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในอันที่จะก่อหรือก่อให้เกิดความไม่พึงพอใจของนักธุรกิจยูนิไลฟ์หรือบุคคลอื่นได้

6.2.12 การให้ความช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ คำปรึกษาความรู้และการฝึกอบรม

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องให้ความช่วยเหลือ ให้คำแนะนำ คำปรึกษาแก่นักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่นหรือดาวน์ไลน์ ไม่ทอดทิ้งนักธุรกิจยูนิไลฟ์หรือดาวน์ไลน์ในเครือข่ายของตนเอง ต้องหมั่นแวะเยี่ยมนักธุรกิจยูนิไลฟ์หรือดาวน์ไลน์เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนนักธุรกิจยูนิไลฟ์จะต้องให้ความรู้และการฝึกอบรมอย่างพอเพียงเพื่อให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ในสายการสปอนเซอร์ตนเอง สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมี จริยธรรมซึ่งอาจจะเป็นในรูปของการฝึกอบรม เอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษร คู่มือแนะนำ หรือ โสตทัศนูปกรณ์ต่างๆ

ความรับผิดชอบและหน้าที่ของผู้สปอนเซอร์ (หรือผู้แนะนำ)

หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้สปอนเซอร์ นักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ทำกิจกรรมสปอนเซอร์หรือให้สปอนเซอร์แก่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้อง

7.1 จำหน่ายชุดคู่มือนักธุรกิจยูนิไลฟ์ซึ่งไม่ได้ถูกดัดแปลงให้แก่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ได้รับการสปอนเซอร์

7.2 ปฏิบัติตามสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์และต้องมีคุณสมบัติครบทุกประการตามที่ได้กำหนดไว้ในสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์ รวมถึงนโยบายธุรกิจของยูนิไลฟ์

7.3 ฝึกอบรมและสร้างแรงบันดาลใจแก่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ได้รับการสปอนเซอร์ตามที่ได้กำหนดไว้ในนโยบายธุรกิจของยูนิไลฟ์

หรือร่วมมือกับนักธุรกิจระดับหัวหน้ากลุ่ม GL ขึ้นไปและอัพไลน์เพื่อทำให้เกิดการฝึกอบรมและการสร้างแรงบันดาลใจ

7.4 ทำให้แน่ใจว่าบรรดานักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ได้รับการสปอนเซอร์ส่วนตัวจากพวกเขาและดาวน์ไลน์ของผู้ได้รับสปอนเซอร์จนถึงนักธุรกิจระดับเหรียญลำดับต่อไป จะปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติของยูนิไลฟ์และเงื่อนไขของสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์ รวมถึงนโยบายธุรกิจของยูนิไลฟ์และกฎหมายและข้อบังคับที่ใช้บังคับอย่างครบถ้วน

7.5 สนับสนุนให้บรรดานักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ได้รับการสปอนเซอร์ส่วนตัวจากพวกเขาและดาวน์ไลน์ของผู้ได้รับสปอนเซอร์จนถึงนักธุรกิจระดับเหรียญลำดับต่อไป เข้าร่วมการประชุมและการสัมมนาซึ่งจัดขึ้นอย่างเป็นทางการโดยยูนิไลฟ์

7.6 อธิบายถึงความรับผิดชอบและหน้าที่ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ภายใต้สัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์ รวมถึงนโยบายธุรกิจของยูนิไลฟ์และชี้แนะนักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ได้รับ สปอนเซอร์ถึงวิธีดำเนินธุรกิจยูนิไลฟ์ตามนโยบายธุรกิจของยูนิไลฟ์ คู่มือการดำเนินธุรกิจยูนิไลฟ์ และเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างเป็นทางการอื่น ๆของยูนิไลฟ์

7.7 ส่งเสริมและปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติและให้ความรู้และทำให้แน่ใจว่าบรรดานักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ได้รับการสปอนเซอร์ส่วนตัวจากพวกเขาและดาวน์ไลน์ของ ผู้ได้รับสปอนเซอร์จนถึงนักธุรกิจระดับเหรียญลำดับต่อไปจะกระทำอย่างเดียวกัน

7.8 ปกป้องสิทธิในการสปอนเซอร์ของบรรดานักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ได้รับการสปอนเซอร์ส่วนตัวจากพวกเขาและดาวน์ไลน์ของผู้ได้รับสปอนเซอร์จนถึงนักธุรกิจ ระดับเหรียญลำดับต่อไป

การดำรงรักษาสายการสปอนเซอร์

8.1 การปกป้องสายการสปอนเซอร์

การโอนสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์จะต้องได้รับอนุมัติล่วงหน้าจากยูนิไลฟ์ โดยยูนิไลฟ์สงวนสิทธิ์เด็ดขาดในการพิจารณาอนุมัติ

    8.1.1 การโอนสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ ได้รับการสปอนเซอร์ส่วนตัวและดาวน์ไลน์ของผู้ที่ได้รับการสปอนเซอร์ด้วยหรือไม่ก็ตาม

ให้ถือเป็นการโอนการสปอนเซอร์ของสถานภาพนักธุรกิจยูนิไลฟ์นั้นไปยังผู้รับโอนด้วย

    8.1.2 ห้ามมิให้มีการโอนสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์เพื่อปรับโครงสร้างสายการสปอนเซอร์ทางกลยุทธ์หรือเพื่อปรับโครงสร้างเทียม

8.2  การโอนสถานภาพรายบุคคล

การโอนสถานภาพรายบุคคลเป็นการโอนธุรกิจยูนิไลฟ์ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่มีรายได้ระดับเหรียญทองแดงขึ้นไปเพื่อโอนสิทธิให้กับทายาทหรือบุคคลที่ระบุ (ผู้รับมรดก) ตามข้อ 8.1 (การปกป้องสายการสปอนเซอร์)

8.3  การโอนสถานภาพเป็นกลุ่ม

ยูนิไลฟ์ไม่มีนโยบายที่จะให้มีการโอนสถานภาพเป็นกลุ่มได้

8.4  หยุดกิจกรรมเป็นเวลา 6 เดือน (กรณีตำแหน่งตั้งแต่ระดับสมาชิกใหม่ ถึง นักธุรกิจระดับหัวหน้ากลุ่ม GL)

และหยุดกิจกรรมเป็นเวลา 1 ปี (กรณี ตำแหน่งตั้งแต่ นักธุรกิจระดับเหรียญทองแดง ขึ้นไป)ให้ถือว่านักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ประสงค์บอกเลิกสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ (โดยการลาออก หรือขาดการรักษา) ภายใต้ผู้สปอนเซอร์คนปัจจุบันของตน และได้หยุดกิจกรรมเป็นระยะเวลาตามที่กำหนด( 6 เดือนหรือ 1 ปีแล้วแต่กรณีตามระดับตำแหน่ง) หรือต่อเนื่องกว่านั้นจะถือว่าขาดจากการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ได้รับอนุญาตนักธุรกิจยูนิไลฟ์นั้นอาจจะสมัครเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ใหม่ภายใต้ผู้สปอนเซอร์ใหม่ได้ภายหลังจากพ้นระยะเวลาหยุดกิจกรรมดังกล่าวแล้ว  และให้ถือว่าวันที่ยูนิไลฟ์ได้รับหนังสือลาออกนับระยะเวลาหยุดกิจกรรมในกรณีการขาดการรักษาสถานภาพ ให้ถือเป็นการสิ้นสุดสถานภาพ ซึ่งในกรณีนี้ ให้การนับระยะเวลาหยุดกิจกรรมดังกล่าวเริ่มต้นนับในเดือนถัดจากเดือนที่หมดสถานภาพ

  8.4.1  ความหมายของ “หยุดกิจกรรม”ตามระเบียบนี้ หมายถึง ระหว่างระยะเวลาหยุดกิจกรรม นักธุรกิจยูนิไลฟ์จะต้องหยุดกิจกรรมโดยสิ้นเชิงซึ่งหมายความว่านักธุรกิจนั้น

  ●  ต้องไม่ซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการของยูนิไลฟ์ในฐานะนักธุรกิจยูนิไลฟ์

  ●  ต้องไม่ขายผลิตภัณฑ์หรือบริการของยูนิไลฟ์ใด ๆ เว้นแต่ตามนโยบายการซื้อคืน และต้องไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายผลิตภัณฑ์ไม่ว่าในขั้นตอนใด(เช่น รับคำสั่งซื้อ การส่งผลิตภัณฑ์ หรือรับชำระเงิน)

  ●  ต้องไม่เสนอแผนธุรกิจยูนิไลฟ์แก่ผู้มุ่งหวัง

  ●  ต้องไม่เข้าร่วมการประชุมเพื่อการรับสมาชิก การฝึกอบรม หรือการเสริมสร้างกำลังใจที่จัดขึ้นโดยนักธุรกิจยูนิไลฟ์ หรือการประชุมใด ๆ ที่ยูนิไลฟ์เป็นผู้สปอนเซอร์

  ●  เพื่อประโยชน์ในระเบียบนี้ ให้ถือว่าสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ไม่เป็นการทำกิจกรรมและดังนั้น ไม่กระทบกระเทือนถึงการนับระยะเวลาหยุดกิจกรรม 6 เดือนหรือ 1 ปี แล้วแต่กรณีตามระดับตำแหน่ง ตราบเท่าที่อดีตนักธุรกิจยูนิไลฟ์ยังคงหยุดกิจกรรม

  ●  ระหว่างระยะเวลาหยุดกิจกรรมอดีตนักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่เข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นภายใต้การควบคุมของนักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่น ในนามของพ่อแม่พี่น้อง หรือบุคคลอื่นมิฉะนั้นจะถือว่า “มีการทำกิจกรรม” ตามระเบียบนี้

  ●  ในกรณีที่สามีหรือภรรยา (ตามนิตินัยหรือพฤตินัย) เป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ทั้งสองฝ่ายจะต้องทำตามเงื่อนไขการหยุดกิจกรรมเป็นเวลา 6 เดือนหรือ 1 ปีแล้วแต่กรณีตามระดับตำแหน่ง จึงสามารถได้รับการสปอนเซอร์ในฐานะนักธุรกิจยูนิไลฟ์

  8.4.2  การหยุดทำกิจกรรม  นักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่เปลี่ยนสายการสปอนเซอร์หรืออยู่ในช่วงการหยุดกิจกรรมเป็นเวลา 6 เดือนหรือ 1 ปี แล้วแต่กรณีตามระดับตำแหน่ง หรือมากกว่านั้น และยื่นขอสปอนเซอร์ในสายการสปอนเซอร์อื่นตามบทบัญญัติของระเบียบนี้ ไม่อาจถูกสปอนเซอร์จากผู้ที่เคยอยู่ในสายการสปอนเซอร์เดิมตลอดสายฯขึ้นไปจนถึงและรวมทั้งนักธุรกิจยูนิไลฟ์ระดับเหรียญที่มีคุณสมบัติคนแรกในสายหรือระดับสูงกว่านั้น หรือจากผู้ที่เคยอยู่ลำดับล่างลงไปในกลุ่มธุรกิจส่วนตัวเดิมของผู้สมัครจนถึงและรวมถึงนักธุรกิจยูนิไลฟ์ระดับเหรียญที่มีคุณสมบัติคนแรกในสายหรือระดับสูงกว่านั้น

  8.4.3 นักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่เปลี่ยนสายการสปอนเซอร์หรืออยู่ในช่วงการหยุดกิจกรรมเป็นเวลา 6 เดือนหรือ 1 ปี แล้วแต่กรณีตามระดับตำแหน่งหรือมากกว่านั้น และได้รับสปอนเซอร์ในสายการสปอนเซอร์อื่นตามบัญญัติของระเบียบนี้ไม่อาจทำการสปอนเซอร์ผู้ที่เคยอยู่ในสายการสปอนเซอร์เดิมตลอดสายการสปอนเซอร์ขึ้นไป จนถึงและรวมนักธุรกิจยูนิไลฟ์ระดับเหรียญที่มีคุณสมบัติคนแรกในสายหรือระดับสูงกว่านั้น หรือจากผู้ที่เคยอยู่ลำดับล่างลงไปในกลุ่มธุรกิจส่วนตัวเดิมของเขา จนถึงและรวมนักธุรกิจยูนิไลฟ์ระดับเหรียญที่มีคุณสมบัติคนแรกในสายหรือระดับสูงกว่านั้น

8.5 หลักเกณฑ์เรื่องธุรกิจยูนิไลฟ์เพียงหนึ่งเดียว

นักธุรกิจยูนิไลฟ์รายเดียวอาจเป็นเจ้าของ หรือมีส่วนได้เสีย หรือเป็นคู่สัญญาหรือระบุชื่อแต่งตั้งให้มีสถานภาพนักธุรกิจได้เพียงสถานภาพเดียวเท่านั้นเว้นแต่จะเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อ 8.5.1 – 8.5.4 นักธุรกิจยูนิไลฟ์รายเดียวอาจมีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของสถานภาพการเป็นนักธุรกิจมากกว่าหนึ่งสถานภาพได้เฉพาะในสถานการณ์ดังต่อไปนี้เท่านั้น

  8.5.1   เมื่อนักธุรกิจยูนิไลฟ์สองคนได้สมรสกันตามกฎหมายหรือตามข้อเท็จจริง โดยมีคนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคนมีระดับเหรียญทองหรือระดับสูงกว่านั้นก่อนการสมรสตามระเบียบข้อ 4.2.2 ( ข้อ 4.2 นักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่เป็นสามีภรรยา )

  8.5.2 เมื่อนักธุรกิจยูนิไลฟ์ (ผู้โอน) เพื่อความสะดวกในการโอนสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ของเขาในกรณีเสียชีวิตทำคำขอโอนสิทธิในสถานภาพให้แก่นักธุรกิจยูนิไลฟ์อีกคนหนึ่งตามระเบียบปฏิบัตินี้ หมวดที่ 15 (การเสียชีวิตและการรับมรดก)

  8.5.3 เมื่อนักธุรกิจยูนิไลฟ์รับมรดกธุรกิจยูนิไลฟ์ตามระเบียบปฏิบัตินี้ หมวดที่ 15 (การเสียชีวิตและการรับมรดก)

  8.5.4 ในกรณีที่นักธุรกิจยูนิไลฟ์เป็นเจ้าของหรือมีส่วนได้เสียในความเป็นเจ้าของในธุรกิจยูนิไลฟ์มากกว่าสองธุรกิจตามระเบียบนี้ ยูนิไลฟ์จะถือว่าแต่ละสถานภาพมีสถานภาพแยกต่างหากจากกันในทุก ๆ เรื่องรวมถึงเกียรติรางวัลและเงินรางวัล

8.6 การควบรวมธุรกิจยูนิไลฟ์

ไม่อนุญาตให้มีการควบรวมธุรกิจยูนิไลฟ์สองธุรกิจหรือมากกว่านั้นซึ่งจะก่อให้เกิดผลประโยชน์เพิ่มขึ้นหรือความสำเร็จในระดับที่สูงขึ้น

  8.6.1  เฉพาะการควบรวมที่เกิดจากการรักษาไม่สำเร็จ การบอกเลิก การลาออก เสียชีวิต (ซึ่งไม่ได้กำหนดทายาทผู้รับมรดก) หรือสถานการณ์ที่เกิดโดยไม่สมัครใจหรือไม่สามารถควบคุมได้เท่านั้นที่จะกระทำได้ แต่อย่างไรก็ตาม ธุรกิจที่ควบรวมจะต้องมีสายการสปอนเซอร์ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้น้อยกว่าสองสายการสปอนเซอร์ห้ามมิให้การควบรวมจนกว่ายูนิไลฟ์จะได้ตรวจสอบและอนุมัติแล้ว

  8.6.2  ยูนิไลฟ์จะไม่อนุมัติการควบรวมซึ่งมีผลให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ได้มาซึ่งเกียรติรางวัลที่สูงกว่าเดิม

8.7 การหย่าร้าง การแยกออก หรือการเลิกกิจการ

เมื่อธุรกิจได้รับคำสั่งให้แยกออกหรือแบ่งออกจากการหย่าร้าง การเลิกกิจการของบริษัทหรือหุ้นส่วน(เท่าที่ใช้ได้) การแยกออก หรือการแบ่งออกจะต้องดำเนินการโดยไม่กระทบผลประโยชน์ และ/หรือรายได้ของธุรกิจยูนิไลฟ์ในสายการสปอนเซอร์นั้นอย่างรุนแรงระหว่างการดำเนินการแบ่งออกหรือแยกออก ห้ามมิให้ฝ่ายใดบริหารหรือดำเนินธุรกิจยูนิไลฟ์อื่นๆร่วมกันหรือแยกกันก่อนได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรโดยยูนิไลฟ์

  8.7.1  การหย่าร้าง เมื่อมีการหย่าร้างและมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นคู่สัญญาของสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์ยูนิไลฟ์จะถือว่าคู่สัญญาดังกล่าวยังเป็นคู่สัญญาของ สัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์ต่อไปและจะจ่ายส่วนลดและมอบเกียรติรางวัลและเงินรางวัลแก่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ฝ่ายที่เป็นคู่สัญญาเท่านั้นยูนิไลฟ์ยังคงถือว่าธุรกิจยูนิไลฟ์เป็นหน่วยธุรกิจเดียวและเพื่อประโยชน์ในสัญญาดังกล่าวบุคคลผู้ซึ่งเคยเป็นคู่สมรสยังคงต้องผูกพันตนตามระเบียบข้อ 4.2 (นักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่เป็นสามีภรรยา ) ข้อ 4.13 (การเชิญเข้าร่วมสัมมนาจำกัดอยู่เพียงสามีภรรยาเท่านั้น) และข้อ 5.14 (กิจกรรมการขายอื่นๆ อันไม่ใช่กิจกรรมการขายที่เกี่ยวกับธุรกิจยูนิไลฟ์)ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับคู่สมรสอยู่ต่อไป การจัดการใด ๆ ระหว่างคู่สมรสเกี่ยวกับรายได้จากธุรกิจยูนิไลฟ์ของคู่สมรสนั้นจะต้องดำเนินการโดยคู่สมรสซึ่งหย่าร้างนั้นเองห้ามมิให้มีการจัดการเกี่ยวกับการแบ่งรายได้หรือเกียรติรางวัลระหว่างคู่สมรสโดยปราศจากความยินยอมโดยชัดแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากยูนิไลฟ์

  8.7.2 การเลิกกิจการของนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจยูนิไลฟ์ หากสัญญาโดยชัดแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรจากยูนิไลฟ์ไม่ได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่น ก่อนการ เลิกกิจการของนิติบุคคลซึ่งเป็นคู่สัญญาในสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์ สัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์อาจโอนไปยังตัวแทนผู้มีอำนาจซึ่งได้เคยลงนามในสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์ แทนนิติบุคคลดังกล่าวได้ หากไม่มีการโอนสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์แก่ตัวแทนผู้มีอำนาจ ให้ถือว่าเป็นการละทิ้งธุรกิจยูนิไลฟ์ตามระเบียบปฏิบัตินี้ หมวดที่ 18. (การจัดการ สถานภาพที่ถูกเพิกถอนสถานภาพหรือขาดการรักษา)

8.8 การจัดการสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์

ถ้านักธุรกิจยูนิไลฟ์บอกเลิกสถานภาพการเป็นนักธุรกิจ ยูนิไลฟ์แก่ยูนิไลฟ์ หรือไม่ต่ออายุสถานภาพภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือเสียชีวิตโดยไม่มีทายาทเต็มใจเข้ารับช่วงดูแลสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ต่อไป ยูนิไลฟ์มีสิทธิเด็ดขาดในการตัดสินอนาคตของสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์นั้นตามระเบียบปฏิบัตินี้หมวดที่ 18 (การจัดการสถานภาพที่ถูกเพิกถอนสถานภาพหรือขาดการรักษา)

8.9 การไม่แข่งขัน/การไม่ชักจูง

ก)  การไม่แข่งขันในช่วงระหว่างที่สถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ยังดำรงอยู่และภายในระยะเวลา 6 เดือนหรือ 1 ปี แล้วแต่กรณีตามระดับตำแหน่งหลังบอกเลิกสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์แก่ยูนิไลฟ์ นักธุรกิจยูนิไลฟ์ผู้ซึ่งเป็นหรือมีคุณสมบัติในระดับหัวหน้ากลุ่มGL หรือระดับสูงกว่านั้นต้องไม่เกี่ยวข้องหรือประกอบธุรกิจหรือบริการ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมซึ่งอาจเป็นการแข่งขันหรือมีลักษณะเหมือนกับธุรกิจยูนิไลฟ์ ไม่ว่าในนามตนเองหรือเพื่อบุคคลอื่นในประเทศไทย ใช้หรือหาประโยชน์ในข้อมูลอันเป็นความลับของยูนิไลฟ์ ของลูกค้าหรือผู้จัดจำหน่ายของยูนิไลฟ์ข้อมูลอันเป็นความลับรวมถึงข้อมูลที่มีกรรมสิทธิ์ตามระเบียบปฏิบัตินี้ 5.22 (ข้อมูลที่เป็นกรรมสิทธิ์) แต่ไม่จำกัดเพียง ข้อมูลสายการสปอนเซอร์ของยูนิไลฟ์ แผนธุรกิจยูนิไลฟ์ กลยุทธ์ทางการตลาด เทคโนโลยี ความรู้และทักษะรายชื่อและช่องทางติดต่อลูกค้า รายชื่อและช่องทางติดต่อผู้จัดจำหน่าย แฟ้มเอกสารของลูกค้า ค่าใช้จ่ายในการผลิตและการตลาด ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ราคา ราคาที่เสนอขาย ความต้องการเฉพาะด้านและเงื่อนไขของลูกค้าและผู้จัดหา สถานะของการเจรจาที่อยู่ระหว่างดำเนินการกับลูกค้า ใบราคาและข้อมูลอื่น ๆ ซึ่งมีลักษณะเป็นความลับโดยธรรมชาติ

ข)  การไม่ชักจูงตลอดระยะเวลาที่มีฐานะเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์และภายในระยะเวลา 24 เดือนหลังบอกเลิกสถานภาพการเป็น นักธุรกิจยูนิไลฟ์แก่ยูนิไลฟ์นักธุรกิจยูนิไลฟ์ ไม่ว่าในนามตนเองหรือเพื่อบุคคลอื่นในประเทศไทยจะต้องไม่ชักจูง จูงใจ พยายามชักจูง พยายามจูงใจ หรือล่อลวงให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ละทิ้งยูนิไลฟ์ นอกจากนั้น นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่ใช้หรือหาประโยชน์ในข้อมูลอันเป็นความลับและที่เป็นกรรมสิทธิ์ของยูนิไลฟ์ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลสายการสปอนเซอร์ของยูนิไลฟ์ แผนธุรกิจยูนิไลฟ์ กลยุทธ์ทางการตลาด เทคโนโลยี ความรู้และทักษะ รายชื่อและช่องทางติดต่อลูกค้ารายชื่อและช่องทางติดต่อผู้จัดจำหน่าย แฟ้มเอกสารของลูกค้า ค่าใช้จ่ายในการผลิตและการตลาด ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ราคา ราคาที่เสนอขายความต้องการเฉพาะด้านและเงื่อนไขของลูกค้าและผู้จัดหา  สถานะของการเจรจาที่อยู่ระหว่างดำเนินการกับลูกค้า ใบราคา และข้อมูลอื่น ๆ ซึ่งมีลักษณะเป็นความลับโดยธรรมชาติ

อุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจที่ผลิตหรือจัดทำขึ้นเพื่อใช้ดำเนินธุรกิจยูนิไลฟ์

ถึงแม้ว่ายูนิไลฟ์จะไม่บังคับให้บุคคลใดซื้ออุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจ  นักธุรกิจยูนิไลฟ์อาจเห็นว่าอุปกรณ์ดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการสร้างธุรกิจที่มีผลกำไร หรือทำให้ประสบความสำเร็จได้ อุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจถือเป็นเพียงตัวเลือกและนักธุรกิจยูนิไลฟ์ซึ่งเลือกที่จะส่งเสริม ใช้ ขาย หรือจัดจำหน่ายอุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจ จะต้องเน้นย้ำในขณะขายว่าการซื้ออุปกรณ์ส่งเสริมขึ้นอยู่กับความสมัครใจเท่านั้น อุปกรณ์ส่งเสริมทุกประเภทที่ใช้ในการสร้างธุรกิจยูนิไลฟ์หรือขายผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ จะต้องเป็นไปตามระเบียบปฏิบัติ นโยบายเกี่ยวกับอุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจ และนโยบายธุรกิจของ ยูนิไลฟ์โดยต้องไม่ขายอุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจให้แก่ผู้ซื้อซึ่งไม่ใช่นักธุรกิจ ยูนิไลฟ์และต้องไม่สร้างเงื่อนไขให้ซื้ออุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจเพื่อจะเข้าเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ยูนิไลฟ์ไม่เคยรับรองอุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจใด ๆ ยูนิไลฟ์มีสิทธิเด็ดขาดในการ ตรวจสอบอุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจทุกประเภทและตัดสินว่าเหมาะสมในการใช้ในตลาดหรือไม่ โดยในการตรวจสอบ ยูนิไลฟ์จะพิจารณาเป็นการเฉพาะว่าอุปกรณ์ส่งเสริม ธุรกิจมีลักษณะตามที่กำหนดไว้ในระเบียบปฏิบัติ มาตรฐานการตรวจสอบ หลักปฏิบัติทางธุรกิจ และนโยบายยูนิไลฟ์ รวมถึงขั้นตอนการควบคุมคุณภาพ (“คิวซี”) หรือไม่ โดยนักธุรกิจยูนิไลฟ์มีความรับผิดชอบในการปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับเนื้อหา การผลิต การจัดจำหน่าย และการขายหรือใช้อุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจ เพื่อความชัดเจน ในเรื่องระเบียบปฏิบัติ กรุณาดูนโยบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับอุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจ

9.1  นักธุรกิจยูนิไลฟ์เท่านั้น

  ●  นักธุรกิจยูนิไลฟ์สามารถผลิตอุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจซึ่งมีเนื้อหาทั่วไปเกี่ยวกับวิธีการทั่วไปได้ อย่างไรก็ตาม จะต้องระบุว่า “สำหรับนักธุรกิจยูนิไลฟ์เท่านั้น – ห้ามใช้กับผู้มุ่งหวัง”

  ●  นักธุรกิจยูนิไลฟ์ซึ่งใช้ ขาย หรือจัดจำหน่ายอุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจ รวมถึงบัตรเข้าร่วมการสัมมนาและกิจกรรม ต้องไม่แนะนำหรือกล่าวเป็นนัยว่าการใช้อุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจจะช่วยให้ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน อุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจทุกประเภทจะต้องมีเนื้อหาหรือใจความ และมีรูปแบบและการจัดวางดังที่ระบุโดยยูนิไลฟ์ดังต่อไปนี้ “ไม่รับประกันว่าเทคนิคและวิธีปฏิบัติเหล่านี้จะได้ผลสำหรับท่านพวกเราหวังว่าแนวคิดที่ได้นำเสนอจะช่วยพัฒนาธุรกิจของท่านให้แข็งแรงและมีผลกำไร อุปกรณ์เหล่านี้มิได้ถูกเผยแพร่โดยยูนิไลฟ์” เนื้อหาหรือใจความข้างต้นจะต้องปรากฏในการ สัมมนาและบัตรเข้าร่วมงานทั้งหมด

9.2  การตรวจสอบ

ยูนิไลฟ์สงวนสิทธิในการตรวจสอบและอนุญาตอุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจ ภายหลังการตรวจสอบ ยูนิไลฟ์อาจสั่งปรับปรุงอุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจหรือให้ดำเนินการใด ๆ ตามความเหมาะสม

 

การนำเสนอแผนธุรกิจยูนิไลฟ์

10.1 นักธุรกิจ

ต้องไม่สร้างความเข้าใจผิดเมื่อได้เชิญผู้มุ่งหวังเข้าฟังการนำเสนอแผนธุรกิจยูนิไลฟ์ นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่กระทำการดังต่อไปนี้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

  10.1.1 สร้างความเข้าใจว่าแผนธุรกิจยูนิไลฟ์เกี่ยวข้องกับโอกาสในการจ้างงาน ตามข้อ 5.11 (ความเป็นมืออาชีพ)ในระเบียบปฏิบัตินี้

  10.1.2 บอกเป็นนัยว่าเป็นการเชิญไปร่วมกิจกรรมทางสังคม

  10.1.3 อ้างว่าเป็นการสำรวจวิจัยตลาด

  10.1.4 ส่งเสริมกิจกรรมในลักษณะเป็น “การสัมมนาเรื่องภาษี” ตามที่ระบุไว้ในระเบียบปฏิบัตินี้ ข้อ 10.4.3

  10.1.5 อ้างว่าโอกาสทางธุรกิจยูนิไลฟ์เป็นความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบุคคล บริษัทหรือองค์กรอื่นใดที่มิใช่ยูนิไลฟ์ ตามที่ระบุไว้ในระเบียบปฏิบัตินี้ ข้อ 5.23.1 (จ) ข้างต้น

  10.1.6 ระบุในทางตรงหรือทางอ้อมว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นเพียงสายของผลิตภัณฑ์ที่จัดจำหน่ายโดยหรือเป็นส่วนหนึ่งของกิจการนายหน้าการฝากขายผลิตภัณฑ์หรือธุรกิจ   ตัวกลางซึ่งดำเนินการโดยบุคคล บริษัท หรือองค์กรอื่นซึ่งไม่ใช่ยูนิไลฟ์

  10.1.7 ระบุโดยทางตรงหรือทางอ้อมว่าโอกาสทางธุรกิจของยูนิไลฟ์ บรรดานักธุรกิจยูนิไลฟ์ หรือผลิตภัณฑ์และบริการซึ่งค้าขายผ่านยูนิไลฟ์เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่   โอกาสทางธุรกิจของยูนิไลฟ์ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบปฏิบัติหรือเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างเป็นทางการอื่นของยูนิไลฟ์

  10.1.8 ไม่ระบุอย่างชัดเจนถึงเนื้อหาที่แท้จริงของการนำเสนอในคำเชิญ  และไม่ระบุว่าการนำเสนอคือแผนธุรกิจยูนิไลฟ์และโอกาสทางธุรกิจของยูนิไลฟ์ หรือ

  10.1.9 เกี่ยวข้องไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการแสดงโอกาสทางธุรกิจของยูนิไลฟ์ และความสัมพันธ์ของ นักธุรกิจยูนิไลฟ์กับยูนิไลฟ์ และลักษณะธุรกิจของยูนิไลฟ์อันเป็นเท็จ หรือไม่แจ้งข้อมูลซึ่งบุคคลผู้ถูกเชิญหรือเข้าร่วมหรือมีส่วนร่วมในการนำเสนอหรือกิจกรรมควรทราบเพื่อที่จะสามารถประเมินคุณค่าของโอกาสทางธุรกิจของยูนิไลฟ์ และผลิตภัณฑ์และบริการของยูนิไลฟ์ได้อย่างเหมาะสม

  10.1.10 หรือฝ่าฝืนในระเบียบปฏิบัตินี้ ข้อ 5.23 (หลักเกณฑ์การนำเสนอ)ไม่ว่าโดยทางใด

10.2 การติดต่อผู้มุ่งหวังในครั้งแรก

ให้ถือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบปฏิบัติ หรือนโยบายธุรกิจยูนิไลฟ์หากนักธุรกิจยูนิไลฟ์หลอกลวงหรือไม่แจ้งต่อผู้มุ่งหวังเกี่ยวกับลักษณะของกิจกรรมของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ และดังนั้นในการติดต่อผู้มุ่งหวังในครั้งแรก นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้อง

  10.2.1 แนะนำชื่อตนเอง และ

  10.2.2 เสนอแผนธุรกิจยูนิไลฟ์  และผลิตภัณฑ์และบริการของยูนิไลฟ์อย่างซื่อสัตย์และเป็นจริง

  10.2.3 ตอบคำถามแก่ผู้มุ่งหวังเกี่ยวกับโอกาสทางธุรกิจของยูนิไลฟ์ ผลิตภัณฑ์และบริการของยูนิไลฟ์ นักธุรกิจยูนิไลฟ์ หรือยูนิไลฟ์อย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา ด้วยความซื่อสัตย์และเป็นจริง

10.3 จริยธรรมในการสปอนเซอร์

ในการค้นหาการมีส่วนร่วมของผู้มุ่งหวังในแผนธุรกิจยูนิไลฟ์ นักธุรกิจยูนิไลฟ์ผู้ให้สปอนเซอร์ต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัตินี้ข้อ 5.23 (หลักเกณฑ์การนำเสนอ) และหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  10.3.1 ต้องไม่กล่าวว่าการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์จะสำเร็จได้โดยการสร้างรูปแบบ “การรวมกลุ่มซื้อขายส่ง” ซึ่งเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ซื้อขายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้ถูกโอนไปยังนักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่นเพื่อใช้ส่วนตัว

  10.3.2 ต้องไม่กล่าวว่าไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ในการขายปลีกหรือการทำตลาดผลิตภัณฑ์ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์

  10.3.3 ต้องไม่นำผลประโยชน์ด้านภาษีมาเป็นเหตุผลในการจูงใจให้เป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์

  10.3.4 ต้องไม่กล่าวว่าธุรกิจยูนิไลฟ์เป็นโอกาสในการ “รวยเร็ว” ซึ่งสามารถประสบความสำเร็จได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามหรือเวลา หรือใช้เพียงแค่เล็กน้อย ในกรณีที่นักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่นถูกนำมาเป็นตัวอย่าง ความสำเร็จของนักธุรกิจยูนิไลฟ์คนนั้นต้องสามารถยืนยันได้และพิสูจน์ได้

  10.3.5 นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่บิดเบือนถึงความสัมพันธ์ระหว่างยูนิไลฟ์และบริษัทพันธมิตรอื่น ๆ ของยูนิไลฟ์

10.4 ไม่มีการแบ่งพื้นที่ผูกขาด

ห้ามมิให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์นำเสนอว่ายูนิไลฟ์ได้อนุญาตให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์มีพื้นที่ผูกขาดในการจำหน่ายเฉพาะสำหรับนักธุรกิจยูนิไลฟ์คนใดคนหนึ่งและให้ถือว่าเป็นการละเมิดสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์หากมีการกระทำดังกล่าว

10.5 ไม่มีหน้าที่ซื้อ

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่บังคับให้ผู้มุ่งหวังซื้อผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการ และ/หรือเรียกมัดจำในการเข้าร่วม และห้ามมิให้เรียกเก็บค่าบริการในการเข้าหลักสูตรฝึกอบรม สัมมนา กิจกรรมทางสังคม หรือกิจกรรมที่มีลักษณะเหมือนกันเพื่อให้เกิดสิทธิเข้าร่วม เว้นแต่เป็นค่าบริการในชุดคู่มือนักธุรกิจยูนิไลฟ์ให้ถือว่าเป็นการละเมิดสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์หากมีการกระทำดังกล่าว

การใช้ชื่อทางการค้า เครื่องหมายการค้า วัสดุอันเป็นลิขสิทธิ์ของยูนิไลฟ์

หลักเกณฑ์นี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรักษาทรัพย์สินทางปัญญาของยูนิไลฟ์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์ และเพื่อให้แน่ใจว่าแบรนด์ “ยูนิไลฟ์” จะถูกใช้เฉพาะสำหรับธุรกิจ ยูนิไลฟ์เท่านั้น นอกจากนี้ ยูนิไลฟ์ดำเนินการใช้โปรแกรมอัตลักษณ์องค์กร ซึ่งจะกำหนดให้ใช้โลโก้ของยูนิไลฟ์อย่างถูกต้องและสอดคล้องกันไม่ว่าจะปรากฎอยู่ที่ใด ดังนั้น ห้ามมิให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบที่เป็นสัญลักษณ์/เอกลักษณ์ที่ได้รับการอนุมัตินี้ เมื่อมีการร้องขอยูนิไลฟ์จะจัดหาตัวอย่างรูปแบบที่เป็นสัญลักษณ์/เอกลักษณ์ ดังกล่าวรวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับสีที่ใช้ให้แก่ผู้ร้องขอ

11.1 การใช้อย่างไม่สมควรและการใช้ในทางที่ผิด

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่ใช้เครื่องหมายการค้าหรือทรัพย์สินทางปัญญา หรือข้อมูลที่มีกรรมสิทธิ์อื่น ๆ ของยูนิไลฟ์อย่างไม่สมควร หรืออย่างผิดกฎหมายให้ถือว่าเป็นการละเมิดสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์ในกรณีที่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ใช้เครื่องหมายการค้าหรือทรัพย์สินทางปัญญา หรือข้อมูลที่มีกรรมสิทธิ์อื่น ๆ ซึ่งยูนิไลฟ์เป็นเจ้าของหรือได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ เว้นแต่จะเป็นไปตามเงื่อนไข ข้อกำหนด และขั้นตอนที่กำหนดไว้ในสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์ รวมถึงหลักเกณฑ์และนโยบายของยูนิไลฟ์

    11.1.1 นักธุรกิจยูนิไลฟ์รับรู้และตกลงว่ายูนิไลฟ์ คือ ผู้ได้รับอนุญาตในเครื่องหมายการค้า รวมถึง เช่นโลโก้ เครื่องหมายบริการ และทรัพย์สินทางปัญญาอื่น และทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม รวมถึงชื่อ “ยูนิไลฟ์” และเครื่องหมายการค้า ชื่อทางการค้า เครื่องหมายบริการ อีกจำนวนมากซึ่งถูกใช้ใน ผลิตภัณฑ์และบริการของยูนิไลฟ์ และการออกแบบหรือฉลากอีกจำนวนมาก

    11.1.2 นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่ใช้ชื่อ “ยูนิไลฟ์” หรือเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการหรือทรัพย์สินทางปัญญาอื่นซึ่งยูนิไลฟ์เป็นเจ้าของหรือได้รับ อนุญาตให้ใช้สิทธิในธุรกิจยูนิไลฟ์ของเขาหรือธุรกิจอื่น (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ยานพาหนะ สำนักงาน รายชื่อโทรศัพท์ อาคาร หรือ เครื่องเขียน ที่ใช้ในทางธุรกิจ) และ/หรือบนหรือเกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์ใดก่อนได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากยูนิไลฟ์ โดยต้องปฏิบัติตาม ข้อกำหนดในการใช้ที่กำหนดไว้ในหนังสือยินยอมทุกครั้ง เว้นแต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ณ ที่นี้ ยูนิไลฟ์สงวนสิทธิเด็ดขาดในการถอนความ ยินยอมดังกล่าว

11.2 ธงสัญลักษณ์/ป้ายที่มีตราประทับสำหรับการประชุม/กิจกรรม

ถ้านักธุรกิจยูนิไลฟ์ระดับGL หรือระดับสูงกว่านั้นต้องการจัดประชุมหรือกิจกรรมซึ่งชื่อยูนิไลฟ์จะถูกแสดงต่อสาธารณชนนักธุรกิจยูนิไลฟ์ดังกล่าว ต้องได้รับการอนุมัติล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรจากยูนิไลฟ์ก่อนการใช้ชื่อยูนิไลฟ์ (การประชุมสาธารณะ คือ การประชุมซึ่งผู้มุ่งหวังสามารถเข้าร่วมประชุมได้) นักธุรกิจยูนิไลฟ์ดังกล่าวต้องทำคำขอเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ยูนิไลฟ์ก่อนการจัดประชุมทุกครั้ง โดยคำขอดังกล่าวต้องบรรยายถึงลักษณะการใช้ธงสัญลักษณ์/ป้ายขนาด วัสดุที่ใช้ และสถานที่ใช้ด้วย

    11.2.1 นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่ผลิตหรือจัดหาผลิตภัณฑ์ใดๆ จากแหล่งอื่นนอกเหนือจากยูนิไลฟ์ โดยมีชื่อยูนิไลฟ์ สัญลักษณ์ ชื่อทางการค้า หรือเครื่องหมายการค้าใดๆ ประทับอยู่โดยปราศจากซึ่งการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าจาก ยูนิไลฟ์ และการอนุญาตนี้ต้องได้รับการรักษาสำหรับการประชุม/กิจกรรมในแต่ละครั้ง

    11.2.2 ยูนิไลฟ์สงวนสิทธิในการถอนสิทธิในการแสดงชื่อยูนิไลฟ์ได้ทุกเวลา หากปรากฏว่ามาตรฐานที่ระบุไว้ไม่ได้รับการปฏิบัติตามซึ่งยูนิไลฟ์มีสิทธิเด็ดขาดในการพิจารณาเรื่องดังกล่าว

11.3 เช็คและนามบัตรที่มีตราประทับ

ในกรณีที่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ได้ปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัตินี้และบทบัญญัติอื่น ๆ ในสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ และนักธุรกิจดังกล่าวเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ระดับGL หรือระดับสูงกว่านั้น นักธุรกิจนั้นอาจใช้ชื่อ “ยูนิไลฟ์” (ไม่รวมถึงเครื่องหมายการค้ายูนิไลฟ์ โลโก้ หรือเครื่องหมายการค้า ชื่อทางการค้าเครื่องหมายบริการอื่น ๆ ที่ยูนิไลฟ์เป็นเจ้าของหรือได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิ) บนเช็คและนามบัตรที่มีตราประทับ โดยชื่อยูนิไลฟ์จะต้องถูกใช้ในลักษณะดังต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด(ชื่อทั่วไป)นักธุรกิจยูนิไลฟ์หรือ(ชื่อทั่วไป)นักธุรกิจยูนิไลฟ์สำหรับผลิตภัณฑ์หรือบริการของยูนิไลฟ์

    11.3.1 การขออนุญาตใช้ชื่อยูนิไลฟ์บนนามบัตร/เช็คของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องคำขอเป็นลายลักษณ์อักษรส่งถึงบริษัทยูนิไลฟ์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัดจะตรวจสอบคำขอดังกล่าวก่อนการอนุมัติ

    11.3.2 หนังสืออนุมัติการใช้ชื่อยูนิไลฟ์บนนามบัตรหรือเช็คจะต้องต่ออายุทุกปี ห้ามมิให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์อ้างถึงตนเองในฐานะอื่นนอกจากการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์บนนามบัตรหรือเช็คดังกล่าว

    11.3.3 นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่ส่งเสริมหรือสนับสนุนกิจกรรมอื่นซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับยูนิไลฟ์บนนามบัตรหรือเช็คที่มีตราประทับนั้น รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการให้ข้อมูล เครื่องหมายการค้า ชื่อทางการค้า โลโก้ หรือเครื่องหมายบริการเกี่ยวกับบริษัทที่จัดการฝึกอบรมหรือการสอน ระบบ หรือโปรแกรมซึ่งนักธุรกิจยูนิไลฟ์นั้นเป็นเจ้าของ ควบคุมหรือมีส่วนร่วม

11.4 เอกสารสิ่งพิมพ์ เครื่องเขียน ของรางวัล ฯลฯ ซึ่งมีลักษณะส่งเสริมหรือสนับสนุนธุรกิจ

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่ผลิตหรือจัดหาสิ่งของใดที่มีชื่อ โลโก้ เครื่องหมายการค้า ชื่อทางการค้า หรือเครื่องหมายบริการของยูนิไลฟ์ ที่ยูนิไลฟ์เป็นเจ้าของหรือได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิจากแหล่งอื่นนอกจากยูนิไลฟ์

11.5 การใช้อินเตอร์เน็ต/เว็บไซต์

    11.5.1 ห้ามนักธุรกิจยูนิไลฟ์ใช้เว็บไซต์ในการส่ง ส่งผ่าน หรือติดต่อสื่อสารจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ไม่พึงประสงค์แก่บุคคลผู้ซึ่งนักธุรกิจยูนิไลฟ์ไม่เคยมีความสัมพันธ์โดยส่วนตัวหรือโดยธุรกิจมาก่อน

    11.5.2  นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่แสดงอย่างใด ๆ บนเว็บไซต์  ซึ่งแสดงออกโดยชัดเจนหรือมีความหมายเป็นนัยถึงการรับประกันความสำเร็จในโอกาสทางธุรกิจของยูนิไลฟ์ ไม่ว่าในแง่ใด

    11.5.3 นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต่าง ๆ สามารถซื้อฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ เข้าเป็นสมาชิกของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต และรักษาเว็บไซต์ได้โดยออกค่าใช้จ่ายเอง

    11.5.4 เว็บไซต์ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องมีการป้องกันโดยรหัสผ่าน รหัสผ่านดังกล่าวต้องไม่เป็นที่เข้าถึงได้ง่ายโดยบุคคลผู้ไม่ได้รับเชิญ

    11.5.5 การใช้เว็บไซต์หรือวิธีสื่อสารออกอากาศ รวมถึงการส่งจดหมายจำนวนมาก การตลาดทางโทรศัพท์ การโฆษณาระดับประเทศหรือระดับสากลผ่านทางวิทยุ โทรทัศน์ บริการโทรสาร เครือข่ายการสื่อสารทางคอมพิวเตอร์ หรือวิธีอื่นซึ่งมิใช่การติดต่อสื่อสารเฉพาะหน้า เพื่อเป็นช่องทางสำหรับการเผยแพร่การติดต่อสื่อสารจำนวนมากหรือเผยแพร่ข้อมูลจำนวนมาก ไม่ว่าในรูปแบบของภาพ สิ่งพิมพ์ เสียง เพื่อประโยชน์ในการเสนอโอกาสทางธุรกิจ การรักษาลูกค้า ขายหรือส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ หรือเสนอขายอุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ถือเป็นสิ่งต้องห้าม

    11.5.6 เนื้อหาในเว็บไซต์จะต้องเป็นไปตามนโยบายส่วนตัวและการรักษาความลับของยูนิไลฟ์  และต้องมีข้อความที่แสดงถึงความเป็นส่วนตัวของเนื้อหา ตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายภายใน

    11.5.7 เว็บไซต์ต้องไม่ถูกใช้ในการเสนอหรือขายผลิตภัณฑ์และต้องเปิดดำเนินการและรักษาตามกฎหมายข้อบังคับและประมวลกฎหมายของประเทศไทย และต้องไม่มีการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต

    11.5.8 นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องส่งมอบและลงทะเบียนรหัสผ่านของเว็บไซต์กับยูนิไลฟ์ ยูนิไลฟ์มีสิทธิ์ในการเข้าเว็บไซต์ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ โดยยูนิไลฟ์ สามารถกระทำการเปลี่ยนแปลงโดยการแก้ไข ลบทิ้ง หรือเพิ่มเติมเนื้อหาของเว็บไซต์ตามที่เห็นสมควรได้

    11.5.9 นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต่าง ๆ สามารถสร้างโฮมเพจส่วนตัวเพื่อใช้ในการให้และแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของพวกเขากับเพื่อนและดาวน์ไลน์ได้

    11.5.10 ผู้มุ่งหวังเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์จะต้องไม่ถูกบังคับในการเข้าเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ หรือบุคคลซึ่งเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ณ ปัจจุบัน จะต้องไม่ถูกบังคับในการได้รับความช่วยเหลือในการพัฒนาธุรกิจจากผู้สปอนเซอร์ ให้ซื้อฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ หรือให้เข้าเป็นสมาชิกของผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต หรือให้สร้างเว็บไซต์

    11.5.11 โดยปราศจากความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากยูนิไลฟ์ นักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้องไม่ใช้ทรัพย์สินทางปัญญา รวมถึงเครื่องหมายการค้าหรือบริการ หรือรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความสับสนกับเครื่องหมายการค้าหรือบริการของยูนิไลฟ์บนที่อยู่เว็บไซต์ของเขาหรือที่อยู่อีเมลของเขาหรือสิ่งระบุที่อยู่บนเว็บไซต์อื่น ๆ

การสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์

12.1 สั่งซื้อด้วยตนเอง

●  ณ ที่สำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขา หรือศูนย์ตัวแทนจัดจำหน่ายยูนิไลฟ์

– แสดงบัตรนักธุรกิจยูนิไลฟ์

– ระบุรายการผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ในใบสั่งซื้อ รวมยอดเงิน พร้อมลายเซ็น

– ชำระเงิน

– รับผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์พร้อมตรวจนับผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้อง (กรณีมารับผลิตภัณฑ์ที่สำนักงานใหญ่ สั่งก่อนล่วงหน้า 1 วัน)

●  สั่งซื้อทางเว็บไซต์ออนไลฟ์ หรือทางโทรศัพท์หรือทางแฟ็กซ์

– แจ้งชื่อพร้อมรหัสนักธุรกิจยูนิไลฟ์

– ส่งรายการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ที่ต้องการ (รวมยอดเงินค่าผลิตภัณฑ์ และค่าขนส่งให้ถูกต้อง)

– แจ้งชื่อธนาคารที่ใช้โอนเงินค่าผลิตภัณฑ์

●  การชำระเงิน

– เงินสด หรือ

– โอนเงินผ่านธนาคาร ในนาม บริษัท ยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

– ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางนา | เลขที่บัญชี 130-5-16133-1

– ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาบางนา-ตราด (เซ็นทรัลซิตี้) | เลขที่บัญชี 299-1-21579-5

– ธนาคารกสิกรไทย สาขาบางนา-ตราด กม.4  |  เลขที่บัญชี 731-2-30823-6

– ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาบางนา-ตราด | เลขที่บัญชี 117-2-36861-5

– ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาบางพลี | เลขที่บัญชี 02-000-8787-929

– ธนาคารกรุงไทย สาขาเซ็นทรัลบางนา | เลขที่บัญชี 086-0-12409-6

●  การรับผลิตภัณฑ์

– รับที่สำนักงานสาขาสาขา/ศูนย์ตัวแทนจัดจำหน่ายยูนิไลฟ์ทั่วประเทศ

– จัดส่งให้ถึงบ้านโดยแจ้งชื่อและที่อยู่ผู้รับ พร้อมเบอร์โทรศัพท์

●  ยูนิไลฟ์จะแจ้งกำหนดเวลาส่งผลิตภัณฑ์ถึงสมาชิกหลังจากตรวจสอบการโอนเงินเรียบร้อยแล้ว

●  รับผลิตภัณฑ์(พร้อมตรวจนับผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้องและลงชื่อผู้รับผลิตภัณฑ์)

●  หากยังไม่ได้รับผลิตภัณฑ์ภายใน 7 วัน นับจากวันสั่งซื้อ กรุณาแจ้งกลับมาที่ยูนิไลฟ์

การรับผลประโยชน์ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์

13.1 ผลประโยชน์ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ได้แก่

  ●  รายได้จากการขายปลีก กำไร 20-25%

  ●  รายได้ส่วนลดพิเศษ (Fast Start Bonus)

จากการเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ ในการ ซื้อผลิตภัณฑ์ 5,000 บาท

นักธุรกิจผู้ซื้อ จะได้รับ เงินส่วนลดพิเศษ 500 บาท

และ ผู้สปอนเซอร์ จะได้รับ เงินส่วนลดพิเศษ 500 บาท

  ●  รายได้ระดับขั้นบันได (Stair Step) เงินส่วนลดระดับ 5-15%

  ●  รายได้บริหารเครือข่าย (Network) 3%-22%

  ●  รายได้เงินกองทุน GL (All Sale) 2% จากคะแนน BV ยอดขายรวมรายเดือนของยูนิไลฟ์

  ●  รายได้เงินกองทุนเหรียญ (All Sale) 2% จากคะแนน BV ยอดขายรวมรายเดือนของยูนิไลฟ์

  ●  รายได้โบนัสเงินสด 50,000 บาท – 1,500,000 บาท (จ่าย 2 ครั้ง/ปี)

  ●  รางวัลท่องเที่ยว ทั้งในและต่างประเทศ

  ●  อุ่นใจกับประกันชีวิต ที่คุ้มครองสูงสุดถึง 800,000 บาท

  ●  มรดกทางธุรกิจ ตกทอดถึงลูกหลาน

13.2 การรับผลประโยชน์ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์

ยูนิไลฟ์ จะจ่ายให้กับนักธุรกิจยูนิไลฟ์ทุกคนที่ได้รับส่วนลด ทุกวันที่ 15 ของเดือนถัดไปโดยรับผลประโยชน์ผ่านทางธนาคารทุกแห่ง(บัญชีประเภทออมทรัพย์ หรือบัญชีกระแสรายวัน เท่านั้น)โดยนักธุรกิจยูนิไลฟ์ระบุชื่อบัญชีตนเอง ชื่อธนาคาร สาขา เลขที่บัญชี มาในใบสมัครสมาชิกกรณีรับเงินปันผล จะต้องมียอดเงินตั้งแต่ 100 บาทขึ้นไป กรณีที่ยอดเงินไม่ถึง 100 บาท ยูนิไลฟ์จะทำการสะสมไว้จนถึงจำนวนที่กำหนดและจะทำการโอนเข้าบัญชีธนาคารให้กับนักธุรกิจยูนิไลฟ์ในรอบการจ่ายเงินส่วนลดในงวดถัดไป

ก) กรณีที่เงินส่วนลดไม่ถึงระดับการโอนเงิน และนักธุรกิจยูนิไลฟ์ไม่ได้ติดต่อขอรับเงินส่วนลดภายในระยะเวลา 2 ปี นับจากวันที่มีเงินส่วนลดทางยูนิไลฟ์ขอสงวนสิทธิ์ที่จะตัดบัญชีการจ่ายเงินส่วนลดในรอบปีนั้นๆเมื่อครบกำหนดระยะเวลา 2 ปี ณ วันที่ 31 ธันวาคมของปี ออกจากระบบการจ่ายเงินส่วนลดของยูนิไลฟ์ โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า และเงินดังกล่าวยูนิไลฟ์จะมอบให้องค์กรการกุศลหรือใช้ในด้านสาธารณะประโยชน์ต่อไป

ข) ยูนิไลฟ์ สงวนสิทธิ์ที่จะไม่จ่ายผลประโยชน์ต่างๆ ให้กับผู้ที่มีพฤติกรรมอันอาจก่อความเสียหายให้กับยูนิไลฟ์ หรือองค์กรสมาชิกและขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินการกับ “ผลประโยชน์” นั้นตามที่เห็นสมควร โดยถือเป็นสิทธิเด็ดขาดเพียงผู้เดียว

การเสียภาษีจากการดำเนินธุรกิจยูนิไลฟ์ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์

การทำธุรกิจยูนิไลฟ์ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ถือเป็นอาชีพอิสระ และถูกต้องตามกฎหมายดังนั้นจึงต้องมีหน้าที่ในการชำระภาษีเงินได้แต่ละประเภทให้ถูกต้อง ตามคำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับการเสียภาษีของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ซึ่งเป็นไปตามข้อเสนอแนะของที่ปรึกษากฎหมายภาษีของยูนิไลฟ์ (อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับข้อ กฎหมายหรือระเบียบเกี่ยวกับภาษี)

14.1 เงินได้ที่ต้องเสียภาษีจากการทำธุรกิจยูนิไลฟ์

เงินได้จากการทำธุรกิจยูนิไลฟ์ที่จะต้องนำไปรวมคำนวณเสียภาษีมี 2 ประเภท คือ

  14.1.1 ประเภทที่ 1เงินได้ตาม ม.40(2)ถือเป็นค่านายหน้า ได้แก่

  ก) รายได้รายเดือน ได้แก่

    – รายได้ขั้นพื้นฐาน(Stair Step)

    – รายได้จากการบริหารเครือข่าย(Network)

    – รายได้จากเงินกองทุนต่างๆ (All Sale)

  ข) รายได้รายปี ได้แก่

    – โบนัสเงินสด

  ค) เงินตอบแทนอื่นๆ เช่น

    –  เงินตอบแทนจากการเป็นผู้ปราศรัยรับเชิญ

    – ตั๋วเครื่องบิน

    – เงินติดกระเป๋า และเหรียญประจำตำแหน่ง ฯลฯ

ง) ผลประโยชน์อื่น ๆ ที่คำนวณเป็นเงินได้ เช่น

    – ค่าสัมมนาท่องเที่ยว

  14.2.2 ประเภทที่ 2 เงินได้ตาม ม.40(8)ถือเป็นเงินได้จากการทำธุรกิจซื้อขายผลิตภัณฑ์ ได้แก่

    – เงินได้จากการขายปลีกให้ลูกค้า

14.2 การหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินได้ตาม ม. 40(2) แบ่งเป็น 2 กรณีตามประเภทของนักธุรกิจ นักธุรกิจประเภท บุคคลธรรมดา

  ●  ยูนิไลฟ์จะทำการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินได้ประเภทที่ 1 เมื่อสะสมยอดตั้งแต่ต้นปีจนถึงเกณฑ์ที่จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายและยูนิไลฟ์จะทำการหักภาษี ณ ที่จ่ายในแต่ละครั้งที่มีการจ่ายเงินได้

  ●  ยูนิไลฟ์ จะจัดส่งหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย จากเงินได้ทั้งปีให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป

นักธุรกิจประเภทนิติบุคคล(บริษัทจำกัด/ห้างหุ้นส่วนจำกัด)

  ●  ยูนิไลฟ์จะทำการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินได้ประเภทที่ 1 3% จากยอดรายได้ที่ได้รับในแต่ละเดือน

  ●  ยูนิไลฟ์ จะจัดส่งหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ให้ภายในวันที่ 20 ของทุกเดือนที่มีรายได้

14.3 การหักค่าใช้จ่ายจากเงินได้ทั้ง 2 ประเภท

  ●  เงินได้ตาม ม.40 (2) หักค่าใช้จ่ายได้ 40% แต่ไม่เกิน 60,000 บาท

  ●  เงินได้ตาม ม.40 (8) เงินได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ 80% ของเงินได้หรือหักค่าใช้จ่ายตามจริง แล้วแต่จะเลือก(หากเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริงต้องทำบัญชีรับ/จ่ายให้ถูกต้อง) * ตัวเลขอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับข้อกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับภาษี

 

14.4 กรณีมีเงินได้ตาม ม.40(8) เงินได้จากการขายปลีกให้ลูกค้าต้องดำเนินการดังนี้

  ●  นักธุรกิจยูนิไลฟ์ ต้องรวบรวมตัวเลขจากการขายปลีกให้ลูกค้า ด้วยตนเอง

  ●  กรณีมีเงินได้ตั้งแต่ มกราคม ถึง มิถุนายน เกิน 30,000 บาท กรณีโสด และ 60,000 บาท กรณีสมรสต้องยื่นเสียภาษีกลางปีตามแบบ ภ.ง.ด. 94 ภายในเดือนกันยายนของปี

  ●  กรณีต้องการลดภาระภาษีจากการขายปลีกให้ลูกค้า สามารถให้ลูกค้า หรือนักธุรกิจยูนิไลฟ์ซื้อผลิตภัณฑ์ในนามของนักธุรกิจยูนิไลฟ์เองให้ถูกต้องเนื่องจากนักธุรกิจยูนิไลฟ์สามารถซื้อผลิตภัณฑ์จากยูนิไลฟ์ได้โดยตรงอยู่แล้ว

  ●  ต้องดำเนินการจดทะเบียนพาณิชย์กับกระทรวงพาณิชย์* ตัวเลขอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับข้อกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับภาษี

14.5 การหักค่าลดหย่อน รายการลดหย่อนต่าง ๆ มีดังนี้

  ●  ค่าลดหย่อนส่วนตัว

  ●  ค่าลดหย่อนคู่สมรส

  ●  ค่าลดหย่อนบุตร

  ●  ค่าลดหย่อนบิดามารดาของผู้มีเงินได้และคู่สมรส

  ●  ค่าลดหย่อนเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดาของผู้มีเงินได้และคู่สมรส

  ●  ค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิต

  ●  ค่าลดหย่อนดอกเบี้ยเงินกู้บ้าน

  ●  เงินสมทบประกันสังคม

  ●  เงินบริจาค

  ●  ค่าซื้อกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)

  ●  ค่าซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) การหักค่าลดหย่อน  ยูนิไลฟ์จะหักค่าลดหย่อนส่วนตัวของผู้มีเงินได้เท่านั้น กรณีมีค่าลดหย่อนอื่น ๆ นักธุรกิยูนิไลฟ์ต้องนำไปคำนวณตอนยื่นแบบเสียภาษี (ภงด.90) สิ้นปี

14.6 การยื่นเสียภาษีประจำปีแบ่งเป็น 3 กรณี ดังนี้

กรณีที่ 1  มีเงินได้ 40(2) ยื่นเฉพาะ ภงด.90

กรณีที่ 2  มีเงินได้ 40(8) ยื่นภงด 90 แต่สามารถนำเอา ภงด 94 (กลางปี)ตามข้อ 14.4 นำมาหักออกแล้วจ่ายส่วนต่าง

กรณีที่ 3  มีเงินได้ทั้ง 2 ประเภท ยื่นแบบเหมือนกรณีที่ 2 โดยนักธุรกิจยูนิไลฟ์จะต้องยื่นเสียภาษีสิ้นปีตาม แบบ ภงด.90 ภายในเดือนมีนาคม ของปีถัดไปพร้อมกับแนบหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายที่ยูนิไลฟ์ จัดส่งให้

14.7 การจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

  ●  นักธุรกิจยูนิไลฟ์ เมื่อมีเงินได้ เกิน 1,800,000 บาท ต่อปี ไม่ว่าจะเป็น 40(2) หรือ 40(8) หรือมีทั้ง 2 ประเภทจะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล และยื่นจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับจากวันที่มีรายได้ถึง1,800,000 บาท โดยยื่นคำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.01) ณ สรรพากรเขตพื้นที่ที่ท่านมีภูมิลำเนาอยู่(กรณีบุคคลธรรมดา)

  ●  กรณีเป็นนิติบุคคลต้องยื่นในเขตพื้นที่ ที่สถานประกอบการตั้งอยู่

  ●  กรณีที่นักธุรกิยูนิไลฟ์จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ให้ส่งแบบ ภ.พ.01 หรือ ภ.พ.20 มายังยูนิไลฟ์ และเมื่อได้รับเงินได้ตาม ม.40(2) นักธุรกิยูนิไลฟ์จะต้องออกใบกำกับภาษีให้กับยูนิไลฟ์ หรือหากนักธุรกิจยูนิไลฟ์ มีการขายผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าก็จะต้องทำการออกใบกำกับภาษีให้กับลูกค้าเช่นเดียวกันและนักธุรกิยูนิไลฟ์มีหน้าที่ต้องจัดทำรายงานภาษีซื้อ ภาษีขาย และยื่นแบบ ภ.พ.30 เพื่อชำระภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม แล้วแต่กรณีภายในวันที่ 15ของเดือนถัดไป * ตัวเลขอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับข้อกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับภาษี

การเสียชีวิตและการรับมรดก

15.1 การเสียชีวิตและการรับมรดก

เมื่อนักธุรกิจยูนิไลฟ์เสียชีวิต ผลประโยชน์ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ผู้เสียชีวิตอันเกี่ยวกับสถานภาพการเป็นนักธุรกิจอาจถูกส่งผ่านไปยังเครือญาติ หรือบุคคลอื่นตามที่ระบุไว้ หากมิได้ระบุในเอกสาร(ใบสมัคร) ยูนิไลฟ์จะถือว่าท่านมีความประสงค์ให้เป็นไปตามกฎหมายมรดกและการตอบรับการโอนสถานภาพโดยยูนิไลฟ์ตามข้อ 4 ดังนั้น นักธุรกิจยูนิไลฟ์ควรจัดการอย่างเหมาะสมระหว่างระยะเวลาที่เขามีชีวิตเพื่อให้สิทธิในสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์โอนไปยังทายาทตามลำดับและตามกฎหมาย เพื่อที่จะทำให้มั่นใจว่านักธุรกิจยูนิไลฟ์ดาวน์ไลน์จะยังคงได้รับการบริการ การฝึกอบรมและการจูงใจอย่างเหมาะสมต่อไป ในกรณีที่ทายาทไม่เข้ารับช่วงสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ต่อ อาจถือเป็นการละทิ้งสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ตามระเบียบปฏิบัตินี้ ข้อ 18.1 (การละทิ้ง) ซึ่งการละทิ้งสถานภาพมีผลให้ทายาทหมดสิทธิในสถานภาพในอนาคต ซึ่งในกรณีนี้สถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์จะถูกแต่งตั้งให้เป็น “ที่ว่าง” แทน 

การละเมิดสัญญา

16.1 การสอบสวน

เมื่อยูนิไลฟ์เชื่อว่ามีการละเมิดระเบียบปฏิบัติหรือนโยบายธุรกิจยูนิไลฟ์เกิดขึ้นหรือถูกขู่ว่าจะเกิดขึ้น ยูนิไลฟ์มีสิทธิสอบสวนกิจกรรมของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่มีปัญหายูนิไลฟ์มีสิทธิเริ่มทำการสอบสวนด้วยตนเองหรือเมื่อถูกร้องขอจากนักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่นซึ่งได้ส่งคำร้องเรียนเป็นลายลักษณ์อักษรแก่ยูนิไลฟ์ตามระเบียบ

16.2 การร้องเรียนโดยนักธุรกิจยูนิไลฟ์

นักธุรกิจยูนิไลฟ์ซึ่งเชื่อว่านักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่นได้ละเมิดนโยบายธุรกิจของยูนิไลฟ์ และ/หรือ ระเบียบปฏิบัติ หรือได้รับรู้เป็นการส่วนตัวถึงกิจกรรมซึ่งนำไปสู่การละเมิดดังกล่าว ต้องบอกกล่าวยูนิไลฟ์เป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับการละเมิด และแสดงรายละเอียดข้อเท็จจริงทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดนั้น สำเนาของคำบอกกล่าวนี้จะถูกส่งไปยังนักธุรกิจยูนิไลฟ์ระดับเหรียญอัพไลน์ไม่ว่าโดยนักธุรกิจยูนิไลฟ์ผู้ส่งคำบอกกล่าวนั้นเองหรือโดยยูนิไลฟ์

  16.2.1 เมื่อได้รับหนังสือบอกกล่าวยูนิไลฟ์จะแจ้งให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ผู้ถูกร้องเรียนทราบถึงข้อร้องเรียนและร้องขอให้ส่งคำตอบโดยทันที

  16.2.2 ถ้าคำร้องเรียนและคำตอบไม่มีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะตัดสิน ยูนิไลฟ์มีสิทธิขอให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งส่งข้อมูลเพิ่มเติมได้

  16.2.3 เมื่อยูนิไลฟ์เชื่อว่ายูนิไลฟ์มีข้อมูลเกี่ยวกับข้อเท็จจริงและสถานการณ์อันเกี่ยวข้องกับคำร้องเรียนเพียงพอแล้ว  ยูนิไลฟ์จะตัดสินว่า

มีการฝ่าฝืนนโยบายธุรกิจยูนิไลฟ์หรือระเบียบปฏิบัติหรือไม่ และจะดำเนินการตาม หมวดที่ 17 (บทลงโทษ) ในระเบียบปฏิบัตินี้

16.3 การแจ้งมาตรการดำเนินการ

  16.3.1 ยูนิไลฟ์จะส่งคำตัดสินเป็นหนังสือให้แก่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ผู้ฝ่าฝืน รวมถึงผู้สปอนเซอร์และนักธุรกิจยูนิไลฟ์อัพไลน์ที่เป็นระดับGLคนแรกของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ผู้ฝ่าฝืน หนังสือดังกล่าวจะระบุคำร้องเรียนโดยเฉพาะ บทสรุปโดยย่อเกี่ยวกับมาตรการที่ต้องกระทำเพื่อแก้ไขความผิด และกำหนดกรอบระยะเวลาที่นักธุรกิจยูนิไลฟ์นั้นจะต้องปฏิบัติตาม (ถ้าเหมาะสม)

  16.3.2 หนังสือบอกกล่าวต้อง

  ก) ส่งทางจดหมาย ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือทางโทรสาร หรือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนหรือวิธีการอื่นซึ่งสามารถยืนยันได้ตามกฎหมาย

ถึงที่อยู่หรือโทรสารตามประวัติของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ยูนิไลฟ์มีอยู่ คำกล่าวอ้างเรื่องการไม่ได้รับหนังสือบอกกล่าวจะไม่ส่งผลให้ยูนิไลฟ์ชะลอการบังคับใช้มาตรการ และ

  ข) ถ้าสามารถใช้ได้ ระบุหมวดของระเบียบข้อบังคับหรือบทบัญญัติอื่น ๆ ของสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ถูกฝ่าฝืนหรือละเมิด และ

  ค) ระบุวันที่ซึ่งมาตรการดำเนินการดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับ และ

  ง) ถ้าสามารถใช้ได้ ให้คำแนะนำนักธุรกิจยูนิไลฟ์ถึงโอกาสในการขอให้คณะกรรมการตรวจสอบทบทวนคำตัดสินของยูนิไลฟ์

16.4 ขั้นตอนการยื่นอุทธรณ์เพื่อทบทวน

ทบทวนคำร้องขอให้ทบทวนต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรและต้องประกอบไปด้วยเอกสารสนับสนุนตามที่ร้องขอ คำร้องขอจะต้องยื่นภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคำตัดสินและส่งถึงคณะกรรมการจรรยาบรรณของยูนิไลฟ์ ถ้าคำขอถูกยื่นหลังพ้นระยะเวลาที่กำหนด คำขอจะถูกปฏิเสธ โดยนักธุรกิจยูนิไลฟ์จะได้รับคำบอกกล่าวว่าคำขอของเขาถูกยกเลิกการสละสิทธิในข้อเรียกร้อง นักธุรกิจยูนิไลฟ์ขอสละสิทธิในข้อเรียกร้องบางส่วนและทั้งหมดอันเกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับมาตรการที่ยูนิไลฟ์บังคับใช้ภายใต้สถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์หรือภายใต้ระเบียบนี้ นักธุรกิจยูนิไลฟ์ซึ่งถูกบอกเลิกสัญญา การยกเลิกการสปอนเซอร์หรือถูกบังคับโดยมาตรการอื่น ๆ อันเป็นผลมาจากการฝ่าฝืนระเบียบปฏิบัตินี้ หรือละเมิดนโยบายธุรกิจยูนิไลฟ์ หมดสิทธิเรียกร้องใด ๆ จากยูนิไลฟ์อันเกิดจากหรือเกี่ยวข้องกับการถูกบอกเลิกสัญญาหรือถูกยกเลิกการสปอนเซอร์นั้น

บทลงโทษ

17.1 บทลงโทษ

เมื่อยูนิไลฟ์ซึ่งมีดุลยพินิจอย่างเด็ดขาดตัดสินว่านักธุรกิจยูนิไลฟ์ได้ละเมิดระเบียบปฏิบัติหรือนโยบายธุรกิจยูนิไลฟ์ ยูนิไลฟ์มีสิทธิบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  17.1.1 เพิกถอนสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ โดยส่งหนังสือบอกเลิกไปยังที่อยู่ตามที่ระบุของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ หรือโดยวิธีการอื่นตามความเหมาะสม หรือส่งทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือตามที่กฎหมายอนุญาต

  17.1.2 ระงับการอนุญาตเฉพาะอย่างในสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์  และไม่จำกัดเพียง โอกาสในการให้สปอนเซอร์ ในการซื้อ หรือในการขาย ผลิตภัณฑ์และบริการของยูนิไลฟ์หรือในการกระทำกิจกรรมอันมีลักษณะเดียวกันอันเกี่ยวข้องกับธุรกิจยูนิไลฟ์ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์

  17.1.3 การยกเลิกการเป็นผู้สปอนเซอร์ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ดาวน์ไลน์ หรือที่เรียกว่า“การยกเลิกการสปอนเซอร์” และ/หรือ จำกัดสิทธิในการ ให้สปอนเซอร์ผู้อื่น

  17.1.4 กำหนดให้คืนเงินผลประโยชน์ที่ได้รับจากยูนิไลฟ์

  17.1.5 ถอดจากการดำรงคุณสมบัติและกำหนดให้คืนวัตถุอันเป็นหลักฐานในการดำรงคุณสมบัตินั้น (ตัวอย่างเช่น เข็มรางวัล ประกาศนียบัตร ฯลฯ)

  17.1.6 สั่งให้จัดทำหนังสือแสดงการรับรู้ถึงการละเมิดดังกล่าว และให้รับว่าจะไม่ละเมิดสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์อีกในอนาคต หรือ

  17.1.7 บังคับใช้มาตรการใด ๆซึ่งไม่ใช่การเพิกถอนสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ เท่าที่สามารถกระทำได้ตามกฎหมายและตามความเหมาะสมตามที่ยูนิไลฟ์เห็นสมควรแก่กรณีการละเมิดนั้น

 

17.2 การไม่สละสิทธิ

ในกรณีที่ยูนิไลฟ์ไม่บังคับใช้มาตรการใด ๆ เมื่อรับรู้ถึงการละเมิดที่ได้เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้น ไม่ถือเป็นการสละสิทธิของยูนิไลฟ์ในการใช้สิทธิดังกล่าวในอนาคต ในกรณีที่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ไม่ดำเนินการใด ๆ เมื่อรับรู้ถึงการละเมิด ไม่ถือเป็นการสละสิทธิในการได้รับการเยียวยาตามกฎหมาย

 

17.3 การภาคทัณฑ์

ยูนิไลฟ์สงวนสิทธิในการพิจารณาเงื่อนไขของการภาคทัณฑ์ชั่วคราวตามแต่กรณี กรณีละเมิดสัญญาโดยนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ยูนิไลฟ์มีสิทธิระงับสิทธิประโยชน์ภายใต้การเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์บางส่วนหรือทั้งหมดรวมถึง

  17.3.1 ระงับการจ่ายผลประโยชน์ในรอบเวลานั้น ๆ หรือผลประโยชน์อื่น ๆ จากระบบเครือข่ายหรือส่วนลดระดับต่างๆเพื่อรอผลสรุปของปัญหา และ/หรือ

  17.3.2 ระงับการอนุญาตในการทำกิจกรรมสปอนเซอร์ (การให้สปอนเซอร์ การประชุมเพื่อหาผู้มุ่งหวังการประชุมฝึกอบรมการนำเสนอที่บ้าน ฯลฯ) และ/หรือ

  17.3.3 ระงับการเชิญเข้าสัมมนา การท่องเที่ยว และกิจกรรมซึ่งบริษัทเป็นสปอนเซอร์ และ/หรือ

  17.3.4 จัดการการปฐมนิเทศอีกครั้งและการฝึกอบรมใหม่ และ/หรือ

  17.3.5 กำหนดให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ส่งบันทึกเกี่ยวกับการนำเสนอแผนธุรกิจยูนิไลฟ์

 

17.4 สิ่งที่ต้องกระทำเมื่อถูกเพิกถอนสถานภาพ เมื่อถูกเพิกถอนสถานภาพไม่ว่าด้วยสาเหตุใดนักธุรกิจยูนิไลฟ์ต้อง

  17.4.1 ระงับแสดงตนว่าเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์

ยูนิไลฟ์สงวนสิทธิในการพิจารณาเงื่อนไขของการภาคทัณฑ์ชั่วคราวตามแต่กรณี กรณีละเมิดสัญญาโดยนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ยูนิไลฟ์มีสิทธิระงับสิทธิประโยชน์ ภายใต้การเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์บางส่วนหรือทั้งหมด

 การจัดการสถานภาพที่ถูกเพิกถอนสถานภาพหรือขาดการรักษา

18.1 การละทิ้ง

เมื่อสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ถูกเพิกถอนหรือขาดการรักษา ให้ถือว่าสถานภาพถูกละทิ้ง และให้คู่สัญญาของสัญญานักธุรกิจยูนิไลฟ์หมดสิทธิในสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ยูนิไลฟ์มีสิทธิตามระเบียบในการโอนหรือเลิกสถานภาพดังกล่าวโดยให้สิทธิในการดำเนินธุรกิจยูนิไลฟ์ในตำแหน่งเดิมและสายการสปอนเซอร์เดิมของสถานภาพที่ถูกละทิ้งดังกล่าวแก่นักธุรกิจยูนิไลฟ์คนอื่น หรือถอดตำแหน่งของสถานภาพดังกล่าวออกจากสายการสปอนเซอร์ตามที่ยูนิไลฟ์เห็นสมควร ในการใช้สิทธิพิเศษต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ด้านล่างนี้ยูนิไลฟ์มีสิทธิเลือกใช้วิธีหนึ่งหรือหลายวิธี หรือวิธีอื่น ๆ ที่กฎหมายอนุญาต และมีสิทธิแก้ไขและเปลี่ยนแปลงโดยฝ่ายเดียวในสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ของนักธุรกิจยูนิไลฟ์อื่นที่ได้รับผลกระทบเพื่อเปลี่ยนสปอนเซอร์และสายการสปอนเซอร์ของพวกเขาตามจำเป็นเพื่อการบังคับใช้คำตัดสินดังกล่าว

18.2 การไม่ถูกจำกัดของยูนิไลฟ์

วิธีการจัดการธุรกิจยูนิไลฟ์ข้างต้นไม่เป็นการจำกัดสิทธิใด ๆ ของยูนิไลฟ์ โดยยูนิไลฟ์มีสิทธิใช้ดุลยพินิจอย่างสมบูรณ์เกี่ยวกับวิธีและกรอบระยะเวลาของการจัดการ

สภาพบังคับและการประกาศใช้

19.1 สภาพบังคับและการประกาศใช้

ระเบียบปฏิบัตินี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2559 เป็นต้นไป

19.2 การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับ

  ●  ยูนิไลฟ์ สงวนไว้ซึ่งสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติมข้อบังคับนี้ตามความเหมาะสม และทันต่อเหตุการณ์เพื่อให้สอดคล้องกับสมาคมการขายตรงไทย โดยให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อบังคับนี้ ทั้งนี้ ยูนิไลฟ์จะแจ้ง ติดประกาศให้สมาชิกทราบล่วงหน้าก่อนวันที่ประกาศใช้ข้อบังคับ

  ●  บรรดาระเบียบ ประกาศ คำสั่ง แนวปฏิบัติ คู่มือ หนังสือเวียนที่ยูนิไลฟ์ได้กำหนดไว้ และได้ถือปฏิบัติมาก่อนให้ยังคงใช้ได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับฉบับนี้

  ●  ยูนิไลฟ์ ถือว่านักธุรกิจยูนิไลฟ์ ทุกคน ได้รับทราบและเข้าใจข้อบังคับฉบับนี้ ตลอดจนประกาศอื่น ๆที่ยังมีผลใช้อยู่ในปัจจุบันหรือที่จะมีขึ้นต่อไปในภายหน้า

]]>
ข้อพึงปฎิบัติในการดำเนินธุรกิจ https://unilife.co.th/en/?businessman=%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%8e%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%99 Sun, 16 Oct 2016 12:20:24 +0000 https://www.unilife.co.th/~unilifeweb/?post_type=businessman&p=325

ธุรกิจยูนิไลฟ์ : ธุรกิจแสนล้าน….

 

โอกาสทางอาชีพอิสระ  ทางเลือกใหม่ของคนไทยทุกคน  เพื่อโอกาสทางธุรกิจ
อันมีค่าที่ให้หลักประกันความมั่นคงด้านการเงินในระยะยาว
  
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า
ทำไมนักธุรกิจยูนิไลฟ์ทุกคนต่างมุ่งมั่นในธุรกิจ  ของตนอย่างเต็มที่และปรารถนา
ที่จะดำเนินธุรกิจนี้ไปตามครรลองของจรรยาบรรณ   และระเบียบปฏิบัติที่ยูนิไลฟ์
กำหนดไว้สำหรับนักธุรกิจยูนิไลฟ์ทุกคน
องค์ประกอบสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ
ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใดนั่นคือ การดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง และมีความเคารพซึ่งกันและกันเพื่อ พิทักษ์สิทธิประโยชน์อันเท่าเทียมกันทั้งของตัวคุณเองและนักธุรกิจ ยูนิไลฟ์ทุกคน

“ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรม ยึดมั่นจรรยาบรรณ ปกป้องผลประโยชน์ของคุณเอง”

 

1. พึงยึดมั่นในจรรยาบรรณและระเบียบปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

ยึดมั่นในจรรยาบรรณและระเบียบปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตลอดเวลา และจงปฏิบัติต่อผู้อื่นดังเช่นที่คุณปรารถนาให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อคุณ สิ่งนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ทุกคนที่จะต้องยึดมั่นและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด การฝ่าฝืนระเบียบปฏิบัติจะเป็นผลให้เกิดการเพิกถอนสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ของคุณ

 

2. อย่าพูดผิดไปจากความจริง และอย่าพูดเกินความจริงถึงรายได้ที่ได้รับจากธุรกิจยูนิไลฟ์

จงแสดงแผนธุรกิจของยูนิไลฟ์อย่างชัดเจน ธุรกิจยูนิไลฟ์มิใช่ธุรกิจประเภทรวยทางลัด แต่เป็นโอกาสในการสร้างผลงานที่สามารถบรรลุถึงเป้าหมายได้ โดยจะต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญคือ การทำงานด้วยความอุตสาหะและมานะพากเพียร

 

3. อย่าให้การสปอนเซอร์แก่ผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

ผู้สมัครเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ จะต้องมีอายุครบ 18 ปี โดยผู้ที่อายุไม่ถึง 20 ปีจะต้องมีผู้ปกครองเซ็นยินยอมและจะต้องมีความรับผิดชอบในหลายๆด้าน เช่น  การทำนิติกรรม การบริหารองค์กร การปฏิบัติตามจรรยาบรรณและระเบียบปฏิบัติและความรับผิดชอบด้านการเงิน

 

4. อย่าขายตัดราคา

จงขายผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์  ให้กับลูกค้าในราคาขายปลีกตามที่ยูนิไลฟ์กำหนดไว้ผลิตภัณฑ์ ยูนิไลฟ์
ล้วนมีคุณภาพคุ้มค่าสมราคา ในฐานะที่คุณเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ เท่ากับว่า คุณได้ขายทั้งคุณภาพและบริการให้กับลูกค้า การขายตัดราคาจะลดผลกำไรที่คุณควรได้รับอย่างเต็มที่ ทั้งยังส่งผลกระทบด้วยการเอารัดเอาเปรียบผู้ร่วมธุรกิจคนอื่นๆ และทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายต่อวงจรการดำเนินธุรกิจอีกด้วย ดังนั้น คุณไม่ควรทำลายภาพลักษณ์ขององค์กรนักธุรกิจยูนิไลฟ์  โดยส่วนรวมให้มัวหมองด้วยการกระทำที่ไม่เป็นไปตามครรลองอย่างถูกต้องยุติธรรม

 

5. อย่าให้การสปอนเซอร์จนกว่าคุณพร้อมที่จะรับผิดชอบ

จงให้ความช่วยเหลือ ให้คำแนะนำปรึกษา และแนะแนวทางในการดำเนินธุรกิจ
ที่ถูกต้องแก่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ ในองค์กรของคุณ สิทธิในการให้การสปอนเซอร์
แก่ผู้อื่นนั้น หมายรวมถึงหน้าที่ที่คุณจะต้องให้การฝึกอบรม  ให้กำลังใจและ
มอบเงินส่วนลดจากการขายผลิตภัณฑ์ให้กับนักธุรกิจยูนิไลฟ์ในองค์กรของคุณ
อย่างตรงเวลา  การฝึกอบรมเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น   แต่นักธุรกิจยูนิไลฟ์
ไม่ควรที่จะแสวงหาผลประโยชน์จากการฝึกอบรมและการจัดประชุมเพื่อ
สร้างเสริมกำลังใจ แหล่งรายได้ที่ถูกต้องของธุรกิจยูนิไลฟ์ ต้องมาจากการขายผลิตภัณฑ์และการให้บริการแก่สมาชิกและลูกค้าเท่านั้น

 

6. อย่าพยายามเปลี่ยนหรือชักชวนผู้อื่นให้เปลี่ยนสายการสปอนเซอร์

จงเคารพต่อความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของสายการสปอนเซอร์แต่ละสาย ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของสายการสปอนเซอร์เป็นสิ่งสำคัญยิ่งในแผนธุรกิจของยูนิไลฟ์ ยูนิไลฟ์ ไม่อนุญาตให้มีการโอนสถานภาพการเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์ หรือสมาชิกจากผู้สปอนเซอร์คนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง การโยกย้ายเปลี่ยนแปลงโดยมิได้รับอนุญาต มีแต่จะนำไปสู่ความขัดแย้งและเป็นผลเสียต่อประโยชน์ทางธุรกิจของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ทุกคน

 

7. อย่าทอดทิ้งสมาชิกและลูกค้าไว้เบื้องหลัง

จงให้บริการแก่สมาชิกและลูกค้าด้วยความรับผิดชอบเป็นประจำสม่ำเสมอ สมาชิกและลูกค้าที่พึงพอใจในผลิตภัณฑ์นับเป็นสมบัติอันล้ำค่า ดังนั้นจงกลับไปเยี่ยมเยียนพวกเขาอย่างต่อเนื่องแนะนำผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์และหมั่นติดตามผลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่คุณขายให้พวกเขาอยู่เสมอพยายามทำให้เกิดความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ด้วยการมอบบริการที่ดีและความพึงพอใจให้กับสมาชิกและลูกค้า

 

8. อย่าพูดเกินความจริงถึงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์

จงให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์  ตามที่เป็นจริงและเชื่อถือได้นำเสนอและสาธิตผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ ตามวิธีการที่ได้รับการรับรองจากยูนิไลฟ์ อย่างถูกต้องกล่าวถึงคุณลักษณะ และคุณประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ ตามที่ระบุไว้ในสื่อส่งเสริมธุรกิจหรือฉลากที่บรรจุภัณฑ์เหนือสิ่งอื่นใด การกล่าวถึงผลิตภัณฑ์
จากประสบการณ์ส่วนตัวของคุณเองจะทำให้สมาชิกและลูกค้าเชื่อถือและได้ผลดีที่สุดในการแนะนำผลิตภัณฑ์ต่อสมาชิกและลูกค้า

9. อย่าสั่งซื้อหรือจัดมอบผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ให้กับนักธุรกิจยูนิไลฟ์หรือสมาชิกในสายการสปอนเซอร์อื่น

จงสั่งซื้อผลิตภัณฑ์จากผู้เป็นสปอนเซอร์หรือนักธุรกิจยูนิไลฟ์ระดับผู้นำGL ขึ้นไปของคุณ 
หรือจากศูนย์ธุรกิจยูนิไลฟ์(คลังสาขายูนิไลฟ์) เท่านั้น การคำนวณยอดเอวัและบีวีควรจะเป็นยอดที่ส่งขึ้นไปยังอัพไลน์ในสายการสปอนเซอร์ของคุณ จงจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้กับนักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่เป็นดาวน์ไลน์หรือสมาชิกในสายการสปอนเซอร์ของคุณเองเท่านั้น  เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความขัดแย้งระหว่างองค์กรนักธุรกิจยูนิไลฟ์

 

10. อย่าอาศัยเครือข่ายของนักธุรกิจยูนิไลฟ์เป็นแหล่งขายผลิตภัณฑ์ อื่นที่มิใช่ของยูนิไลฟ์

จงมุ่งจำหน่ายแต่ผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ ซึ่งมีการรับประกันความพอใจให้กับสมาชิก และลูกค้าอย่างเต็มที่ องค์กรนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ก่อตั้งขึ้นโดยยูนิไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล และนักธุรกิจยูนิไลฟ์ซึ่งร่วมงานกันอย่างใกล้ชิดในฐานะหุ้นส่วนทางธุรกิจ ดังนั้นนักธุรกิจยูนิไลฟ์จะต้องไม่ช่วงชิงหรือตักตวงผลประโยชน์จากความรู้ หรือการติดต่อสัมพันธ์กับนักธุรกิจยูนิไลฟ์คนอื่นๆ ในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์หรือบริการใดๆ ที่มิใช่ผลิตภัณฑ์หรือบริการของยูนิไลฟ์ที่ได้รับอนุญาตแล้ว เพราะการกระทำดังกล่าวจะนำมาซึ่งความยุ่งยากที่ไม่เป็นหลักประกันอันแน่นอน และไร้เหตุผลต่อนักธุรกิจยูนิไลฟ์คนอื่นๆและแอมเวย์ก็ไม่อนุญาตต่อการกระทำดังกล่าวนี้

 

11. อย่าสร้างความกดดันในการขาย

จงเคารพต่อสิทธิเสรีภาพในการตัดสินใจของแต่ละบุคคล พึงดำเนินธุรกิจด้วยท่าทีสุภาพอ่อนน้อม การใช้เทคนิคสร้างความกดดันในการขายกลับจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของคุณในฐานะนักธุรกิจยูนิไลฟ์ และภาพลักษณ์โดยรวมขององค์กรนักธุรกิจยูนิไลฟ์ทั้งหมด แต่ละคนล้วนมีแผนการส่วนตัวในชีวิตของตน และพึงเข้าใจว่ามิใช่ทุกคนไปที่ต้องการเข้าร่วมเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์

 

12. อย่ากักตุนหรือบังคับให้ผู้อื่นกักตุนผลิตภัณฑ์

การกักตุนผลิตภัณฑ์ถือเป็นการดำเนินธุรกิจที่ไม่ถูกต้อง คุณควรขายผลิตภัณฑ์อย่างน้อย 70% ของผลิตภัณฑ์ ที่คุณเก็บสต็อคสำรองไว้ในแต่ละเดือน รวมทั้งไม่ควรบังคับให้นักธุรกิจยูนิไลฟ์ ในองค์กรของคุณเก็บสต็อคผลิตภัณฑ์มากกว่าจำนวนที่เขาจะขายได้ในแต่ละเดือน การกระทำดังกล่าวจะทำให้คุณกำลังดำเนินธุรกิจในรูปแบบปิระมิดที่ผิดกฎหมาย

 

13. อย่าขายผลิตภัณฑ์แอมเวย์แบบเคาะประตูบ้าน

จงสร้างธุรกิจของคุณจากเพื่อนฝูงและการติดต่ออย่างสม่ำเสมอ ธุรกิจยูนิไลฟ์ เป็นธุรกิจที่อาศัยความสัมพันธ์แบบบุคคลต่อบุคคล การจำหน่ายปลีกผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ ด้วยการเคาะประตูบ้าน การเที่ยวชักชวนไปทั่ว หรือการส่งข่าวสารข้อมูลทางไปรษณีย์ จะเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของนักธุรกิจมืออาชีพของยูนิไลฟ์

 

14. อย่าขายหรือตั้งแสดงผลิตภัณฑ์แอมเวย์ในร้านค้าปลีก

จงให้บริการแบบเป็นกันเองอย่างเต็มที่แก่สมาชิกและลูกค้าของคุณ ธุรกิจยูนิไลฟ์ เป็นธุรกิจขายตรง การขายผลิตภัณฑ์ยูนิไลฟ์ ตามเคาน์เตอร์จำหน่ายหรือการตั้งแสดงผลิตภัณฑ์แอมเวย์ในร้านค้าปลีก งานแสดงสินค้า หรือนิทรรศการต่างๆจะก่อให้เกิดการแข่งขันที่ไม่ยุติธรรมในหมู่นักธุรกิจยูนิไลฟ์ และเป็นการฝ่าฝืนระเบียบปฏิบัติของนักธุรกิจยูนิไลฟ์

 

15. อย่าละเมิดสิทธิเรื่องเครื่องหมายการค้าของยูนิไลฟ์

จงขออนุญาตจากยูนิไลฟ์ ก่อนการใช้ชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของยูนิไลฟ์ การปกป้องชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้าของยูนิไลฟ์ เป็นเรื่องสำคัญมาก ยูนิไลฟ์ ห้ามมิให้มีการผลิต และจำหน่ายเทปและอุปกรณ์ส่งเสริมธุรกิจอื่นๆ ในองค์กรนักธุรกิจยูนิไลฟ์ (กรุณาดูรายละเอียดเพิ่มเติมในระเบียบปฏิบัติของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ) หากยูนิไลฟ์ สูญเสียสิทธิในเรื่องดังกล่าว บริษัทอื่นๆ ก็สามารถที่จะผลิตผลิตภัณฑ์โดยใช้ชื่อของยูนิไลฟ์ ซึ่งจะก่อให้เกิดความสับสนและความเสียหายอันไม่สามารถแก้ไขได้แก่องค์กรธุรกิจของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ ทุกคน

 

ท่านสามารถศึกษารายละเอียด

เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจเพื่อการเจริญเติบโตของธุรกิจอย่างถูกต้อง ได้จากหนังสือแผนธุรกิจและระเบียบปฏิบัติของนักธุรกิจยูนิไลฟ์ที่ท่านได้รับเมื่อสมัครเข้าเป็นนักธุรกิจยูนิไลฟ์

]]>
แผนการจ่ายผลตอบแทน https://unilife.co.th/en/?businessman=%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99 Sun, 16 Oct 2016 12:18:47 +0000 https://www.unilife.co.th/~unilifeweb/?post_type=businessman&p=321

จุดเด่นของแผนรายได้ของยูนิไลฟ์

คือ สามารถสะสมยอดได้ทั้งปี (ตั้งแต่ มกราคม – ธันวาคม)

ทำให้ท่านสามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ยากและในเวลาที่เหมาะสม

แผนปันผลตอบแทน…. สู่ความมั่นคง ยั่งยืน

แผนรายได้จากธุรกิจเครือข่าย “ยูนิไลฟ์”

ความโดดเด่นของแผนการตลาด… สู่ความมั่นคง ยั่งยืน

      แผนการตลาดของ ยูนิไลฟ์ เป็นระบบการตลาดแบบเครือข่ายหลายชั้น หรือ MLM (Multi Level Marketing) ที่ได้ผสมผสานระหว่าง ระบบเครือข่าย ระบบผู้นำท้องถิ่น และ ระบบสหกรณ์ เข้าด้วยกันไว้ได้อย่างลงตัว วัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม ระหว่าง ผู้บริโภค (เกษตกร) ผู้จำหน่ายอิสระ และบริษัท โดยผลตอบแทนของระบบนี้ สามารถเติบโตได้ไม่มีขีดจำกัด เป็นสัดส่วนตามขีดความสามารถของเครือข่ายที่สมาชิกสร้างขึ้น

      จุดเด่นของแผนรายได้ของ ยูนิไลฟ์ คือ สามารถสะสมยอดได้ทั้งปี (ตั้งแต่ มกราคม-ธันวาคม) ทำให้สมาชิกสามารถประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว และมั่นคงยิ่งขึ้น ขอเพียงท่านมุ่งมั่นและก้าวสู่ ธุรกิจยูนิไลฟ์ : โอกาสแห่งธุรกิจแสนล้านของคนไทยทุกคน

]]>